
[เล่มที่ 47] พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่มที่ ๒๕ - หน้า 115
อรรถกถาอายาจนสูตร
บทว่า อตกฺกาวจโร ความว่า จะพึงค้นพึงหยั่งลงโดยการตรึกไม่ได้ พึงค้นได้ด้วยญาณเท่านั้น.
อ.ณภัทร: ความมั่นคงในความเป็นธรรมที่ไม่ใช่เรานี่ครับ ตั้งแต่ขั้นการฟัง เพราะว่าท่านอาจารย์ก็ถามเสมอๆ ว่า มั่นคงหรือยังใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น ความที่จะเป็นผู้ที่ค่อยๆ เริ่มมั่นคงในความเป็นธรรมนี่ครับ เพราะว่าพอหมดจากการสนทนานี้แล้วก็ลืมในความเป็นธรรม
เพราะฉะนั้น ความที่จะเป็นผู้ที่เริ่มที่จะมั่นคงในความเป็นธรรมนี่ครับ คืออย่างไรครับ
ท่านอาจารย์: ก็ต้อง ไม่ลืม ถึงจะมั่นคงว่าธรรมลึกซึ้ง
อ.ณภัทร: อันนี้ถูกต้องครับ แต่ว่ามักจะหลงลืมในความเป็นธรรมประจำครับ
ท่านอาจารย์: เป็นธรรมดาไหม?
อ.ณภัทร: เป็นธรรมดาครับ
ท่านอาจารย์: แล้วจะเปลี่ยนความเป็นธรรมดาให้เป็นไม่ธรรมดาเลยหรือ?
อ.ณภัทร: เปลี่ยนไม่ได้ครับ แต่จากการศึกษาก็รู้ว่า เหตุที่จะทำให้ไม่หลงลืมก็มีอยู่ครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น เมื่อเข้าใจถึงเหตุแล้ว ความประพฤติเป็นไปตามเหตุแล้วหรือยัง?
อ.ณภัทร: ประพฤติเป็นไป แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะมีกำลังให้ระลึกได้บ่อยๆ ครับ
ท่านอาจารย์: อยากระลึกได้บ่อยๆ หรือละความยากที่ต้องการระลึกได้บ่อยๆ และมั่นคงในเหตุปัจจัย
อ.ณภัทร: ต้องละความอยากที่จะระลึกได้บ่อยๆ ครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ถ้ายังไม่รู้ก็ยังอยากใช่ไหม?
อ.ณภัทร: ถ้าไม่รู้ก็ยังอยาก คือจะบอกว่าอยากก็คงไม่ได้อยาก แต่มันก็เหมือนกับจะอยาก
ท่านอาจารย์: ยังไงกันแน่
อ.ณภัทร: คือเป็นสภาพที่หลงลืมเป็นประจำครับ แต่ถ้าถามอยากระลึกไหม ก็ไม่ได้อยากที่จะระลึก เพียงแต่ว่าเป็นสภาพที่มันหลงลืมเป็นปกติครับ
ท่านอาจารย์: แล้วอย่างไรจะไม่เป็นอย่างนั้นตามปกติได้?
อ.ณภัทร: ก็ต้องฟังให้ เข้าใจขึ้นๆ
ท่านอาจารย์: อดทนไหม?
อ.ณภัทร: ก็ต้องอาศัยความอดทนครับ
ท่านอาจารย์: มั่นคงไหมคะ?
อ.ณภัทร: นี่แหละครับ ก็ต้องเป็นความ มั่นคงขึ้นๆ ครับ
ท่านอาจารย์: จึงเข้าใจความหมายของบารมีลึกซึ้งขึ้น
อ.ณภัทร: ครับ เพราะว่าธรรมมีอยู่ แต่การที่ได้ฟังที่ท่านอาจารย์ถามอยู่บ่อยๆ ว่า เดี๋ยวนี้มีอะไร ก็เป็นประโยคที่ทำให้คิดขึ้นมาได้ครับ คิดถึงว่าขณะนี้มีอะไรครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ไม่ลืมใช่ไหม?
อ.ณภัทร: ครับ
ท่านอาจารย์: ไม่ลืมเป็นเราหรือเปล่า?
อ.ณภัทร: ไม่ลืมก็ไม่ใช่เราครับ
ท่านอาจารย์: แล้วเป็นอะไร?
อ.ณภัทร: ก็ต้องเป็นสภาพธรรมอย่างหนึ่งครับ
ท่านอาจารย์: อะไรล่ะ สภาพธรรมอย่างหนึ่ง?
อ.ณภัทร: ก็ต้องเป็นสติ
ท่านอาจารย์: เห็นไหม ในชีวิตประจำวันทั้งๆ ที่มีเกิดขึ้นเป็นไปก็ไม่รู้ จนกว่าจะรู้ ระดับความเข้าใจต้องเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เบื้องต้นก็สามารถจะรู้ได้เลย
อ.ณภัทร: ครับ แม้มี แต่ก็ไม่รู้
ท่านอาจารย์: จนกว่าจะถึงอริยสัจจ์รอบที่ ๒
อ.ณภัทร: ครับ ก็เป็นสิ่งที่แม้มี อย่างที่ท่านอาจารย์กล่าวว่าทุกอย่างมีปรากฏให้รู้ แต่ไม่รู้ครับ
ท่านอาจารย์: อยากจะรู้ไหม?
อ.ณภัทร: ละความอยากไม่ได้ครับ
ท่านอาจารย์: ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากรู้ความจริงว่า อยาก หรือยังอยากอยู่อย่างละเอียดขึ้นไม่ใช่อยากอย่างอื่น
อ.ณภัทร: ครับ ก็ต้องเป็นบุคคลนั้นที่สามารถจะรู้ได้ด้วยตัวเองว่า มีสภาพธรรมอะไรกำลังเกิดขึ้นอยู่ครับ
ท่านอาจารย์: ถึงรู้อย่างนั้นก็ยังเป็นเรา เห็นไหม กี่ขั้น?!
อ.ณภัทร: ละเอียด ตรงนี้ครับละเอียด เพราะว่าแม้อย่างนี้ก็ยังเป็นเราครับ
ท่านอาจารย์: ใช่ นี่แหละ เริ่มเห็นความลึกซึ้งจึงละ ไม่ใช่ขวนขวายที่จะให้หมดความเป็นเราด้วยความต้องการ
อ.ณภัทร: กราบเท้าขอบพระคุณท่านอาจารย์ครับ
อ.อรรณพ: กราบท่านอาจารย์ครับ อ.ณภัทร ก็บอกว่าเดี๋ยวนี้หลงลืม ท่านอาจารย์ก็บอกว่าเดี๋ยวนี้ก็มีหลงลืม หลงลืมก็เป็นเดี๋ยวนี้ เกื้อกูลมากเลยครับท่านอาจารย์ เดี๋ยวนี้มีหลงลืม เพราะฉะนั้น เมื่อมีความไม่รู้ความหลงลืม แต่การได้สะสมคุ้นเคยในความเป็นธรรมนี่ ก็สามารถที่จะเกิดปัญญาที่จะเห็นในความลึกซึ้งของความหลงลืม
ความหลงลืม ขณะที่ความหลงลืมเกิดขึ้นก็ไม่ได้ปรากฏดี กราบเท้าท่านอาจารย์ครับนิดหนึ่งครับ ความลึกซึ้งของหลงลืมอยู่ตรงไหนครับ
ท่านอาจารย์: ก็เป็นเรา ทั้งหมดยังเป็นเรา แม้แต่หลงลืมก็ไม่รู้ว่า ขณะนั้นเป็นธรรม
อ.อรรณพ: ครับ เพราะฉะนั้น หลงลืมก็เป็นธรรมที่ลึกซึ้ง
ท่านอาจารย์: และ ไม่รู้ด้วยว่าเป็นธรรม
อ.อรรณพ: แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าเป็นธรรม แต่ท่านอาจารย์บอก เดี๋ยวนี้มีหลงลืมไงค่ะ
ท่านอาจารย์: ใช่
อ.อรรณพ: เห็นคุณของปัญญาเลยว่า ปัญญาย่อมที่จะรู้สภาพธรรมที่กำลังมีกำลังปรากฏได้จริงๆ แม้ความหลงลืมที่กำลังมีกำลังปรากฏ
ท่านอาจารย์: ไม่ใช่เราที่หลงลืม คิดดู!! เป็นเรามาแสนโกฏกัปป์ แล้วก็ไม่ใช่เราที่หลงลืม
อ.อรรณพ: ไม่ใช่เราที่หลงลืม แต่เป็นสภาพหลงลืมที่กำลังปรากฏด้วยดีกับปัญญาครับ สมแล้วในข้อความที่อายาจนสูตรที่ อ.วิชัยได้กล่าว พึงค้นได้ด้วยญาณ เพราะฉะนั้น ความลึกซึ้งของสภาพธรรม เช่น หลงลืม ก็พึงรู้ได้ด้วยปัญญา กราบเท้าท่านอาจารย์จริงๆ ครับ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.อรรณพ อ.ณภัทร ด้วยค่ะ
ธรรมมีมานัสพร้อม รับฟัง อันเกิดกุศลดัง ธาตุรู้ จิตเจตสิกเป็นพลัง เสริมส่ง หนุนแฮ กราบอาจารย์สุจินต์ผู้ เปี่ยมด้วยเมตตา
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในกุศลจิตครับ