ความลึกซึ้งของธรรมต้องทีละคำ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ใช่อย่างที่ว่าเราคิดว่า เราจะไปกราบทูลถาม ถ้าเรามีปัญหาอย่างนี้ จะเอาไปช่วยคนโน้นคนนี้ หรือสังคมได้อย่างไร นั่นไม่ใช่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ให้ความเข้าใจกระจ่างชัดเจนกว่านั้นจนไม่เดือดร้อนที่จะต้องไปหาใครมาบอกเรื่องอะไรที่จะแก้ปัญหา เพราะว่าปัญหาอยู่ที่ไหน หาเจอไหม?
ขอเชิญตอบบ้างได้ไหม ปัญหาอยู่ที่ไหน เพราะเวลานี้ปัญหาทั้งโลกใช่ไหม? แต่ปัญหาอยู่ที่ไหน?
คุณบุญฤทธิ์: ปัญหาอยู่ที่สภาพรู้ครับ
ท่านอาจารย์: แค่นี้ก่อน! จริงไหม? รู้จักสภาพรู้หรือเปล่า? สภาวะ รู้ไหมว่าคืออะไร? ทุกคำเว้นไม่ได้!! ถ้าเว้น ไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงความจริงของสิ่งที่มีทั้งหมด
เพราะฉะนั้น ไม่เว้นแม้แต่ ส คำหนึ่ง สภาวะคืออะไร? ถ้าเว้น ไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงความจริงของสิ่งที่มีทั้งหมด
เพราะฉะนั้น ไม่เว้นแม้แต่ว่า ส คำหนึ่ง สภาวคืออะไร? คนไทยใช้ ว กับ พ แทนกันได้นะ เพราะฉะนั้น คนไทยจะพูดว่าสภาพธรรมะ สภาพอะไรก็แล้วแต่ สภาพของอะไรก็ตามแต่ แต่ว่า ภาว ความมีความเป็น ส เฉพาะหนึ่งๆ ๆ มีความเป็นหลากหลาย ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน จริงไหม? หาสิเราอยู่ไหน?
ตา เกิดแล้วดับ แล้วถ้าตาที่ดับไปแล้ว แล้วเราอยู่ไหนถ้าเป็นตาของเรา? ไม่มีเราเลย ต้องมั่นคงทุกคำทีละคำ จนกระทั่งประจักษ์แจ้งความจริง เป็นสาวกผู้ฟังคำของพระพุทธเจ้าจึงสามารถที่จะรู้ความจริงเป็นไตรรัตน์ใช่ไหม? พระรัตนตรัย พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ สังฆะในที่นี้หมายความถึงผู้ที่ได้ประจักษ์แจ้งความจริงดับกิเลส เป็นผู้หญิงก็ได้เป็นผู้ชายก็ได้เป็นเด็กก็ได้เป็นผู้ใหญ่ก็ได้ ชาติไหนก็ได้ ไม่ได้จำกัดเลย เพราะเป็นภาวะความเป็นของปัญญาที่สามารถที่จะประจักษ์แจ้งความจริงได้
และ ทุกคนรู้ไหมที่กำลังฟังเพื่อที่จะเข้าใจสิ่งที่มีจริงเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องรอไปเมื่อไหร่เลย เพราะฉะนั้น ฟังเดี๋ยวนี้ เข้าใจคำว่าธรรมะเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวนี้เป็นธรรมะ เริ่มตรงไม่มีเรา เพราะไม่ว่าอะไรทั้งหมดเป็นสิ่งที่มีจริงแต่ละหนึ่ง เป็นภาวะความเป็นสิ่งนั้น
คุณบุญฤทธิ์: ขอสนทนาเมื่อสักครู่ที่ท่านอาจารย์กล่าวว่า ตา เกิดแล้วดับแล้ว จะเอาตาที่ไหนมาเป็นเรา เคยได้ยินจากที่ศึกษาจากทางมูลนิธิว่า รูปมีอายุเท่ากับจิตเกิดดับ ๑๗ ขณะครับ
ท่านอาจารย์: รู้จักจิตแล้วยัง?
คุณบุญฤทธิ์: รู้จักเพียงขั้นฟังเท่านั้นครับ
ท่านอาจารย์: ไม่พอ เพราะฟังใครก็รู้เรื่อง คำว่า จิต ทุกคนพูดกันออกบ่อย จิตใจอะไร แต่ว่า จิต คืออะไร? ไม่สามารถจะรู้ได้ถ้าไม่ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เพราะฉะนั้น เราไม่ไปไกล เราต้องรู้จักประมาณในความไม่รู้ของเรา แล้วเราจะฟังแล้วรู้ทันทีชัดเจนเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ต้องค่อยๆ ไตร่ตรอง ถ้าไม่ไตร่ตรองผ่านหูเผินมาก แต่ว่าถ้าไตร่ตรองแล้วทุกคำละเอียดลึกซึ้ง และการที่จะเข้าใจความลึกซึ้งของสภาพธรรมเดี๋ยวนี้ที่ลึกซึ้ง ต้องมีการเข้าใจถึง ๓ รอบของอริยสัจจธรรม
แต่เราไม่สนใจเลยนะ ได้ยินคำไหนในภาษาไทยคิดว่า เข้าใจแล้ว ปฏิบัติ คิดว่าอะไร?
ได้ยินคำว่า ปฏิบัติ คิดว่าอะไร? ปฏิบัติหน้าที่ พดหรือเปล่า? แล้วปฏิบัติคืออะไร?
เห็นไหม บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยการฟังด้วยความเคารพ ในสังสารวัฏฏ์สิ่งที่ประเสริฐที่สุดขณะที่ประเสริฐที่สุด คือเข้าใจสิ่งที่พระองค์ตรัสรู้และทรงแสดงให้คนอื่นได้รู้ตามด้วย ประจักษ์แจ้งตามด้วย
เพราะฉะนั้น เราจะคิดเองไหม ปฏิบัติคืออะไรในภาษาไทย?
ใครไม่รู้จักคำว่า ปฏิบัติ บ้างในภาษาไทย? พูด แต่ใครล่ะ คืออะไรล่ะ ไม่ตรงกับคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พระองค์ตรัส ปฏิปัตติ คนไทยรวมเรียกปฏิบัติ
แต่ "ปฏิ" แปลว่า เฉพาะ "ปัตติ" แปลว่า ถึง
ถึงเฉพาะ แค่นี้!! ใครจะรู้หมายความว่าอะไร ถึงอะไร เฉพาะอะไรก็ไม่รู้
แต่พระองค์ตรัสคำนี้เพียงคำเดียว เพราะฉะนั้น ทุกคำของพระองค์ต้องศึกษาด้วยความเคารพสูงสุดว่าเป็นความจริง ต้องรู้ตั้งแต่เบื้องต้นว่า ธรรมะคือสิ่งที่มีจริง แต่ไม่มีใครรู้ความจริง และความลึกซึ้งของแต่ละธรรมะ ซึ่งพระองค์ตรัสว่า "สิ่งหนึ่งสิ่งใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นมีความดับไปเป็นธรรมดา" พอได้ยินแค่นี้ ความคิดของตัวเองเข้ามาแต่ละคน ไม่มีคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จริงไหม?
จริงหรือเปล่า? ถ้าจริงนะ ตรงต่อความจริง สัจจบารมี เริ่มปลูกฝังในการรู้ตรงความจริงซึ่งเปลี่ยนไม่ได้ ความจริงต้องเป็นความจริง
เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีความเข้าใจในเบื้องต้น ไม่มีสัจจบารมี เพราะอะไร? ปฏิบัติ ไปทำอะไร? "ปฏิ" แปลว่า เฉพาะ "ปัตติ" แปลว่า ถึง เดี๋ยวนี้จะถึงเฉพาะอะไร?! มีทุกอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า กำลังเกิดดับ
เพราะฉะนั้น ถึงเฉพาะหนึ่งซึ่งเกิดแล้วดับ เพราะถ้าไม่เกิด สิ่งนั้นไม่มี
เมื่อเกิดแล้ว ไม่รู้ว่าดับแล้วด้วย เพราะทันทีที่เกิดตามปัจจัยแล้วดับ จริงหรือเปล่า? พระองค์ตรัสว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่ใช่คำที่เราไปพูดตามใจชอบนะ หรือไปถามคนโน้นคนนี้ให้เขาอธิบาย ถ้าอย่างนั้นก็ไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
แต่เราคิดว่า เรารู้จักหรือเปล่า? ถูกหรือผิด? รู้จักอะไร? พระองค์สอนว่าอย่างไร ปฏิปัตติ ของพระองค์หมายความว่าอะไร?
ท่านผู้ฟังชาย: การปฏิบัติให้ถึงเฉพาะที่ท่านอาจารย์กำลังสื่ออยู่ ปฏิปัตติ ครับ ถึงเฉพาะ การที่จะเข้าถึงคำว่า เมตตา มันก็ต้องเข้าถึงเฉพาะ เมตตา ใช่ไหมครับ
ท่านอาจารย์: ถูกต้อง เข้าถึงด้วยปัญญาว่าคืออะไรก่อน เดี๋ยวนี้รู้ว่า เมตตาเป็นอะไร? มีจริง เป็นธรรม
ท่านผู้ฟังชาย: มีจริง เป็นธรรม
ท่านอาจารย์: เป็นธรรมประเภทไหนใน ๒ ประเภท ประเภทหนึ่งเกิดขึ้นรู้ ไม่รู้ไม่ได้ ต้องรู้สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่กำลังปรากฏให้รู้ และธรรมอีกประเภทหนึ่งเกิดจริง มีลักษณะจริงๆ แต่ไม่รู้อะไร หวานไม่รู้อะไร กลิ่นไม่รู้อะไร
ท่านผู้ฟังชาย: เมตตา เหมือนไม่รู้อะไรครับอาจารย์
ท่านอาจารย์: เมตตา ต้องเป็นสภาพรู้
ท่านผู้ฟังชาย: เป็นสภาพรู้ใช่ไหม?
ท่านอาจารย์: โต๊ะไม่เมตตาแน่
ท่านผู้ฟังชาย: เมตตา เป็นสภาพรู้
ท่านอาจารย์: ถ้าไม่รู้ จะเมตตาหรือ?
ท่านผู้ฟังชาย: แล้วอะไรไปรู้ครับ
ท่านอาจารย์: นั่นนะสิ! ถึงต้องฟังตั้งแต่ต้น
ท่านผู้ฟังชาย: เมตตา เหมือนไม่มีสภาวอะไรเลย
ท่านอาจารย์: แล้วพูดได้อย่างไร เอาอะไรมาพูด! เราพูดถึงสิ่งที่ไม่มีหรือ? เห็นไหม ความลึกซึ้งของธรรมต้องทีละคำ ต้องรู้ก่อนว่าคืออะไร
เมตตา เห็นอะไรหรือเปล่า?
ท่านผู้ฟังชาย: เมตตา เห็นอาจารย์
ท่านอาจารย์: ไม่ใช่เมตตาเห็น เห็นไหม ต้องละเอียดมาก!!
ท่านผู้ฟังหญิง: เห็นเป็นเหตุหรือเปล่าคะ?
ท่านอาจารย์: เห็นเป็นอย่างอื่นไม่ได้
ท่านผู้ฟังหญิง: เห็นเป็นเหตุ แล้วทำให้เกิดเมตตาหรือเปล่าคะ?
ท่านอาจารย์: แต่ต้องรู้ก่อนว่า เห็นคืออะไร? แล้วเมตตาคืออะไร? ไม่ปนกัน
เห็นไหม ฟังธรรมได้เข้าใจธรรมได้แต่ต้องละเอียดลึกซึ้ง เพราะผู้ที่ตรัสรู้แล้วจึงทรงแสดง ธรรมคือสิ่งที่มีจริง ทรงแสดงความจริงของธรรม เริ่มตั้งแต่ว่า ธรรมทั้งปวงไม่เหลือเลย ทั้งปวงทั้งสิ้นทั้งหมดเป็นอนัตตา ไม่ใช่อัตตา จึงใช้คำว่า อนัตตา
ท่านผู้ฟังชาย: มันเหมือนเป็นก้อนๆ มองไม่ออก
ท่านอาจารย์: แน่นอน ก้อนก็ต้องมีหลายอย่างแล้วใช่ไหม?
ท่านผู้ฟังชาย: ใช่ๆ ๆ ๆ
ท่านอาจารย์: แล้วอะไรล่ะแต่ละหนึ่ง?
ท่านผู้ฟังชาย: เหมือนมันโดนบังไว้
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น สัตว์โลกถูกความไม่รู้ความจริงปิดบังไว้ วิชชาพูดกันบ่อยๆ
ท่านผู้ฟัง: อวิชชานี่เอง
ท่านอาจารย์: แน่นอน คำนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสหรือเปล่า?
ท่านผู้ฟังชาย: สาธุๆ ๆ
ท่านอาจารย์: ตรัสเพราะมีจริง ทรงแสดงความจริงของทุกคำว่าต่างกัน วิชชาต่างกับอวิชชา
ท่านผู้ฟังหญิง: มันยากนะคะอาจารย์ เวลาที่เราจะเอาอัตตาออกค่ะ
ท่านอาจารย์: ขอโทษนะ ยาก ลึกซึ้ง นี่คือเริ่มรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ท่านผู้ฟังหญิง: คือ ตั้งแต่เราเกิด
ท่านอาจารย์: เราไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตั้งแต่เกิด
ท่านผู้ฟังหญิง: ใช่ค่ะ แต่ว่าเราเป็นเบบี๋อย่างนี้ พ่อแม่ก็จะสอนเราว่า อันนี้ของเธอนะ นี่ชื่อของเธอนะ นี่พ่อของเธอนะ มันถูกฝังมา พอเข้าโรงเรียนมา นี่โรงเรียนเธอนะ เธอมีชื่อเสียงนะมีโน่นมีนี่ เขาก็ใส่เข้ามา มันเป็นอัตตาที่เต็มไปหมด ถึงเวลาที่เราต้องสลัดค่ะอาจารย์
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ตอนนั้นเรายังไม่รู้จักพระพุทธเจ้าค่ะ
ตอนนี้เราเริ่มฟัง ความหมายของคำว่า พุทธ พุทธเจ้า พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เดียว คนอื่นไม่สามารถที่จะเสมอกับพระองค์ได้ในแต่ละยุค
ท่านผู้ฟังหญิง: ตอนนี้กำลังฝีกอยู่ค่ะอาจารย์คะ ปรากฏว่า จิตมันค่อนข้างซับซ้อน แล้วก็มีความรู้สึกว่า กว่าจะดีดอัตตาออกได้นี่ เขาซ่อนตัวได้
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น มีทั้งจิต มีทั้งหยิบ แล้วความจริงคืออะไร? จิตหยิบได้ไหม? แล้วจิตคืออะไร? ทั้งหมดคือความไม่รู้!!
เริ่มรู้จักความหมาย และความจริงของอวิชชา ไม่ใช่พูดเฉยๆ นะ แล้วอวิชชาไม่รู้อะไรล่ะ บอกว่าอวิชชาไม่รู้ก็บอกมาซิ อวิชชาไม่รู้อะไร? ไม่ใช่พูดเฉยๆ ว่า อวิชชาไม่รู้ ไม่รู้อะไรล่ะ?
ถ้าตอบไม่ได้ ไม่ได้ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ท่านผู้ฟังหญิง: แต่ตอนที่จะแกะมันออกนี่ เหนือยจริงๆ ค่ะ
ท่านอาจารย์: จะแกะมันอีกแล้ว!!
ท่านผู้ฟังหญิง: แกะๆ ค่ะ คืออย่างนี้ค่ะ คือมีอยู่วันหนึ่งมีร้านเกี๋ยวเตี๋ยวอยู่ร้านหนึ่งค่ะ แล้วก็บอกว่า อุ๊ย! ร้านนี้เดี๋ยวจะไปกิน พอสองวันผ่านไปร้านนี้มันปิด ก็บอก โอ๊ยตายล่ะ ร้านนี้ยังไม่ได้กินเลย มันปิดแล้วๆ พอมานั่งพิจารณาจิตตัวเองบอกว่า ทำไมถึงคิดอย่างนี้ เราจะเห็นว่า เราไม่ได้กิน ฉันยังไม่ได้ไปร้านแกเลย แล้วแกปิดไป ฉันทั้งหมดเลยค่ะอาจารย์คะ
ท่านอาจารย์: ถูกต้อง แล้วก็ตั้งแต่โตมาจนถึงป่านนี้จนกว่าจะสิ้นชีวิต นี่กี่ชั้น? ใช่ไหม? เพราะฉะนั้น ร้านก๋วยเตี๋ยวมีไหม?
ท่านผู้ฟังชาย: มีซิครับอาจารย์ ปืดไปแล้ว
ท่านอาจารย์: ก่อนปิดมีไหม?
ท่านผู้ฟังหญิง: มี
ท่านอาจารย์: แน่หรือ?
ท่านผู้ฟังหญิง: ไม่มี
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น เราพูดถึงคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อสะสมเป็นบารมีที่จะรู้ว่า ความจริงเป็นความจริงที่เปลี่ยนไม่ได้
การรู้ความจริงมีค่าสูงสุด เพราะเหตุว่า ธรรมไม่มีใครที่จะเปลี่ยนได้ ต้องเกิดแล้วก็ดับไปเรื่อยๆ ไม่หยุด ออกจากสังสารวัฏฏ์ไม่ได้
จะห้ามเห็นเดี๋ยวนี้ไม่ให้เกิดได้ไหม? จะห้ามคิดเดี๋ยวนี้ไม่ให้เกิดได้ไหม? เริ่มรู้จักธรรมเสียก่อน
ขอเชิญอ่านได้ที่ ..
พระสัทธรรม ๓ อย่าง [มหาวิภังค์]
ขอเชิญฟังเพิ่มได้ที่ ..
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
และกราบยินดีในกุศลจิตของคุณบุญฤทธิ์ ด้วยค่ะ
