เหตุที่จะให้ปัญญาเกิดขึ้น

[เล่มที่ 61] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๗ - หน้า 586
[๒๔๗๐] (สรภังคดาบส ทูลว่า) บุคคลควรคบ หาท่านผู้รู้ทั้งหลาย ละเอียดลออ เป็นพหูสูต ควร เป็นนักเรียน นักสอบถาม พึงตั้งใจฟังคำสุภาษิตโดย เคารพ นรชนทำอย่างนี้ จึงจะเป็นผู้มีปัญญา.
อ.คำปั่น: ประเด็นนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งเลยครับได้ฟังในประเด็นที่ อ.อรรณพ ได้กราบเรียนสนทนากับท่านอาจารย์ถึงแนวทางปารศึกษานะครับ ซึ่งกระผมก็ได้ฟังที่ท่านอาจารย์บรรยายไว้ ซึ่งกระผมก็ทรงจำแล้วก็เป็นเครื่องเตือนตนเองอยู่ตลอด ก็คือมีโอกาสอ่านก็อ่าน มีโอกาสฟังก็ฟัง มีโอกาสสนทนาก็สนทนาครับ นี่คือส่วนหนึ่งครับ
แล้วก็ในช่วงที่เข้ามาในมูลนิธิใหม่ๆ ก็ฟังไม่รู้เรื่อง ก็เดือดร้อนใจ ท่านอาจารย์ก็เตือนด้วยคำที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ซึ่งกระผมก็จดจำแล้วก็เก็บไว้ในหทัยโดยตลอด ก็คือจะเดือดร้อนไหม ถ้าเข้าใจธรรมะตามกำลังปัญญาของตนครับท่านอาจารย์ นี้ก็เป็นคำที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวเตือนอยู่ตลอดครับ ซึ่งแนวทางการศึกษาผมก็เห็นเลยครับว่า ในการสนทนาแต่ละครั้ง คือไม่รู้ว่าคำถามจะมาลักษณะอย่างไร แต่พอได้ฟังคำที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวได้ตอบนี่ครับ เป็นประโยชน์เกื้แกูลทั้งหมดเลย และส่วนไหนที่ยังไม่เข้าใจชัด ก็ศึกษาเพิ่มเติม ค้นคว้าเพิ่มเติม เพราะว่าในคำบรรยายท่านอาจารย์ก็มีครบหมดแล้ว แล้วก็มีข้อความอ้างอิงจากพระไตรปิฎก อรรถกถา พร้อมที่จะให้ประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ฟังผู้ศึกษาจริงๆ ครับ
ซึ่งข้อความในพระไตรปิฎกก็แสดงไว้ครับว่า เหตุที่จะให้ปัญญาเกิดขึ้นครับ มีแสดงไว้มากมายในหลายที่ครับ อย่างข้อความตอนหนึ่งนะครับว่า
บุคคลควรคบหาท่านผู้รู้ทั้งหลาย ละเอียดลออ เป็นพหูสูต ควรเป็นนักเรียน นักสอบถาม พึงตั้งใจฟังคำสุภาษิตโดยเคารพ นรชนทำอย่างนี้ จึงจะเป็นผู้มีปัญญา
แสดงไว้หมดเลยครับ เพราะฉะนั้น พอได้ฟังในวันนี้ เห็นเลยครับว่า ไม่มีคอร์สในการศึกษาธรรมะ แต่เริ่มตรงไหนฟังตรงไหน เข้าใจตรงนั้น นั่นคือประโยชน์ แล้วก็ที่สำคัญ ก็คือศึกษาธรรมะทีละคำ ท่านอาจารย์เวลาได้กล่าวธรรมะ ท่านอาจารย์ไม่ได้กล่าวคำลอยๆ เลย ไม่ได้กล่าวลอยๆ แต่ละคำมีคำอธิบายทั้งหมดเลย ผัสสะคืออะไร อาหาระคืออะไร มีคำอธิบายทั้งหมดเพื่อประโยชน์สำหรับผู้ฟังครับ
เพราะะนั้น ก็จะตั้งใจแล้วก็ศึกษาตามแนวทางที่ท่านอาจารย์ได้บอกกล่าวไว้ครับ ซึ่งก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ ก็ไม่ได้หวังเพราะทุกครั้งที่ได้ฟัง ประโยชน์ก็คือความเข้าใจ แล้วก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น ทีละนิดๆ ซึ่งก็น้อยมากครับ แต่ก็เป็นประโยชน์ครับ
ก็ขอโอกาสแสดงความคิดเห็นครับท่านอาจารย์ครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่ใช้คำว่าคอร์ส ก็คือหลักสูตรใช่ไหม?
อ.อรรณพ: ใช่ครับ
ท่านอาจารย์: กฏเกณฑ์ แล้วไง มีไหม?
อ.อรรณพ: คือท่านอาจารย์ครับ การศึกษาทางโลกนี่ เราก็จะต้องมีระดับตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม ปริญญาต่างๆ นะครับ เราก็ต้องมีหลักสูตรนะครับ หลักสูตรที่จะสอนในวิชชานั้นๆ อย่างนี้ครับท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: สำหรับสอบ หรือสำหรับอะไรคะหลักสูตร?
อ.อรรณพ: หลักสูตรสำหรับสอนและสอบครับ
ท่านอาจารย์: แล้วรู้ตัวเองเข้าใจแค่ไหนหรือเปล่า? แค่จำใช่ไหม? ลอกมาก็สอบได้ใช่ไหม?
อ.อรรณพ: ศาสตร์ทางโลกครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธะ ตามลำดับที่จะสามารถเข้าใจสิ่งที่มีจนประจักษ์แจ้งได้
อ.อรรณพ: วันนี้เป็นประโยชน์ การศึกษาโดยลำดับ ปริยิติ ปฏิบัติ ปฏิเวธะ นั่นแหละคือการศึกษาโดยลำดับ และผมว่าจะเข้าใจได้ชัดเจน ก็คือการศึกษาทางโลกนี่เพื่อให้จดจำในสิ่งนั้นได้ และเมื่อจดจำในสิ่งนั้นได้ก็มีการตรึกถึงสิ่งนั้นได้อย่างแคล่วคล่องด้วยวิตักกะ แต่ว่าไม่ได้บ่มเจตสิกหนึ่ง ก็คือปัญญาเจตสิก
แต่ปัญญาเจตสิกนี่ จะบ่มก็ด้วยการฟังคำของพระองค์จนเป็นปริยัติ และปรุงแต่งๆ ขึ้นโดยความเป็นสังขารขันธ์เป็นปฏิปัตติ และปฏิเวธะ
ท่านอาจารย์: สิ่งที่ประเสริฐสุดกลายเป็นไปทำคอร์สขึ้นมา
อ.อรรณพ: ก็คือไม่วนแล้วครับ เพราะผมชัดเจนไปหมดแล้วครับ ก็ขอขอบพระคุณอ.คำปั่นครับที่เราขณะนี้คณะอาจารย์ มศพ เรามีโอกาสอันดีที่ได้รับพระธรรมจากท่านอาจารย์ และมีโอกาสที่จะได้ปรนนิบัติพระธรรม รับใช้ท่านอาจารย์ สืบสานพระศาสนาด้วย เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องสำคัญในการที่เราจะได้ดำรงคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไปนะครับ
ขอเชิญอ่านเพิ่มได้ที่ ..
พึงตั้งใจฟังคำสุภาษิตโดยเคารพ [สรภังคชาดก]
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.คำปั่น ด้วยค่ะ


