ยินดีอะไรกับสิ่งที่ไม่เหลือ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น แม้ความเห็นผิดว่าเป็นอัตตา ก็มี ๒ อย่าง เห็นผิดว่าเป็นอัตตาทั้งนั้น แต่ไม่ใช่เรา เราอยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้น เห็นผิดว่าเราตรงนี้เป็นสักกายทิฏฐิ ทั้งหมดที่เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด คืออัตตานุทิฏฐิ แม้คนอื่นก็เห็นตรงนี้ว่า เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นอัตตา แต่เฉพาะผู้ที่เห็นผิดว่า นี่เรา นั่นแหละเป็นสักกายทิฏฐิ
เพราะฉะนั้น พอได้ยินคำว่า ทิฏฐิ ความเห็นผิดจากความเป็นจริงโดยประการต่างๆ นัยยะทั้งปวง แต่ประการแรกที่ทุกคนเหมือนกัน ก็คือว่าเห็นผิดว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นอัตตาจึงเป็นอัตตานุทิฏฐิ ตามเห็นไปหมดไม่ว่าอะไรว่า เป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้
ผง เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดแล้วใช่ไหม ไม่ใช่อย่างอื่น ก็เป็นอัตตาทั้งนั้น แต่ตรงนี้ที่ถือว่า เรา ไม่ใช่เขา ทั้งๆ ที่เป็นสิ่งหนึ่ง แต่ว่าสิ่งหนึ่งนั้น นี่เป็นเรา เป็นสักกายทิฏฐิ
เพราะฉะนั้น แต่ละคำ มีความละเอียดมากที่จะต้องรู้ว่า ทิฏฐิ มีเดี๋ยวนี้หรือเปล่า?
อ.ณภัทร: ครับ
ท่านอาจารย์: เห็นไหม! ผง ตามไปได้หมดไม่ว่าอะไร
อ.ณภัทร: ครับ
ท่านอาจารย์: คิ้วของเรา ตาของเรา นิ้วของเรา แขนของเรา อย่างเสื้อผ้าของเราเอง มีเราใช่ไหม? ก็ต้องมีของเรา
อ.ณภัทร: ครับ
ท่านอาจารย์: อยู่ไปเถิดในสังสารวัฏฏ์ มืดสนิทไม่ได้รู้ความจริง จนกว่าจะมีการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วผู้ที่สะสมมาเห็นประโยชน์ รู้ว่า ทุกอย่างเกิดแล้วดับไม่เหลือเลย
แต่ในบรรดาสิ่งที่เกิดดับทั้งหมด ปัญญา ประเสริฐสุด เพราะสามารถจะรู้ความจริงจนประจักษ์แจ้ง จนดับสิ่งที่มีปัจจัยเกิด เมื่อดับปัจจัยที่จะให้เกิด เกิดอีกไม่ได้เลยตามลำดับจนไม่เกิดอีกเลย
แต่ฟังนี่ คลายแล้วยัง?
อ.ณภัทร: แค่ฟังก็ยังไม่คลายครับ
ท่านอาจารย์: ถูกต้อง เพราะว่าเพียงฟัง ลักษณะจริงๆ ที่เกิดดับไม่ปรากฏตราบใดก็เพียงฟัง แต่ค่อยๆ เข้าใจถูกขึ้นตามลำดับ เป็นการปลูกฝังอุปนิสัยที่จะเห็นประโยชน์อย่างยิ่งของสิ่งที่ประเสริฐกว่าทรัพย์สินใดๆ ทั้งหมด ประเสริฐกว่ารูปสมบัติ ทระพย์สมบัติ เกียรติยศชื่อเสียง คำสรรเสริญใดๆ ทั้งหมด เพราะว่าทุกสิ่งนั้นเกิดและดับ แล้วยินดีอะไรกับสิ่งที่ไม่เหลือ โง่หรือฉลาด อวิชชาหรือปัญญา
ถ้าใครบอกว่าคุณณภัทรโง่ เป็นอย่างไรคะ?
อ.ณภัทร: ก็ยังมีความเป็นเราที่ยังไม่พอใจครับ
ท่านอาจารย์: แสดงว่ายังไม่ได้ปลาบปลื้มกับความไม่มีเราเลย
อ.ณภัทร: ใช่ครับ
ท่านอาจารย์: น่าจะปลาบปลื้มนะไม่มีเราแต่เป็นธรรมะ แต่ระวังให้ดีนะ อกุศลธรรมะ ร้ายมาก
เพราะฉะนั้น ต้องละเอียดอย่างยิ่งตามลำดับขั้น ฟังเพื่อเข้าใจ อันนี้สำคัญที่สุด ฟังเพื่อเข้าใจความจริง เมื่อเป็นความจริงแล้วต้องถึงระดับรู้ความจริงได้ประจักษ์แจ้งได้ นั่นจึงจะเป็นประโยชน์ของการฟัง
แม้เดี๋ยวนี้ แต่ละคำ ที่เข้าใจ ขณะไหนก็ตามประโยชน์ คือปลูกฝังความมั่นคงว่าไม่ใช่เรา
แต่ยังไม่ประจักษ์ก็เป็นคนต่อไป เป็นอะไรต่อไป จนกว่าแต่ละทางปรากฏแยกขาดจากกัน เพราะปกติอย่างนี้ก็แยกขาดจากกันอยู่แล้ว แต่ติดกันแน่นสนิทจนเหมือนไม่แยกเลย
เพราะฉะนั้น ฟังธรรมะต้องฟังด้วยความเข้าใจจริงๆ ธรรมะมีจริงทุกอย่างเป็นธรรมะ แล้วมาเป็นเราได้อย่างไร นอกจากความไม่รู้ ตายแล้วไหนล่ะเรา?
แต่พอเกิด ก็เป็นเราอีก ใช้คำว่า "บรมโง่" ก็ดีซิ!! จะได้รู้ความจริง
อ.ณภัทร: ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ
ท่านอาจารย์: เวลามีคนบอกว่า โง่ หรือไม่ใช่เรา เพราะอะไรจึงปลาบปลื้ม? อวิชชา คลอบงำอยู่ตลอดเพราะอะไร? จึงปลาบปลื้มที่รู้ว่า ไม่มีเรา แล้วโง่มากโง่มากๆ โง่มานานแล้วหนาแน่นมาก โง่จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เราเลยแหละ เพราะอะไรจึงปลาบปลื้ม
ที่เป็นอย่างนี้ เป็นโง่มากๆ อย่างนี้ แล้วก็ไม่ใช่เราเลยอย่างนี้ เพราะอะไรจึงปลาบปลื้ม?
อ.ณภัทร: เหนาขึ้นๆ พราะเข้าใจครับ
ท่านอาจารย์: เพราะปลาบปลื้นที่รู้ความจริง
อ.ณภัทร: ครับ
ท่านอาจารย์: ความจริงที่เปลี่ยนไม่ได้เลยถึงที่สุด แล้วรู้ได้ในความจริงที่ถูกปกปิดไว้ตลอดไปหนาขึ้นๆ ได้มีโอกาสได้รู้ได้ปลูกฝังอีกนานเท่าไหร่ รู้ได้แน่นอน เพราะมีผู้ที่ประจักษ์แจ้งแล้วด้วยความอดทนกี่แสนกัปป์ไม่สำคัญ
แม้สุเมธดาบสได้รับฟังพยากรณ์จากพระเจ้าทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้า อีก ๔ อสงไขยแสนกัปป์ เดือดร้อนหรือปลาบปลื้ม? เห็นไหม!! ที่จะรู้ความจริง แค่นี้ค่ะ ยิ่งกว่าจะเอาทรัพย์สมบัติมหาศาลมาให้ ขอให้รู้ความจริงเถิดเพราะรู้ยาก และถูกปกปิดมาแสนนาน ถ้าไม่ละเอียดไม่ฟังด้วยความเคารพจริงๆ ไม่มีทางละความเป็นเรา เหนียวแน่นหนาแน่นมากมายมหาศาลอย่างที่คนตกยางมะตอยก็ดีนะ ทำให้เราเริ่มได้คิดว่า นั่นยางมะตอยแค่ถังด้วย!! นี่ยิ่งกว่าถัง และเหนียวแน่นยิ่งกว่ายางมะตอย
เพราะฉะนั้น กว่าจะเห็นคุณจริงๆ มีความอดทนจริงๆ ทำให้รู้ประโยชน์สูงสุด สิ่งนี้มี กำลังมีปรากฏ รู้ได้แน่นอน แต่ไม่ใช่ด้วยความเป็นเรา แต่ต้องด้วยความเข้าใจมั่นคงตามลำดับขั้น ขั้นฟังต้องมั่นคง
อ.ณภัทร: ครับ ดังนั้นการที่จะมากไปด้วยความหน่าย ก็ต้องเป็นผู้ที่อาศัยพระธรรมจริงๆ ครับ แล้วก็กราบเท้าท่านอาจารย์อย่างยิ่งที่ปลูกฝังอุปนิสัยในการเป็นผู้ที่ละเอียดในสภาพธรรมะในแต่ละคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าครับ
ขอเชิญอ่านเพิ่มได้ที่ ..
๑๒. อัตตานุทิฏฐิสูตร ว่าด้วยการละอัตตานุทิฏฐิ
ขอเชิญรับฟังได้ที่ ..
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
กราบยินดีในกุศลจิตของ อ.ณภัทร ด้วยค่ะ

