ความเห็นผิดเป็นจิตหรือเปล่า?

อ.อรรณพ: ก็ต้องกราบเท้าท่านอาจารย์ว่า ให้เห็นถึงความไม่ประมาทในคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้คำว่า หน่าย เพราะลึกๆ เราอยากจะหน่ายให้เร็วๆ อยากจะถึงสักที อยากจะพ้นจากสังสารวัฏฏ์ ด้วยความเป็นเรา
เพราะฉะนั้น ไม่หน่ายความเป็นเรา จริงๆ ครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลึกซึ้งมาก และประเด็นที่จะกราบเท้า ท่านอาจารย์ได้กล่าวถึงอัตตานุทิฏฐิ และสักกายทิฏฐิ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นอัตตา สักกายทิฏฐิที่ยึดถือว่ามีเราเป็นตัวเรา ยึดถือว่าเราด้วยเห็นผิดนะครับ หรือจะเป็นอัตตานุทิฏฐิที่ยึดถือว่า คนอื่นหรือสิ่งของอย่างตอนนี้ผมมองห็นขวดน้ำที่วางไว้ข้างหน้าผม การที่เห็นว่าเป็นขวดน้ำ ไม่อาจจะรู้ได้จริงๆ ครับท่านอาจารย์สำหรับผู้ที่ยังมีพืชเชื้อของความเห็นผิดที่ยังไม่ได้ถูกดับ จะไม่สามารถจะรู้ได้เลยว่า การที่เรารู้ว่าเป็นขวดน้ำสักใบที่ตั้งอยู่ตรงหน้านั้น เป็นการยึดถือด้วยโลภะว่าเป็นของของเรา หรือเป็นการยึดถือด้วยโลภะที่ประกอบด้วยความเห็นผิดว่า มีขวดน้ำ
และตราบใดที่ความเห็นผิดยังไม่ได้ถูกดับไป จะกล่าวว่าฟังธรรมะแล้วก็เหมือนดูเหมือนจะมีแต่การยึดว่าเป็นเราด้วยมานะ และก็ตัณหา เหมือนกับว่าเราด้วยทิฏฐิเหมือนจะไม่มี
แต่ในความลึกซึ้งแล้วก็ต้องมีนะครับใช่ไหมครับท่านอาจารย์ เพราะว่ายังมีพืชเชื้อของความเห็นผิดอยู่
แต่กระผมไม่ทราบจริงๆ ว่า ในขณะนี้ที่เห็นแก้วสักใบหนึ่ง แล้วเราเห็นว่าเป็นแก้วด้วยความยึดถือด้วยโลภะ หรือด้วยทิฏฐิครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ละเอียดเป็นขั้นแรกเลยนะครับที่จะจากปุถุชนที่เจริญขึ้นรู้อย่างนั้นครับ
เพราะฉะนั้น ยากครับท่านอาจารย์ที่จะเห็นว่า ที่เราเห็นว่าเป็นแก้วสักใบนี่ ยึดถือด้วยโลภะ หรือทิฏฐิ ก็กราบขอโอกาสให้ท่านอาจารย์ได้ให้คำที่เปิดเผยความละเอียดตรงนี้ครับ
ท่านอาจารย์: เวลาที่เห็นว่า เป็นแก้ว ติดข้องไหม?
อ.อรรณพ: ติดข้องครับ เพราะว่าตอนนี้ผมต้องการแก้วใบใหญ่ๆ แล้วก็มีแก้วใบใหญ่ ...
ท่านอาจารย์: เดี๋ยวก่อน! ยังไม่ต้องไปไหน ยังๆ ยังไม่ต้องยังไม่ไปหมด เอาเห็นแก้วแค่นี้ แค่เห็นแก้ว เห็นแก้ว ถูกหรือ? เห็นไหม!! ต้องละเอียดว่า เราฟังมาแล้วนี่
อ.อรรณพ: ครับ
ท่านอาจารย์: อัตตานุทิฏฐิ สักกายทิฏฐิ เป็นชื่อ เวลาฟังจะแจ้งมาก แต่พอเห็นแก้วนี่ มีความเห็นผิดไหม? มีไหม? ถ้าไม่ติดข้อง ไม่มีความไม่รู้ จะเป็นแก้วไม่ได้!!
อ.อรรณพ: ติดข้องแน่นอนครับ แต่ยากที่จะรู้ว่ามีทิฏฐิเกิดไหมครับ?
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ขณะที่เห็นแก้ว มีความติดข้อง
อ.อรรณพ: แน่นอนครับ
ท่านอาจารย์: ขณะที่เห็นแก้ว มีความติดข้องทันที!! ติดข้องแค่ไหน เป็นแก้ว!! แค่นั้นแหละ ยังไม่เป็นของใครทั้งสิ้น เพียงแค่เป็นแก้วติดข้องแล้ว!! ผิดแล้ว!! มีความพอใจในความเห็นที่พอใจที่จะว่า เห็นแก้วเป็นแก้ว เห็นแก้ว
เพราะฉะนั้น ทิฏฐิเกิดพร้อมกับโลภะพร้อมกับความไม่รู้ไม่ได้แยกกันเลย จนกว่าดับทิฏฐิหมดเมื่อไหร่ เห็นแล้วไม่รู้ไม่เหมือนเดิมที่คิดว่าเป็นแก้วตลอดไป แต่รู้ความจริงแต่พอใจในสิ่งนั้น
เพราะฉะนั้น การละกิเลสจึงละตามลำดับขั้น โสดาบันละความเห็นผิด แต่ไม่ได้ละความติดข้อง
เห็นไหม ติดข้องมีจริง เป็นจิตหรือเปล่า? เป็นธาตุรู้หรือเปล่า?
อ.อรรณพ: เป็นธาตุรู้ครับ
ท่านอาจารย์: แต่ไม่ใช่จิต แล้วเป็นอะไร?
อ.อรรณพ: เป็นธาตุรู้ที่ไม่ใช่จิต
ท่านอาจารย์: เป็นธาตุรู้ที่ไม่ใช่จิต แล้วเป็นอะไร? วันนี้คุณเจจะได้ตั้งต้น
อ.อรรณพ: เพราะคุณเจอยู่ที่นั้นด้วย
ท่านอาจารย์: แล้วคนอื่นที่ฟังแล้วก็ตั้งต้นในความลึกซึ้งยิ่งขึ้น
อ.อรรณพ: ครับ
ท่านอาจารย์: เพราะได้รู้แล้ว เพราะฉะนั้น ก็ตามลำดับขั้น ใครฟังมานานเท่าไหร่ ใครจะเข้าใจมากน้อยแค่ไหนเป็นแต่ละคน
แต่ถ้าไม่มีความละเอียดอย่างนี้ ต่อให้คุณเจไปรู้ว่า จิตอะไร สัมปฎิจฉันนะเกิดต่อจากอะไร ก็ไม่สามารถที่จะละความเป็นอัตตาได้
ด้วยเหตุนี้ จึงต้องรู้ตามลำดับว่า ต้องตามลำดับจริงๆ เพียงคำเดียวคำว่า ธรรมะ ประมาทไม่ได้เลย แล้วธรรมะนั้น อย่างเช่น ความเห็นผิดเป็นจิตหรือเปล่า? เราเรียนธรรมะศึกษาธรรมะที่กำลังมี ไม่ใช่อยู่ในหนังสือ เพราะว่าหนังสือเพียงแต่บอกให้รู้ว่ามีอะไรบ้าง แต่เดี๋ยวนี้ทุกคนก็สงสัยว่า มันอะไร ทั้งๆ ที่รู้จากหนังสือแล้ว
เพราะฉะนั้น ศึกษาจริงๆ ก็คือว่า ตัวธรรมะมีตลอดเวลาไม่ขาดแต่ไม่รู้ ไปรู้คำในหนังสือ
ขอเชิญรับฟังได้ที่ ..
อัตตานุทิฏฐิ สักกายทิฏฐิ ไตรลักษณะ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
กราบยินดีในกุศลจิตของ อ.อรรณพ ด้วยค่ะ

