อยู่ในโลกมืดเหมือนคนตาบอด ถ้าไม่ได้รับแสงสว่าง คือ พระธรรม

 
nattawan
วันที่  28 ม.ค. 2569
หมายเลข  51936
อ่าน  110

ท่านอาจารย์ ไม่ใช่ คนไหนเรียนจบปริญญาเอกมา ทำอะไรได้ ก่อสร้างตึกสูงกี่ชั้น สถาปนิกสวยงาม อะไรก็ตามแต่ ไม่ใช่ปัญญาในพระพุทธศาสนาเลย ถ้าปัญญาในพระพุทธศาสนาหมายความว่า รู้สภาพธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนี้ ตามความเป็นจริงของสภาพธรรมนั้น จึงจะชื่อว่า ปัญญา เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่า อยู่ในโลกมืดเหมือนคนตาบอด ถ้าไม่ได้รับแสงสว่าง คือ พระธรรม ไม่มีทางที่จะรู้จักโลก รู้จักตัวเอง รู้จักทุกอย่างตามความเป็นจริง ต่อเมื่อไหร่ที่เริ่มฟังพระธรรม เมื่อนั้นถึงจะรู้ว่า ขณะนี้เป็นสภาพธรรมอะไร เป็นนามธรรม หรือเป็นรูปธรรม ทางตา หรือทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย หรือทางใจ และสามารถที่จะส่องละเอียดไปจนกระทั่งถึงว่า แม้เพียงขณะจิตขณะเดียวที่เกิดขึ้น มีสภาพธรรมอะไรบ้างที่เกิดร่วมกับจิตนั้น เพราะเหตุว่า เวลาเห็น และคิดนึก คิดดีก็ได้ คิดไม่ดีก็ได้ เพราะฉะนั้น จะเป็นธรรมที่เป็นอกุศลก็ได้ ธรรมที่เป็นกุศลก็ได้ ขณะใดที่เราคิดแล้วเราโกรธ ขณะนั้นเป็นสภาพธรรมประเภทอกุศลธรรม คือ ธรรมที่ไม่ดีงาม ขณะใดที่เราคิดแล้วไม่โกรธ ขณะนั้นเป็นสภาพธรรมประเภทดี เพราะฉะนั้น ไม่มีเรา วันหนึ่งๆ ก็อ่านออกว่า มีสภาพธรรมที่ดีบ้าง มีสภาพธรรมที่ไม่ดีบ้าง และไม่ใช่เรา คนอื่นก็เหมือนกันใช่ไหม เขาอย่างไร เราก็อย่างนั้น โลภะความติดข้องในสิ่งหนึ่งสิ่งใดของเรา ก็เหมือนกับโลภะความติดข้องของคนอื่น เราชอบอาหารอร่อย คนอื่นก็ชอบอาหารอร่อย เราชอบเสียงเพราะ คนอื่นก็ชอบเสียงเพราะ เราชอบสิ่งที่สวยๆ งามๆ คนอื่นก็ชอบสิ่งที่สวยๆ งามๆ เพราะฉะนั้น เราก็อ่านใจคนอื่นทะลุปุโปร่งเหมือนกันว่า เขาชอบอะไร ทุกคนชอบความสุข ไม่ชอบความทุกข์

แต่ว่า การที่เรามีความสามารถที่จะทำอะไรต่างๆ ไม่ใช่ปัญญา ต้องทราบว่า ต้องแยกออกให้ละเอียดกว่านั้น ที่เคยคิดว่า คนนั้นฉลาด คนนั้นเก่ง ใช้คำนี้ได้ในภาษาไทย ฉลาดก็ได้ เก่งก็ได้ แต่ไม่ใช่ตัวปัญญาจริงๆ ไม่ใช่สภาพธรรมที่เป็นปัญญา ถ้าใครมาหลอกให้หลงปฏิบัติจะปฏิบัติไหม ในเมื่อไม่รู้เลย ไม่รู้อะไรเลย ไปถึงก็นั่งๆ เฉยๆ บอกให้นั่งก็นั่ง เป็นคนที่ไม่มีเหตุผล และถ้าถามคนนั้นว่า ปัญญารู้อะไร คนที่บอกให้นั่ง เขาจะตอบไม่ได้เลย ถ้าตอบได้ว่า ปัญญารู้อะไร เขาก็ไม่ให้เรานั่ง เพราะว่า เดี๋ยวนี้มีสภาพธรรมที่กำลังเกิดดับ กำลังปรากฏ จะนั่ง จะนอน จะยืน จะเดิน จะพูด จะคิด เป็นธรรมทั้งหมด เมื่อเป็นธรรมทั้งหมด ปัญญาจริงๆ ก็รู้ในลักษณะของธรรมนั้น ซึ่งธรรมเป็นเรื่องยาก ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ว่า คนที่ได้สะสมบุญมาแล้ว เห็นประโยชน์ เห็นคุณค่าแล้ว มีความอดทนที่จะเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจสิ่งที่มีจริงซึ่งถ้าพระผู้มีพระภาคไม่ทรงตรัสรู้ เราไม่มีโอกาสที่จะมานั่งพูดเรื่องสภาพธรรม

ฟังเพิ่มเติม ปกิณณกธรรม ตอนที่ 18


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
chatchai.k
วันที่ 1 ก.พ. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ