สภาพธรรมอื่นที่ไม่ใช่จิต และเกิดกับจิต เป็นเจตสิกทั้งหมด

 
nattawan
วันที่  28 ม.ค. 2569
หมายเลข  51938
อ่าน  93

ท่านอาจารย์ เจตสิก เพราะฉะนั้น ให้ทราบว่า สภาพธรรมอื่นที่ไม่ใช่จิต และเกิดกับจิต เป็นเจตสิกทั้งหมด เหมือนกับโทสะที่แรง เราเห็น จิตบางครั้งไม่เกิดโทสะ บางครั้งเกิดโทสะ แล้วแต่ว่า เจตสิกประเภทใดจะเกิดกับจิตในขณะนั้น ถ้าขณะนั้น โทสเจตสิกเกิดกับจิต อาการของจิตนั้นจะเป็นโทสเจตสิก เติมคำว่า มูล แปลว่า เหตุ เพราะฉะนั้น จิตนั้นมีโทสะเป็นมูลหรือเป็นเหตุเกิดร่วมกัน จึงทำให้สภาพของจิต หยาบกระด้างเพราะมีเจตสิกชนิดนั้นเกิดร่วมด้วย ธรรมดาจิตเป็นแต่เพียงสภาพรู้ อาการเห็น อาการได้ยิน แต่เวลาที่มีเจตสิกที่ไม่ดีเกิดร่วมด้วย จิตขณะนั้นเป็นอกุศลจิตทันที ตามเจตสิกที่ไม่ดีที่เกิดร่วมด้วย เพราะฉะนั้น เวลาที่ขุ่นใจ เวลาที่เห็นฝุ่นในบ้านนิดเดียวที่โทรศัพท์ เป็นอย่างไร สบายไหม ถ้าเห็นเป็นฝุ่น รู้สึกขุ่นนิดๆ ตามจำนวนของฝุ่นใช่ไหม ถ้าฝุ่นนิดเดียวโทสะก็น้อยเพราะฝุ่นน้อย แต่ถ้าฝุ่นมากก็คิดดูว่า โทสะนี่บังคับไม่ได้ เป็นอนัตตา ทันทีที่เห็นสิ่งที่ไม่น่าพอใจ โทสะเกิด ทันทีที่ได้ยินเสียงที่ไม่น่าพอใจ โทสะเกิด ทันทีที่ได้กลิ่นที่ไม่น่าพอใจ โทสะเกิด เพราะว่า เป็นธรรมชาติหรือธรรมดาว่า เมื่ออารมณ์หรือสิ่งที่กำลังปรากฏนั้นไม่น่าพอใจ จะมาดัดจิตใจให้เกิดชอบ เกิดติดข้อง เป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น ให้ทราบว่า ความรู้สึกไม่สบายใจนิดเดียว น้อยที่สุดขณะนั้นก็เป็นโทสะแล้ว ที่ถามว่า ดุคนหรือติเตียนคนในสายงานแล้วใจเฉยๆ ต้องเป็นคนที่ละเอียดเพิ่มขึ้นที่จะรู้ว่า เฉยแบบไหน แบบไม่แสดงออกไป แต่ใจก็ยังไม่พอใจในผลงานนั้น ถ้ามีความไม่พอใจในผลงาน ขณะนั้นความไม่พอใจ ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา ไม่ใช่ใคร แต่เป็นธรรมที่มีจริงๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น และทำหน้าที่นั้น เพราะฉะนั้น ในขณะนั้นจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ต้องมีความขุ่นใจ ไม่พอใจ จะน้อย จะมากก็ตามแต่ เพราะว่า คนที่จะไม่มีโทสะ หรือความขุ่นเคืองใจเลย ต้องเป็นพระอริยบุคคล ขั้นพระอนาคามีบุคคลซึ่งอีกขั้นเดียวจะเป็นพระอรหันต์

ฟังเพิ่มเติม ปกิณณกธรรม ตอนที่ 19


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
chatchai.k
วันที่ 1 ก.พ. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ