บุคคลผู้เป็นอยู่ในธรรม ... สนทนาธรรมยามค่ำคืน 29/12/68

 
nattawan
วันที่  29 ธ.ค. 2568
หมายเลข  51741
อ่าน  187

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ทุกๆ ขณะก็ผ่านไปๆ แต่ละขณะก็คือธรรมะที่เกิดขึ้นและดับไปและไม่กลับมาอีกเลย

คุณของพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ เป็นเหตุให้ผู้ฟังได้มีความเข้าใจถูกต้องเป็นปัญญาของตนเอง ... ปัญญาเป็นที่พึ่งนำไปในกิจที่ดีงามทั้งปวง ทำให้พ้นทุกข์ทั้งหลายได้ ทำให้ถึงความสวัสดี ตามลำดับขั้นของปัญญานั้นๆ

โลภะความติดข้องยินดีพอใจไหลไปในทุกภพภูมิ แม้แต่ในพรหมภูมิก็ยังมีโลภะ ไม่มีใครไปห้ามกามาสวะได้ แต่ไม่มีโลภะมากมายเหมือนมนุษยภูมิและเทวดา เพราะฉะนั้น ไม่สวัสดี ... จะสวัสดีได้เมื่อไม่มีโลภะ

การให้ที่ประเสริฐคือการให้ธรรมะการเกื้อกูลด้วยธรรมะ เวลาที่อุบาสกอุบาสิกาเข้าไปพระวิหารเชตวันเพื่อฟังพระธรรม พระพุทธเจ้าทรงเกื้อกูลด้วยพระธรรม ให้ผู้ฟังได้ประโยชน์จากพระธรรม เป็นโอกาสได้เข้าใจความจริง ได้อบรมเจริญปัญญาและขัดเกลากิเลสของตนต่อไป


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
nattawan
วันที่ 29 ธ.ค. 2568

บุคคลผู้เป็นอยู่ในธรรม พระพุทธเจ้าทรงเตือนพุทธบริษัททั้งหมด เพราะการฟังธรรม กล่าวสนทนาธรรมสาธยายธรรม ตรึกธรรม เพื่อประโยชน์ คือ ความเข้าใจสภาพธรรมตามความเป็นจริง แต่ถ้าเรียนแล้วไม่รู้สภาพธรรมที่ปรากฏตามความเป็นจริง ก็จะไม่ได้ประโยชน์จริงๆ

พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญพระบารมีตรัสรู้เพื่อให้เราฟังแล้วจำได้ แสดงธรรมได้ตามที่จำได้ ก็ยังไม่ชื่อว่าอยู่ในธรรม ธรรมอยู่ไหน อยู่ตรงนี้ โอปนยิโก ... น้อมเข้ามาในตน ไม่ใช่เราที่น้อม แต่เป็นสติที่ระลึกและปัญญาที่รู้

เริ่มต้นต้องมีความใส่ใจ เป็นไปเพื่อการรู้สภาพธรรมะที่กำลังปรากฏ ขณะนั้นไม่มีคน ไม่มีใคร จึงอยู่ผู้เดียวเพราะมีสภาพธรรมะที่ปรากฏทีละหนึ่งๆ หลีกออกจากความไม่รู้ ขณะนั้นจึงเป็นผู้อยู่ในธรรม

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
nattawan
วันที่ 29 ธ.ค. 2568

การบ่นเพ้อธรรมะ คือ มากไปด้วยการเรียน จำคำ จำชื่อ จำเรื่องได้ แต่ไม่ได้น้อมมาเพื่อเข้าใจความจริงของธรรมะ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์เลย จึงต้องศึกษาเพื่อความเข้าใจเท่านั้นไม่ใช่เพื่ออย่างอื่นเลยทั้งสิ้น

การเป็นพหูสูตนั้นพระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นมงคลเพราะเป็นเหตุละอกุศลเจริญกุศล ละสิ่งที่มีโทษ เจริญสิ่งที่ไม่มีโทษ แสดงถึงต้องเป็นผู้ที่มีความเข้าใจ เพราะฉะนั้นสุตตะจึงเป็นทรัพย์ อริยทรัพย์ทั้งห้าก็ต้องมีสุตตะเป็นทรัพย์อันประเสริฐ ถ้าไม่มีย่อมไม่รู้แจ้งอริยสัจจธรรม แต่ต้องเป็นสุตตะเพื่อหลีกออกเร้นอยู่!!

ขาดปริยัติไม่ได้เลย ถ้าไม่ฟังเลยปัญญาจะเจริญขึ้นไม่ได้ เมื่อเหตุปัจจัยพร้อมก็เกื้อกูลให้ปัญญาขั้นต่อๆ ไปเจริญขึ้น ทั้งหมดก็เป็นเรื่องของปัญญาในแต่ละระดับขั้นจริงๆ

ซาบซึ้งในพระมหากรุณาคุณของพระพุทธเจ้าที่ทรงบำเพ็ญพระบารมีนานมาก และทรงแสดงธรรมอนุเคราะห์เกื้อกูลต่อสัตว์โลกทั้งหลาย เพื่อประโยชน์ของผู้ฟังจริงๆ เพราะฉะนั้นต้องฟัง ต้องศึกษาคำของพระพุทธเจ้า เพราะทรงแสดงธรรมตลอด 45 พรรษา แล้วทำไมจะไม่ฟัง ไม่ศึกษา แล้วจะเอาคำของพระองค์ไปไว้ไหน เพราะไม่ศึกษาก็ไม่รู้ แม้ศึกษาแล้วไม่เข้าใจหรือเข้าใจคลาดเคลื่อนก็เป็นโทษ ไม่เป็นประโยชน์และไม่เป็นผู้อยู่ในธรรม

ธรรมะอันพระพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้วทรงเตือนให้รู้ประโยชน์ว่า เรียนธรรมะเพื่อเข้าใจความจริงของสิ่งที่ปรากฏเดี๋ยวนี้

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
chatchai.k
วันที่ 30 ธ.ค. 2568

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ