สวัสดี ... สนทนาธรรมออนไลน์ 29/12/68

 
nattawan
วันที่  29 ธ.ค. 2568
หมายเลข  51739
อ่าน  191

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

การที่จะมีสิ่งที่ดีเพิ่มขึ้น ก็ต้องมีปัญญาความเข้าใจถูกต้องก่อนว่าความดีคืออะไร และจะเจริญคุณความดีได้อย่างไร ดังนั้นคุณความดีก็ควรที่จะมีโอกาสหรือมีปัจจัยที่จะให้เกิดขึ้นทุกๆ โอกาสที่จะเป็นไปได้ แต่ก็ต้องมีเหตุ

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างใดอย่างหนึ่งในโลกนี้หรือในโลกอื่น หรือรัตนะใดอันปราณีตในสวรรค์ ทรัพย์เครื่องปลื้มใจและรัตนะนั้นที่เสมอด้วยพระตถาคตไม่มีเลย แม้อันนี้เป็นรัตนะอันปราณีตในพระพุทธเจ้า ด้วยคำสัตย์นี้ขอความสวัสดีจงมี

การที่จะกล่าวคุณของพระพุทธเจ้าให้บุคคลที่รู้คุณก่อนว่าพระองค์มีคุณอย่างไร แล้วก็มีโอกาสได้ฟังแล้วเข้าใจในสิ่งที่ฟัง ที่จะอุปการะอย่างยิ่งที่จะทำให้คุณความดีทั้งหลายค่อยๆ เกิดขึ้นที่จะพ้นจากภัยคืออกุศล

ดังนั้นการเริ่มต้นที่จะเห็นคุณของพระพุทธเจ้าคืออย่างไร? แม้จะกล่าวว่าพระองค์เป็นรัตนะอันปราณีต ไม่มีอะไรเปรียบเลยคือพุทธรัตนะ ... จะเห็นคุณของพระองค์ได้อย่างไร?

รัตนะ คือ สิ่งที่มีค่า สิ่งที่ประเสริฐ สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่บุคคลทำการบูชา มีค่ามาก ชั่งไม่ได้ พบเห็นได้โดยยาก และไม่ใช่เป็นของที่สัตว์ผู้ต่ำต้อยจะบริโภค เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่ารัตนะ

พระพุทธเจ้าทรงเป็นบุคคลที่เลิศที่สุดประเสริฐที่สุดในสากลจักรวาล เป็นที่พึ่งของสัตว์โลกทั้งปวง เป็นผู้นำให้สัตว์โลกไปสู่ประโยชน์ทั้งหลายทั้งปวง

การที่จะเห็นคุณของพระองค์ได้ต้องเป็นผู้ที่ได้ฟังพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง ได้เข้าเฝ้าได้ฟังได้ศึกษาจากคำจริงที่พระองค์ได้ทรงแสดง!!

อะไรจะเป็นที่พึ่งไม่ว่าจะเป็นยามทุกข์ยากยามเดือดร้อนด้วยภัยประการใดก็ตาม ที่พึ่งที่จะทำให้ค่อยๆ พ้นจากภัยได้ก็คือพึ่งพระพุทธเจ้า

พึ่งไม่ใช่อ้อนวอนขอร้อง แต่พึ่งด้วยการได้ฟัง ได้ศึกษาพระธรรมที่พระองค์ได้ทรงแสดง

พระพุทธเจ้าไม่ทรงต้องการอะไรจากสัตว์โลกเลย แต่มีพุทธประสงค์ก็คือให้ผู้ฟังให้สัตว์โลกได้ฟังคำของพระองค์ ซึ่งเมื่อได้ฟังแล้วประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นแก่ผู้นั้น ก็คือมีความเข้าใจอย่างถูกต้องตรงตามความเป็นจริงและเมื่อผู้นั้นมีปัญญาแล้ว ... ปัญญาเป็นที่พึ่ง เพราะได้อาศัยพระธรรมของพระพุทธเจ้าแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ปัญญาก็ไม่เคยทำให้เกิดทุกข์เลย นี่คือความเป็นจริงของปัญญาที่มาจากการได้อาศัยพระธรรมที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ดีแล้ว


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
nattawan
วันที่ 29 ธ.ค. 2568

ดังนั้น การที่จะได้เห็นคุณของพระพุทธเจ้าได้ ก็ต้องเป็นผู้ที่ได้ฟังได้ศึกษาในคำของพระองค์ และมีความเข้าใจถูกต้องตรงตามความเป็นจริงจึงสามารถที่จะรู้ได้ว่า นี่แหละคือบุคคลที่เป็นผู้เลิศที่สุดประเสริฐที่สุดในสากลจักรวาล ไม่มีบุคคลใดจะเปรียบได้เลย

ต้องได้ยินได้ฟังคำของพระพุทธเจ้าจึงค่อยๆ เห็นคุณของพระองค์ การจะรู้คุณจริงๆ ก็ต้องเกิดจากการได้รู้ความจริงของธรรมะ รู้ว่าพุทธะ ผู้รู้คือรู้สิ่งนี้

การที่จะรู้จักพระพุทธเจ้าก็คือการได้เข้าใจความเป็นจริงของธรรมะตามกำลังปัญญา

พ้นจากราคะทั้งหลายทั้งปวง นี้ชื่อว่าผู้มีความสวัสดี เพราะสลัดบาปธรรมออกได้

สวัสดี คือ คุณความดีที่จะทำให้ถึงความไม่มีภัย พ้นจากภัย

ตราบใดที่ยังมีราคะ มีโลภะ ตราบนั้นก็ยังไม่ถึงความสวัสดีที่สมบูรณ์ แต่โลภะหรือราคะที่ประกอบด้วยความเห็นผิด นำมาซึ่งทุกข์โทษ ไม่มีทางที่จะถึงความสวัสดีเลย เพราะฉะนั้นผู้ที่ดับราคะที่เกิดกับความเห็นผิดได้ ท่านจะเป็นผู้ที่ถึงความสวัสดีในระดับที่มั่นคงที่จะได้พ้นต่อภัย

ทำไมตราบใดที่มีราคะจึงไม่สวัสดี? จะสวัสดีได้อย่างไรในเมื่อยังไม่มั่นคงในคำที่จะทำให้ถึงความสวัสดี คำอะไรที่จะทำให้ถึงความสวัสดี ... คุณความดีที่จะทำให้พ้นจากภัย ... ก็ต้องเป็นคำของพระพุทธเจ้าเท่านั้น!!

ตราบใดที่ยังมีความติดข้องซึ่งเป็นรากมูลให้ความเห็นผิดเกิด ขณะนั้นย่อมไม่สวัสดี เพราะไม่ได้เป็นไปในทางดำเนินของพระอริยเจ้าทั้งหลายคืออริยมรรคมีองค์แปด เพราะมีความเห็นผิด มิจฉาทิฏฐิ เป็นหนทางผิด ตรงข้ามกับสัมมาทิฏฐิซึ่งเป็นหนทาง

ถ้าดับราคะที่มีความเห็นผิดไม่ได้ ก็ไม่ถึงความสวัสดี แต่ความเป็นพระโสดาบันก็คือปัญญาจนถึงมรรคปัญญา ที่ดับความเห็นผิด ความลังเลสงสัยและข้อวัตรปฏิบัติที่ผิดได้ ... ท่านก็ต้องถึงความสวัสดีจริงๆ

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
chatchai.k
วันที่ 30 ธ.ค. 2568

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ