เดี๋ยวนี้เองเป็นขันธ์หรือเปล่า?

อ.อรรณพ: กราบเท้าท่านอาจารย์ครับว่า พระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงโดยนัยยะของขันธ์นี่ครับ ก็เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ถ้าได้เข้าใจตั้งแต่เริ่มต้นจริงๆ ของขันธ์นะครับ ไม่ว่าพระองค์จะทรงแสดงว่า ที่มีความยึดถือในสัตว์บุคคลต่างๆ สิ่งของต่างๆ แต่แท้จริงแล้วก็เป็นการยึดถือด้วยอำนาจของความติดข้อง และความเห็นผิดในขันธ์ทั้ง ๕ นะครับ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ และอีกหลายๆ พระสูตรนะครับ
แม้แต่พระองค์ก็ทรงเสด็จแสดงครับ หรือว่าท่านพระสารีบุตรก็แสดงในเรื่องของการละฉันทราคะในขันธ์ทั้ง ๕ นี่ครับ ทีนี้ความเข้าใจที่จะเริ่มต้นที่ถูกต้องจริงๆ ในเรื่องของขันธ์คืออย่างไรครับ
ท่านอาจารย์: เดี๋ยวนี้มีขันธ์ไหม? เห็นไหม!! พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง คำ ไม่ใช่ไม่ได้กล่าวถึงสิ่งที่กำลังมี แต่ทุกคำของพระองค์ตรัสเพื่อให้รู้ว่า ตั้งแต่เกิดจนตายมีสิ่งทุกอย่างปรากฏทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ วันแล้ววันเล่า แต่ไม่เคยรู้เลย พอได้ยิน ชื่อ คำว่า ขันธ์ ก็คิดถึงขันธ์ แต่ขันธ์อยู่ไหน? อยู่นี่ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า จะไปหาโลก หรือจะไปหาทุกคำที่พระองค์ตรัสนี่ได้ที่ไหน? ตรงนี้เองค่ะ!!
เพราะฉะนั้น ทุกคำที่พระองค์ตรัสเพื่อให้เข้าใจความจริงซึ่งมีอยู่ตรงที่เป็นสิ่งที่เรายึดถือว่า เป็นกายของเราตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า นี่คือการศึกษาตัวธรรมะ เพราะตัวธรรมะไม่ได้อยู่ในหนังสือ ไม่ได้อยู่ที่ชื่อขันธ์ ๕ ขันธ์มีอะไรบ้าง แต่เดี๋ยวนี้เองเป็นขันธ์หรือเปล่า? ขันธ์อยู่ไหน? ขันธ์อะไร?
เพราะฉะนั้น ต้องศึกษาด้วยความเข้าใจถูกต้องว่า เพื่อเข้าใจสิ่งที่กำลังมีเดี๋ยวนี้เอง และไม่ไกลเลย ใกล้มาก แต่ห่างไกลจากความเข้าใจไปอีกทุกวันทุกขณะ เพราะมัวคิดถึงเรื่องอื่น ขันธ์ อายตนะ เป็นคำเป็นเรื่อง แต่เดี๋ยวนี้ตรงนี้เป็นขันธ์หรือเปล่า? เป็นธรรมะหรือเปล่า? เป็นอายตนะหรือเปล่า? ให้เข้าใจเพื่อละความที่เคยจำไว้แน่นหนามั่นคงว่า เป็นเราทั้งหมดตั้งแต่เกิดจนตายทุกชาติ จนกว่าจะรู้ความจริงตรงตามที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ธรรมะ เห็นไหม! ธรรมะนะ ทั้งปวงทั้งหมดเป็นอนัตตา แค่นี้ค่ะ!! อยู่ไหน? อยู่ตรงนี้เองที่ตา ที่หู ที่จมูก ที่ลิ้น ที่กาย ที่ใจ ใกล้มากทุกขณะ ไม่เคยคิด
แม้แต่ได้ยินคำว่า ขันธ์ ก็ไปคิดถึงจำนวน ๕ และไปคิดถึงว่ามีอะไรบ้าง แต่ว่าเดี๋ยวนี้แต่ละขันธ์ที่เราได้ฟัง อยู่ไหน? อยู่ตรงนี้เอง เพื่อให้เข้าใจตรงนี้ว่า ไม่ใช่เรา เป็นอะไรบ้างโดยนัยยะประการต่างๆ เพราะเหตุว่า ยึดมั่นอย่างเหนียวแน่นหนาแน่นจนกระทั่งไม่สามารถที่จะเริ่มเข้าใจได้ว่า ธรรมะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้อยู่ไหน? เดี๋ยวนี้ที่ไหน? ที่นี่ และทุกคำก็แสดงความจริงของสิ่งที่มีเดี๋ยวนี้เองแต่ละหนึ่ง เพื่อที่จะรู้ว่า เป็นธรรมะที่เป็นอนัตตา
เป็นอย่างนี้หรือเปล่า ตั้งแต่ฟังมาศึกษามา เข้าใจมา?
อ.อรรณพ: ต้องเป็นเช่นนี้ครับ
ท่านอาจารย์: แล้วเป็นหรือยัง หรือเป็นหรือเปล่า? เห็นไหม! กว่าจะเป็น ยากหรือง่าย?
อ.อรรณพ: ยากที่สุดครับ
ท่านอาจารย์: เพราะคิดถึงชื่อ แต่ตัวขันธ์อยู่ไหน? สักขันธ์เดียวก็กำลังมี ไม่ต้อง ๕ ขันธ์
อ.อรรณพ: อยู่ที่คิดขณะนี้ครับ
ท่านอาจารย์: กำลังเห็น เป็นขันธ์ไหม? กำลังเห็นเดี๋ยวนี้เลย นี่แหละศึกษาขันธ์ ขันธ์อยู่ตรงเห็น ขันธ์อยู่ตรงที่ไม่ใช่เป็นชื่อ แต่เป็นภาวะความเป็นที่ไม่ใช่เรา เพราะอะไร? เพราะเกิดดับ อดีต ปัจจุบัน อนาคต ไม่ใช่ขณะเดียวกัน แล้วก็เป็นอย่างนี้แหละเรื่อยๆ ไป ตราบใดที่มีเหตุปัจจัยที่จะให้เกิดเป็นไปก็ต้องเป็นไป เปลี่ยนไม่ได้
เห็นชัดๆ ว่า เปลี่ยนไม่ได้ เป็นอื่นไม่ได้ มีเดี๋ยวนี้ก็ต่อไปก็มีขณะต่อไปจนกระทั่งถึงพรุ่งนี้ มีต่อๆ ไปเรื่อยๆ
เพราะฉะนั้น แสดงให้เห็นว่า ที่เคยยึดถือ ความจริงไม่เหลือไม่มี เกิดขึ้นตามปัจจัยแล้วก็ดับ แต่ไม่เคยรู้เลยสักอย่างเดียว จึงต้องอาศัยพระมหากรุณาที่บำเพ็ญพระบารมีตรัสรู้ และแสดงความจริงที่ลึกซึ้งอย่างยิ่ง เพราะแม้มีทุกวัน เห็นทุกวัน คิดทุกวัน จำทุกวัน ก็ไม่รู้ว่าเป็นขันธ์ ไม่ใช่เรา
ขอเชิญฟังได้ที่ ..
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
กราบยินดีในกุศลจิตของ อ.อรรณพอย่างยิ่งค่ะ



