ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๖๖๔

 
khampan.a
วันที่  12 พ.ค. 2567
หมายเลข  47740
อ่าน  1,806

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น



ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม) ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษา และพิจารณาร่วมกัน เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง ดังนี้

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๖๖๔



~ แต่ละคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาจากพระปัญญาซึ่งรู้ว่าสัตว์โลกไม่รู้ เพราะฉะนั้น ความรู้จะไม่มีเลยถ้าพระองค์ไม่ทรงแสดงพระธรรม เพราะฉะนั้น แต่ละคำ ฟังไว้ เพื่อที่จะค่อยๆ เข้าใจจนกระทั่งสามารถที่จะรู้ความจริงได้ตามลำดับ

~ ทุกคำของพระสัมมาสัมเจ้าทำให้เกิดปัญญาความเห็นที่ถูกต้องแต่การที่จะไปนั่งไปเดินไปยืนไปนอนทำขึ้นมาไม่รู้อะไรเลย เพราะฉะนั้น ทั้งหมดนั่นไม่ใช่คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพราะให้ไม่รู้ ไม่ใช่ให้เข้าใจถูกต้อง

~ เมื่อฟังพระธรรมแล้วเข้าใจแล้วจึงขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง แสดงว่าต้องมีความเข้าใจและเห็นประโยชน์เห็นคุณค่าจริงๆ แต่ชื่อก็ไม่สำคัญ จะเรียกหรือไม่เรียกก็คืออยู่ที่ความเข้าใจพระธรรม ถ้าเข้าใจพระธรรมแล้วมีคนบอกว่าไม่ใช่ชาวพุทธก็เรื่องของเขา แต่ว่าความจริงแล้วมีความเข้าใจถูกต้อง จะเรียกหรือไม่เรียกก็คือเป็นผู้ที่นับถือคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้สภาพธรรมทั้งหมดตามความเป็นจริง เพราะฉะนั้น ไม่มีอะไรที่ไม่รู้ และเมื่อเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ก็ทรงเทศนาถึง ๔๕ พรรษา ๔๕ ปีนี้ไม่น้อยเลย ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งถึงค่ำจนกระทั่งถึงเมื่อทรงพักผ่อนแล้วตื่น ก็ยังทรงพิจารณาว่าควรจะได้ไปสนทนาหรือว่าให้บุคคลใดได้เข้าใจธรรม เพราะฉะนั้น ชีวิตของพระองค์ทั้งหมดเป็นไปโดยพระมหากรุณาที่ทำให้คนอื่นได้รู้ว่าพระองค์ตรัสรู้อะไร

~ คำสอนของครูบาอาจารย์ คำสอนของพ่อแม่ก็เป็นคำสอนที่ดีตามกำลังปัญญาของท่านเหล่านั้น แต่ใครจะมีกำลังปัญญาเท่าพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นไม่มี เพราะฉะนั้น น่าฟังไหม น่าศึกษาไหม?

~ ควรที่จะเห็นประโยชน์อย่างยิ่งของการที่จะได้เข้าใจพระธรรม แต่ขอให้เป็นผู้ที่ไม่ประมาทในการฟังพระธรรม เพราะว่าเป็นคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งจะต้องไตร่ตรอง ศึกษา ครบถ้วน ในความถูกต้อง มิฉะนั้น ก็คลาดเคลื่อน ถ้าเข้าใจผิดไป ก็เป็นภัยอย่างยิ่ง

~ พระธรรม สอนให้ทุกคนรู้จักตัวเองตามความเป็นจริง ดีไหมที่จะรู้จักตัวเอง ซึ่งแท้ที่จริงแล้วมักจะเข้าใจว่ารู้จักคนอื่นดี รู้จักคนอื่นมาก รู้จักคนอื่นทะลุปรุโปร่ง แต่ลืมว่ารู้จักตัวเองบ้างหรือยังและรู้จักอะไรจะเป็นประโยชน์กว่ากัน รู้จักคนอื่นหรือรู้จักตัวเองจะมีประโยชน์กว่า?

~ รู้จักใครจะมีประโยชน์กว่ากัน? รู้จักตัวเองใช่ไหม? รู้จักตัวเองมีประโยชน์กว่า คนอื่นไม่ดี นั่นเรื่องของเขา แต่การที่จะรู้ว่าเราไม่ดี ประโยชน์ คือ เห็นความไม่ดีว่าเป็นสิ่งที่ควรละ

~ แท้ที่จริงชีวิตของเราวันหนึ่งๆ ถ้าเรามีโอกาสเป็นคนดีอย่างที่ทุกคนชอบจะเป็นประโยชน์กว่าเป็นคนไม่ดี ใช่ไหม? เพราะฉะนั้น เป็นเรื่องที่ว่า พระธรรมจะทำให้เรารู้จักสภาพธรรมที่มีจริงๆ ที่ตัวเรา

~ ถึงมีทรัพย์สิน เป็นทุกข์ไหม? โศกเศร้าไหม? เสียใจไหม? เป็นห่วงเป็นกังวลไหม? เดือดร้อนไหม? แต่ถ้ามีปัญญา ทุกข์ที่มีอยู่ก็ลดน้อยลง เพราะมีความเข้าใจถูกความเห็นถูกละเอียดขึ้นถูกต้องขึ้นว่าอะไรคืออะไร มีความสามารถที่จะเข้าใจชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายได้

~ เวลาโกรธขึ้นมา ไม่มีใครมีความสุขแน่ ตัวเองเดือดร้อนมาก

~ การที่จะไม่โกรธได้ก็เพราะเหตุว่ามีความเข้าใจถูกต้องในสิ่งที่มีว่าโกรธอะไร ขณะนั้นก็ไม่ใช่เรา และโกรธก็เป็นสภาพธรรมที่เป็นอกุศลซึ่งยับยั้งไม่ได้ แต่ถ้ามีความเข้าใจถูกต้องก็ค่อยๆ ละคลายการสะสมความโกรธ ด้วยปัญญา

~ ถ้ารู้ความจริงเมื่อไหร่ ก็ตั้งมั่นในความดีมากขึ้น จะไม่ได้รับโทษภัยใดๆ เลยทั้งสิ้นจากความดี ความดีต้องนำมาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์

~ ต้องเป็นผู้ที่ตรงมาก ความดีทั้งหลายทั้งหมดไม่เคยให้โทษหรือทำร้ายใครเลยทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ความดีต้องเริ่มจากความเข้าใจถูก ดีสักเท่าไหร่ก็ตามเทพบนสวรรค์ยังมีกิเลส ดีไหม? เพราะฉะนั้น ต้องรู้ เหตุของความไม่ดีทั้งหมดมาจากความไม่รู้แน่นอน เพราะฉะนั้น ความรู้เท่านั้นที่จะเริ่มรู้จักธรรมตามความเป็นจริง

~ เข้าใจพระธรรมจากการฟัง ก็จะเป็นการสะสมให้ความเข้าใจนั้นเพิ่มขึ้น เพราะว่าใครก็ไม่สามารถทำให้ปัญญาเกิดขึ้นได้ นอกจากการได้ยินได้ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไตร่ตรองจนกระทั่งมีความเข้าใจเพิ่มขึ้น

~ ถ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ทรงแสดงไว้ เราจะไม่รู้เลยว่าความไม่รู้มากมายมหาศาล เพียงแค่ลืมตา ก็ไม่รู้แล้ว กิเลสก็เกิดแล้ว ก็ไม่รู้

~ เราจะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วครู่ชั่วยามชั่วพักหนึ่ง แล้วเราก็จากโลกนี้ไปเป็นอีกบุคคลหนึ่งแล้วแต่กรรม เพราะฉะนั้น ช่วงชีวิตที่เกิดมาเป็นมนุษย์ ประเสริฐ เพราะว่าสามารถที่จะเป็นกุศลได้มากกว่าการเกิดเป็นจิ้งจก นก หนู ตุ๊กแก



ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๖๖๓


... กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และยินดีในกุศลของทุกๆ ท่านครับ ...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
swanjariya
วันที่ 12 พ.ค. 2567

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
มังกรทอง
วันที่ 12 พ.ค. 2567

ขอน้อมกราบอนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ ขอรับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
jaturong
วันที่ 12 พ.ค. 2567

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
shsso2551
วันที่ 12 พ.ค. 2567

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
panasda
วันที่ 12 พ.ค. 2567

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
ธนรัช
วันที่ 12 พ.ค. 2567

กราบอนุโมทนาในธรรมอันประเสริฐครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
chatchai.k
วันที่ 13 พ.ค. 2567

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
Lai
วันที่ 14 พ.ค. 2567

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ