ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๖๖๘

 
khampan.a
วันที่  9 มิ.ย. 2567
หมายเลข  47822
อ่าน  518

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น



ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม) ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษา และพิจารณาร่วมกัน เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง ดังนี้

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๖๖๘



~ คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะทำให้เกิดความเข้าใจซึ่งเป็นปัญญาของแต่ละคนที่ได้ฟัง นั่นคือคุณที่ไม่สามารถที่จะมีอะไรเปรียบได้เลย จากความไม่รู้มานานในสังสารวัฏฏ์ เริ่มที่จะมีความเข้าใจที่ถูกต้องในแต่ละคำ คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ลึกซึ้งอย่างยิ่งลุ่มลึก ตามลำดับ เพราะฉะนั้น การฟัง ต้องเข้าใจ ไตร่ตรอง ทีละคำจนกระทั่งเป็นความเข้าใจที่มั่นคง

~ การฟังพระธรรมมีประโยชน์มากมายมหาศาล การฟังเป็นความดี เป็นเหตุให้การฟังเจริญ เมื่อมีการฟังครั้งหนึ่งแล้ว ผู้ที่เห็นประโยชน์จะไม่หยุดอยู่แค่นี้ ก็จะมีความอดทนมีความเพียรที่จะฟังที่จะศึกษาต่อไปอันเป็นโอกาสที่มีค่าที่สุดสำหรับชีวิต ผู้ที่สะสมเหตุที่ดี มีศรัทธาเห็นประโยชน์ของการได้เข้าใจพระธรรมมาแล้วจึงมีโอกาสได้ฟังได้ศึกษา ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้ฟัง

~ ถ้าไม่มีการฟังพระธรรม ย่อมไม่มีทางที่จะรู้โทษของการที่มีความไม่รู้ในสิ่งที่กำลังปรากฏ จึงทำให้หลงพอใจมากจนกระทั่งเกิดความทุกข์เมื่อเกิดความพลัดพราก หรือ ไม่ได้ในสิ่งที่พอใจจนกระทั่งเป็นเหตุให้กระทำทุจริตกรรม ร้ายแรงถึงกับสามารถที่จะฆ่าคนอื่นได้ เอาทรัพย์ของคนอื่นมาเป็นของตน มากมายมหาศาล

~ ถ้าไม่ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกคนมีแต่จะไม่ดีเพิ่มขึ้น
ซึ่งเป็นโทษมากยิ่งขึ้น เห็นคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือยัง?
ถ้าเข้าใจมากกว่านี้ ความเข้าใจถูกต้องนั่นเอง จะทำให้รู้ว่า
อะไรไม่ดีและทำไม่ดีน้อยลง

~ บางท่านซึ่งเป็นผู้ที่รักความสะอาดทางกาย เป็นผู้ที่รังเกียจความสกปรกทางกายมาก แต่ลืมคิดว่า ขณะใดที่อกุศลเกิด ขณะนั้นสกปรกหรือว่าน่ารังเกียจยิ่งกว่าความสกปรกทางกาย และอกุศลก็เกิดอยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่รู้ในลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง เช่น ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ ถ้าจะอุปมาก็เหมือนกับแผลเน่าสกปรกที่มีน้ำเลือดน้ำหนองไหลอยู่ตลอดเวลา

~ ที่ว่าทำดีมาตลอด ความดีที่คิดว่าทำมามาก จริงๆ แล้วเท่าไรก็ยังไม่พอ เพราะว่าอกุศลจิตยังมีโอกาสที่จะเกิดอยู่เรื่อยๆ และทำไมจึงคิดถึงเฉพาะความดีในปัจจุบันชาติ ความไม่ดีในอดีตลืมเสียแล้วหรือว่าเคยมีหรือเปล่า ถ้าลืมก็ควรที่จะนึกขึ้นได้ว่า สภาพธรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้นได้นั้นต้องมีเหตุปัจจัยจึงจะเกิดได้ ทั้งทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ แต่ละขณะที่จะเกิดขึ้นประสบกับอิฏฐารมณ์ (อารมณ์ที่น่าพอใจ) บ้าง อนิฏฐารมณ์ (อารมณ์ที่ไม่น่าพอใจ) บ้าง ต้องมีเหตุปัจจัยที่ได้กระทำแล้ว และไม่ใช่คนอื่นกระทำ ตนเองเท่านั้นเป็นผู้กระทำกรรมนั้น

~ เรื่องของการที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำของคนอื่น เป็นสิ่งซึ่งจะเตือนให้ระลึกถึงกรรมในอดีตของตนเองได้ว่าท่านคงได้เคยกระทำกรรมอย่างนั้น เพราะฉะนั้น เวลาที่สติเกิด ท่านผู้ฟังที่ระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมในขณะนั้น จะเห็นคุณของสติจริงๆ ว่า ถ้าสติไม่เกิด ก็เป็นโอกาสของอกุศลจิตที่ยืดยาว และจะเป็นปัจจัยให้เกิดการกระทำทางกาย ทางวาจาที่เป็นอกุศลกรรม แต่เวลาที่สติเกิดขึ้น มีการระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ จะทำให้ท่านเบาจากอกุศลจิตในขณะนั้น และมีความเห็นถูกตามความเป็นจริงเกิดขึ้น ตามกำลังของปัญญาในขณะนั้น

~ ประมาทกิเลสไม่ได้เลย จากเล็กน้อยที่สุด ก็สามารถที่จะถึงการที่เบียดเบียนคนอื่นได้ เพราะกิเลสมากอย่างนี้ ใครที่จะคิดดับกิเลส อยากจะประจักษ์สภาพธรรมที่เป็นอริยสัจจะ โดยไม่มีการเข้าใจสิ่งที่กำลังมีในขณะนี้ตามความเป็นจริง เป็นไปไม่ได้เลย

~ ขณะนี้มีทุกข์ไหม ทุกข์เล็กๆ น้อยๆ ไม่สังเกตก็ไม่รู้ ไม่ว่าจะเป็นทุกข์กายหรือทุกข์ใจ คงจะมีบางท่านเมื่อย ก็เป็นทุกข์ และคงจะมีบางท่านกำลังเป็นห่วงกังวล บางเรื่อง แม้เพียงเล็กน้อยในขณะนั้น ความรู้สึกไม่แช่มชื่นเกิดขึ้น ก็เป็นทุกข์ใจ

~ ความเป็นไปของธรรม คือ ธมฺมตา ที่ต้องเป็นอย่างนี้ จะเปลี่ยนไม่ได้ จะให้ย้อนกลับมาเป็นอย่างนั้นอีกก็ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลย จากโลกนี้ไปแล้วจะกลับมาเป็นคนนี้อีกก็ไม่ได้ แล้วจะเป็นอะไรก็ไม่รู้ จนกว่าจะถึงเวลานั้น เหมือนกับชาติก่อน เราก็ไม่รู้ว่าจะเป็นคนนี้ ตั้งแต่เกิดมาจนถึงที่นี่เดี๋ยวนี้ ขณะนี้ แต่ก็ต้องตามเหตุตามปัจจัย

~ ขณะใดก็ตามที่ความโกรธเกิดขึ้นกับจิต ไม่เป็นสุขเลย เดือดร้อนมาก คนที่เราโกรธเขาสบาย แต่คนโกรธ เดือดร้อนอยู่คนเดียว

~ สภาพธรรมที่ไม่ดี มีแน่ โกรธ ดีไหม สบายใจไหมขณะที่โกรธ?
ใครเดือดร้อน? ตัวเอง เพราะฉะนั้น ทำร้ายตนเอง อกุศลธรรมที่ทำร้าย เริ่มทำร้ายคือทำร้ายตนเองก่อน แล้วถ้ามีมากก็ทำร้ายคนอื่นต่อไป อย่างนี้ประเทศชาติเจริญไหม? ถ้าเต็มไปด้วยอกุศล ไม่เจริญแน่นอน แต่ว่าเพราะไม่รู้ ก็ไปหาทางอื่นที่จะทำให้เจริญ
แต่ลืมว่า ความเจริญจริงๆ ต้องจากคนในชาติแต่ละคนต้องเป็นคนดี และธรรมฝ่ายกุศลเท่านั้นที่จะทำให้เจริญขึ้น

~ คนที่เข้าใจแล้วก็มีความหวังดีต่อคนอื่นอยากที่จะให้คนอื่นเข้าใจด้วย แต่ทำอย่างไรที่เขาจะเข้าใจ ก็มีหนทางเดียว คือ หนทางของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ การพูดถึงสิ่งที่มีจริง สนทนาธรรมเพื่อที่จะได้เข้าใจจากการที่ได้ฟังเพิ่มขึ้น เพราะว่าไม่มีใครสามารถที่จะมีเงินทองไปซื้อความเข้าใจธรรมได้ จึงล้ำค่า เงินทองเท่าจักรวาล ก็ไม่สามารถที่จะซื้อแม้ความเห็นถูก

~ การพูดเป็นชีวิตประจำวัน บางท่านพิจารณาคำพูดของผู้อื่นแต่ไม่ได้พิจารณาคำพูดของตนเอง แต่พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงนั้น มีประโยชน์สำหรับผู้ที่พิจารณาแล้วน้อมประพฤติปฏิบัติตามธรรม ขัดเกลาตัวเองยิ่งขึ้น

~ ทุกคนมีโทษมาก มีข้อที่ควรตำหนิมาก แต่ผู้ที่จะชี้โทษให้เห็นตามความเป็นจริง ไม่มีใครที่สามารถจะทำได้มากเท่าพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น เมื่อได้ฟังพระธรรมแล้วพิจารณา ก็ย่อมเห็นโทษของกิเลสซึ่งทุกคนยังมีอยู่มากทีเดียว



ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๖๖๗




... กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และยินดีในกุศลของทุกๆ ท่านครับ ...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
swanjariya
วันที่ 9 มิ.ย. 2567

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
jaturong
วันที่ 9 มิ.ย. 2567

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
มังกรทอง
วันที่ 9 มิ.ย. 2567

ขอน้อมกราบอนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ ขอรับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
shsso2551
วันที่ 9 มิ.ย. 2567

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
chatchai.k
วันที่ 9 มิ.ย. 2567

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
panasda
วันที่ 9 มิ.ย. 2567

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
Lai
วันที่ 12 มิ.ย. 2567

อนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ