ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๖๕๑

 
khampan.a
วันที่  11 ก.พ. 2567
หมายเลข  47385
อ่าน  1,141

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น



ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม) ที่ได้จากการฟังพระธรรมจาก
ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษา และพิจารณาร่วมกัน เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง ดังนี้


ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๖๕๑





~ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงความจริงว่า ทั้งหมดที่มี ไม่ใช่เรา แล้วเมื่อไหร่จะรู้อย่างนั้นโดยละเอียดอย่างยิ่งในขณะนี้ตามปกติ เพราะว่าทรงแสดงหนทางที่จะทำให้ละความไม่รู้แล้วก็สามารถที่จะเข้าใจความจริงจนสามารถที่จะดับความเห็นผิดที่เคยยึดถือสภาพธรรมว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด ไม่เกิดอีกเลยในสังสารวัฏฏ์

~ แต่ละคนที่กล่าวคำจริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เป็นผู้ที่รู้คุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงกล่าวคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและกล่าวคำที่พระองค์ตรัสไว้ดีแล้ว ก็เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ซึ่งจะทำให้หลายๆ คนได้พ้นจากการที่จะสะสมความเห็นผิดต่อไปซึ่งไม่ใช่เฉพาะชาตินี้ชาติเดียว

~ ถ้าขณะไหนไม่ได้ทำสิ่งที่ดี ขณะนั้นอกุศลก็เกิดแล้วมาก เพราะฉะนั้น ทางเดียวที่จะให้อกุศลเกิดน้อยลง ก็คือ ทำดี เข้าใจธรรม โดยที่ไม่หวัง

~ ธรรมเป็นสิ่งที่มีจริง ธรรมฝ่ายไม่ดี ก็จริง ธรรมฝ่ายดี ก็จริง เพราะฉะนั้น ผู้ที่ได้ยินได้ฟังแล้วมีความเข้าใจขึ้น ค่อยๆ เห็นตามว่าความจริงเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่ให้ไปทำอะไร แต่ให้รู้ตามเห็นตามว่าความจริงเป็นอย่างนี้ แล้วถ้ารู้มากขึ้นเข้าใจมากขึ้น ความไม่รู้ก็ต้องค่อยๆ ลดน้อยลง เมื่อความไม่รู้ลดน้อยลง ความติดข้องก็น้อยลงด้วย และกิเลสอื่นๆ ก็ค่อยๆ ลดน้อยลงไป

~ สิ่งที่เกิด ต้องเกิดเพราะเหตุปัจจัย ถ้าไม่มีเหตุปัจจัย ก็เกิดไม่ได้ เพราะฉะนั้น มีความมั่นคงแค่ไหนที่จะไม่เดือดร้อนกับทุกเหตุการณ์ซึ่งเกิดแล้วเพราะเหตุปัจจัย ใครจะไปทำอะไรได้ เพราะฉะนั้น คำสอนทั้งหมดของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ทำให้แช่มชื่น พ้นจากความเดือดร้อนได้

~ จะโกรธคนที่เขาไม่รู้เข้าใจผิดแล้วทำสิ่งที่ผิดไหม? คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่เคยให้โทษใดๆ เลยทั้งสิ้น ขณะที่โกรธ ใครไม่ดี? เห็นไหม ลืมสนิท เขาไม่ดี ว่าเขาได้ต่างๆ นานา บางทีก็ทั้งวันเลย ดูโทรทัศน์ก็นั่งว่าไป ได้ยินอะไรก็นั่งว่าไป เห็นอะไรก็นั่งว่าไป แล้วขณะนั้นเขาทั้งนั้นที่ไม่ดี แต่ตัวเองที่กำลังคิดอย่างนั้น ดีหรือเปล่า?

~ ความเข้าใจถูกต้องจะนำมาซึ่งคุณความดีทั้งหลาย ซึ่งแต่ก่อนไม่เคยคิดถึงประโยชน์ของความเมตตา ก็อภัยให้ได้ในความไม่ดีในการกระทำต่างๆ ของคนอื่น เป็นขยะที่เราจะมาเก็บไว้ทำไม ชีวิตมีค่า ขณะต่อไปเป็นประโยชน์กว่าถ้าเราได้ทำสิ่งที่ดีซึ่งเป็นการขัดเกลากิเลสทุกประการด้วย เพราะฉะนั้น ธรรมก็เป็นสิ่งที่ลึกซึ้ง และธรรมก็เป็นประโยชน์กับทุกคนที่เขาสามารถจะเข้าใจได้

~ ขยะคืออกุศล ควรทิ้งหรือควรเก็บ? เป็นประโยชน์ตรงไหน? เวลาที่เสียไปเพราะอกุศล สามารถที่จะเป็นกุศลได้ เข้าใจธรรมขึ้นก็ได้ อภัยคนอื่นก็ได้ ไม่สนใจในความไม่ดีของเขาก็ได้ ใช่ไหม? เพราะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่ขณะนั้นไม่พลอยเป็นอกุศลไปกับคนที่เรากำลังว่าเขาเป็นอกุศล

~ ทำไมจึงสนทนาธรรม? เพราะปัญญาเห็นประโยชน์เหนือสิ่งใดทั้งสิ้น เมื่อรู้คุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คำสอนของพระองค์ควรจะดำรงต่อไป เพื่อสัตว์โลกทั้งหลายที่ได้สะสมมาที่จะเข้าใจถูก ถ้าไม่ได้ฟัง ความเข้าใจก็เหมือนเดิม เท่าเดิมไม่เพิ่มขึ้น แต่ถ้ามีความเข้าใจเพิ่มขึ้น นั่นแหละเป็นบารมีที่ทำให้ไม่ละเว้นการที่จะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์

~ ฟังธรรม ไม่ใช่เพื่อตัวเอง ใช่ไหม? เพราะฉะนั้น ต้องละความเป็นเรา ใช่ไหม ด้วยการกระทำทุกอย่างที่ไม่ใช่เพื่อตัวเอง เพียงแค่อภัย ไม่เก็บขยะคืออกุศล ก็ประเสริฐแล้วจากสิ่งที่มีค่าขึ้นในชีวิตแต่ละขณะ

~ กว่าจะเข้าใจจนสามารถละคลายอกุศลเดิมๆ ที่เคยสะสมมามาก ต้องเป็นการเข้าใจธรรมจริงๆ ด้วยการเห็นประโยชน์ว่าผู้ที่สามารถดับอกุศลได้ต้องด้วยปัญญาที่เริ่มจากการเห็นถูกในลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนี้ เพราะฉะนั้น เราจะไม่คิดหวังถึงอนาคตว่าอะไรจะเกิดขึ้น อะไรก็เกิดได้ทั้งนั้น ทั้งหมดตามเหตุตามปัจจัย แต่ขณะนี้ปัญญาสามารถเริ่มเข้าใจธรรมะที่กำลังปรากฏว่า เป็นธรรมะหรือยัง นี่เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่สุด

~ สิ่งที่ประเสริฐที่สุดในชีวิตก็คือความเห็นถูก เพราะเหตุว่าเวลาที่ฟังพระธรรม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้บอกให้เชื่อแน่นอน แต่แสดงความจริงของสิ่งที่มีที่กำลังปรากฏที่ทุกคนสามารถที่จะพิจารณาว่าเป็นจริงอย่างที่ทรงแสดงหรือไม่ เมื่อพิจารณาแล้วความเข้าใจถูกต้องก็เกิดขึ้น และก็สามารถรู้ว่าผู้ที่แสดงความจริงนี้คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~ ถ้ามีความเข้าใจถูกขึ้นมีความมั่นคงขึ้นและสามารถช่วยให้คนอื่นเข้าใจว่าพระธรรมสำหรับทุกกาล ทุกบุคคล ทุกเหตุการณ์ ก็จะทำให้แต่ละคนมีชีวิตอยู่ในความถูกต้อง ในทางที่เป็นประโยชน์ยิ่งขึ้น

~ ทุกคนต้องจากโลกนี้ไปแน่นอน ไม่มีใครรู้เลยว่าเมื่อไหร่ขณะไหน แต่ว่าก่อนที่จะจากไปเข้าใจอะไรบ้างหรือเปล่า หรือมีแต่ความโลภ ความโกรธ ความหลง พฤติกรรมที่เกิดเพราะความเห็นแก่ตัวต่างๆ ไม่คิดถึงคนอื่น ไม่คิดถึงความเดือดร้อน ไม่คิดถึงความไม่ดีซึ่งเมื่อทําสิ่งที่ไม่ดี ผลที่ได้รับที่จะเกิดต่อไป ต้องไม่ดี

~ ศึกษาพระธรรมด้วยความเคารพในจุดประสงค์ที่แท้จริง คือ เพื่อละความไม่รู้มากมายมหาศาล ขณะนั้นเป็นการเริ่มขัดเกลา มิฉะนั้น จะเอาอะไรขัดเกลาความไม่รู้ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความประพฤติทั้งหลายที่ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์

~ ความไม่รู้มหาศาล ความไม่ดีต่างๆ มหาศาล มีมากมาย ที่ปรากฏนี้ยังน้อยกว่าที่มี เพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ปรากฏเกิดขึ้นตามเหตุตามปัจจัย แต่ความจริง สิ่งที่ไม่ดีมีมากมายกว่านั้นมาก

~ ทำดีต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็คือ ให้ผู้อื่นได้มีโอกาสได้เข้าใจคำของพระองค์ด้วย

~ ไม่ตระหนี่ธรรม คือ ให้ผู้อื่นได้เข้าใจธรรมเพิ่มขึ้น เพราะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จะเก็บไว้ทำไมคนเดียว

~ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพร่ำสอน ๔๕ พรรษา และพร่ำสอนตลอดไป เพราะคำนั้นยังมีอยู่ สภาพธรรมก็เป็นจริงตามที่พระองค์ทรงตรัสรู้ ไม่เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นเลย

~ ความดี ไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร



ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๖๕๐



... กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และยินดีในกุศลของทุกๆ ท่านครับ ...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
มังกรทอง
วันที่ 11 ก.พ. 2567

แจ้งยิ่ง ขอน้อมกราบอนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ ขอรับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
jaturong
วันที่ 11 ก.พ. 2567

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
swanjariya
วันที่ 11 ก.พ. 2567

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
swanjariya
วันที่ 11 ก.พ. 2567

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
Lai
วันที่ 11 ก.พ. 2567

ทำดี เข้าใจธรรม โดยไม่หวัง อนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ