ความรักเกิดจากอะไร ? ใครบ้างไม่มีความรัก ? [เปมสูตร]
 
prachern.s
วันที่  7 ส.ค. 2550
หมายเลข  4472
อ่าน  3,595

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ - หน้าที่ 544  

๑๐. เปมสูตร

ว่าด้วยธรรมชาติ ๔ ประการ

[๒๐๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมชาติ ๔ ประการนี้ย่อมเกิด ๔ ประการเป็นไฉน คือ ความรักย่อมเกิดเพราะความรัก ๑ โทสะย่อมเกิดเพราะความรัก ๑ ความรักย่อมเกิดเพราะโทสะ ๑ โทสะย่อมเกิดเพราะโทสะ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ความรักย่อมเกิดเพราะความรักอย่างไร บุคคลในโลกนี้เป็นที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจของบุคคลคนอื่นๆ มาประพฤติต่อบุคคลที่รักนั้น ด้วยอาการที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เขาย่อมมีความคิดอย่างนี้ว่า คนอื่นมาประพฤติต่อบุคคลที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจของเราด้วยอาการอันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เขาย่อมเกิดความรักในคนเหล่านั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความรักย่อมเกิดเพราะความรักอย่างนี้แล


Tag  ความรัก อยู่ร่วมกันในกาลก่อน เกื้อกูลกันในปัจจุบัน เหตุ ๒ ประการ
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
prachern.s
วันที่ 7 ส.ค. 2550

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็โทสะย่อมเกิดเพราะความรักอย่างไร บุคคลในโลกนี้เป็นที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจของบุคคลคนอื่น มาประพฤติต่อบุคคลนั้นด้วยอาการอันไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ บุคคลนั้นย่อมมีความคิดอย่างนี้ว่า คนอื่นมาประพฤติต่อบุคคลที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจของเราด้วยอาการอันไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ เขาย่อมเกิดโทสะในคนเหล่านั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทสะย่อมเกิดเพราะความรักอย่างนี้แล.

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
prachern.s
วันที่ 7 ส.ค. 2550

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ความรักย่อมเกิดเพราะโทสะอย่างไร บุคคลในโลกนี้ไม่เป็นที่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจของบุคคล คนอื่นๆ มาประพฤติต่อบุคคลนั้น ด้วยอาการอันไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ บุคคลนั้นย่อมมีความคิดอย่างนี้ว่า คนอื่นๆ มาประพฤติต่อบุคคลที่ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจของเรา ด้วยอาการอันไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ เขาย่อมเกิดความรักใคร่ในคนเหล่านั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความรักย่อมเกิดเพราะโทสะอย่างนี้แล.

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
prachern.s
วันที่ 7 ส.ค. 2550

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็โทสะย่อมเกิดเพราะโทสะอย่างไร บุคคลในโลกนี้ไม่เป็นที่น่าปรารถนา ไม่น่ารักใคร่ ไม่น่าพอใจของบุคคล คนอื่นๆ มาประพฤติต่อบุคคลนั้น ด้วยอาการอันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ บุคคลนั้นย่อมมีความคิดอย่างนี้ว่า คนอื่นๆ มาประพฤติต่อคนที่ไม่น่าปรารถนาไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจของเรา ด้วยอาการอันน่าปรารถนา น่าใคร่  น่าพอใจ เขาย่อมเกิดโทสะในบุคคลเหล่านั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทสะย่อมเกิดเพราะโทสะอย่างนี้แล ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมชาติ ๔ ประการนี้แล ย่อมเกิด.

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
prachern.s
วันที่ 7 ส.ค. 2550

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมัยใด ภิกษุสงัดจากกาม ฯลฯ เข้าปฐมฌานอยู่สมัยนั้น แม้ความรักที่เกิดเพราะความรัก ย่อมไม่มีแก่ภิกษุนั้น แม้โทสะที่เกิดเพราะความรัก ย่อมไม่มีแก่ภิกษุนั้น แม้ความรักที่เกิดเพราะโทสะ ย่อมไม่มีแก่ภิกษุนั้น แม้โทสะที่เกิดเพราะโทสะ ย่อมไม่มีแก่ภิกษุนั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมัยใด ภิกษุเข้าทุติยฌาน ฯลฯ ตติยฌาน ฯลฯ จตุตถฌาน สมัยนั้น แม้ความรักที่เกิดเพราะความรัก ย่อมไม่มีแก่ภิกษุนั้น แม้โทสะที่บังเกิดเพราะความรัก ย่อมไม่มีแก่ภิกษุนั้น แม้ความรักที่เกิดเพราะโทสะย่อมไม่มีแก่ภิกษุนั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมัยใด ภิกษุกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไปด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในปัจจุบันเข้าถึงอยู่ สมัยนั้น แม้ความรักที่เกิดเพราะความรัก เป็นธรรมชาติอันภิกษุนั้นละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว ทำให้เป็นเหมือนตาลยอดด้วน ทำให้ไม่ให้มี ไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา แม้โทสะที่เกิดเพราะความรัก.. . แม้ความรักที่เกิดเพราะโทสะ ... แม้โทสะที่เกิดเพราะโทสะ เป็นธรรมชาติอันภิกษุนั้นละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว ทำให้เป็นเหมือนตาลยอดด้วน ทำให้ไม่ให้มี ไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา ภิกษุนี้เราเรียกว่าไม่ยึดถือ ไม่โต้ตอบ ไม่บังหวนควัน ไม่ลุกโพลง ไม่ถูกไฟไหม้.

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 7 ส.ค. 2550

สรุป

1. ความรักเกิดเพราะความรัก เช่น ถ้าเรามีลูก แล้วเขาดีกับลูกเรา เราก็รักคนนั้นด้วย 

2. โทสะเกิดเพราะความรัก คือ เรารักลูก มีคนมาทำไม่ดีกับลูกเรา เราก็ไม่ชอบคนนั้น

3. ความรักเกิดเพราะโทสะ คือ เราไม่ชอบใคร มีคนทำไม่ดีกับคนที่เราไม่ชอบ เราก็ชอบคนนั้นด้วย

4. โทสะเกิดเพราะโทสะ คือ เราไม่ชอบใคร แล้วมีคนมาทำดีกับคนที่เราไม่ชอบ เราก็ไม่ชอบคนนั้นด้วย

สำหรับพระอรหันต์ ท่านตัดความรัก ความชัง และดับกิเลสได้หมดแล้วค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ajarnkruo
วันที่ 7 ส.ค. 2550

ขออนุโมทนา พระธรรมบทนี้เป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันมากจริงๆ ครับ 

สมบูรณ์โดยพยัญชนะและอรรถะ จึงไม่จำเป็นต้องจะสรุปให้ย่นย่อหรือเพิ่มเติม

ความคิดเห็นใดๆ เลย 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
แล้วเจอกัน
วันที่ 7 ส.ค. 2550
ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย
 
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๓ - หน้าที่ 453
ความรักนั้นย่อมเกิด เพราะอาศัยเหตุ ๒
ความรักนั้นย่อมเกิด เพราะอาศัยเหตุ ๒ ประการอย่างนี้ คือ
เพราะการอยู่ร่วมกันในกาลก่อน ๑
เพราะการเกื้อกูลกันในปัจจุบัน ๑
เปรียบเหมือนดอกบัวเกิดในน้ำได้ (เพราะอาศัยเปือกตมและน้ำ) ฉะนั้น."
 
ขออุทิศกุศลให้สรรพสัตว์
 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
ajarnkruo
วันที่ 7 ส.ค. 2550

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดในข้อความที่ผมโพสต์นะครับ ผมโพสต์ตอนที่ยังไม่เห็นข้อความคุณ wannee.s เลยไม่รู้ว่าคุณ wannee.s จะแสดงความคิดเห็นให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านอีกทีหนึ่ง

ถ้าอย่างไรขออภัยก่อนนะครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
aiatien
aiatien
วันที่ 7 ส.ค. 2550

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
ตุลา
วันที่ 8 ส.ค. 2550

ขอบูชาคุณพระรัตนตรัย

ถึงอย่างไรทุกคนก็ต้องการความรัก (โลภะ) แต่ขอให้รักให้เป็น ให้ถูกต้องตามความเป็นจริงและเป็นธรรมนะคะ

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
olive
วันที่ 8 ส.ค. 2550
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 8 ส.ค. 2550

ให้เขาเมตตาดีกว่าให้เขารักค่ะ เพราะความรักนำมาซึ่งทุกข์ ถ้าเป็นเมตตา คือความรู้สึกที่หวังดี เกื้อกูล เป็นมิตร ให้ความช่วยเหลือ แต่ไม่ผูกพันและไม่เป็นเหตุให้เกิดทุกข์

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
tik
วันที่ 9 ส.ค. 2550

ทุกคนต้องการความรักเท่าเทียมกันหมด แต่ทุกคนไม่ใช่จะได้รับเท่ากันหมด เช่นดิฉัน

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
อิสระ
อิสระ
วันที่ 9 ส.ค. 2550
ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
oom
oom
วันที่ 16 ส.ค. 2550

ผู้ที่ไม่มีความรัก คือ พระอรหันต์ ค่ะ คือพ้นจากความรัก โลภ โกรธ หลง ตัดกิเลสถอดรากถอนโคนหมดแล้ว ถ้ายังเป็นปุถุชนทั่วไป คงหนีไม่พ้นเรื่องความรัก รักพ่อแม่ พี่น้อง สามีภรรยา รักลูก รักเพื่อน สารพันจะรัก

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
ไรท์แจกแล้วไง
วันที่ 18 ส.ค. 2550

รักที่ไม่มีผู้ใดเทียมคือ พระมหากรุณาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงแสดงโลกทั้ง ๖ ให้ผู้มีปัญญาได้เข้าใจ และผู้ไม่มีปัญญาได้สั่งสมอุปนิสัยต่อไป

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
panthip777
วันที่ 8 มี.ค. 2552
อ้างอิงจาก : หัวข้อ 04472 ความคิดเห็นที่ 16 โดย oom

ผู้ที่ไม่มีความรัก คือ พระอรหันต์ ค่ะ คือพ้นจากความรัก โลภ โกรธ หลง ตัดกิเลสถอดรากถอนโคนหมดแล้ว ถ้ายังเป็นปุถุชนทั่วไป คงหนีไม่พ้นเรื่องความรัก รักพ่อแม่ พี่น้อง สามีภรรยา รักลูก รักเพื่อน สารพันจะรัก

อนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 19  
 
panthip777
วันที่ 8 มี.ค. 2552
อ้างอิงจาก : หัวข้อ 04472 ความคิดเห็นที่ 13 โดย wannee.s

ให้เขาเมตตาดีกว่าให้เขารักค่ะ เพราะความรักนำมาซึ่งทุกข์ ถ้าเป็นเมตตา คือความรู้สึกที่หวังดี เกื้อกูล เป็นมิตร ให้ความช่วยเหลือ แต่ไม่ผูกพันและไม่เป็นเหตุให้เกิดทุกข์

อนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 20  
 
homenumber5
วันที่ 15 มี.ค. 2554

เรียนถาม อ. ประเชิญ ในพระพุทธศาสนา มีคำว่าความรักด้วยหรือ คำว่าความรัก นั้น ดิฉันเข้าใจว่าเกิดจากโมหะ ทั้งนั้นผู้ที่ตัดขาดจากโลก คืออริยะบุคคล ต้องตัดขาดจากความรักโดยเด็ดขาดใช่ไหมคะ

อนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 21  
 
prachern.s
วันที่ 17 มี.ค. 2554

เรียนความเห็นที่ ๒๐ 

คำว่า ความรัก ในพระสูตรนี้ หมายถึง โลภะ 

ผู้ที่ละ โลภะ ได้แล้วคือ พระอริยบุคคลขั้นพระอรหันต์ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 22  
 
homenumber5
วันที่ 20 มี.ค. 2554

อ. ประเชิญ

ขออนุโมทนาสาธุค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ