การเพ่งโทษผู้อื่น มีวิธีแก้อย่างไร
 
oom
oom
วันที่  20 มิ.ย. 2550
หมายเลข  4053
อ่าน  2,470

ในสังคมปัจจุบัน  จะพบแต่ความวุ่นวาย  ที่ส่วนใหญ่ชอบเพ่งโทษคนอื่น  โดยไม่

เคยมาพิจารณาตัวเองเลย    ว่ามีข้อผิดพลาดอะไรบ้าง  ที่ต้องแก้ไข   ผู้ที่จะ

แก้ไขได้ต้องศึกษาธรรมะ จึงจะแก้ไขได้ใช่หรือไม่


  ความคิดเห็น 1  
 
study
วันที่ 21 มิ.ย. 2550

ถูกต้องครับ  ผู้ที่จะแก้ไขหรือลดละการเพ่งโทษผู้อื่นได้    ต้องอาศัยการศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เพื่อรู้ตามเป็นจริงว่า กิจที่สำคัญที่ควรกระทำสำหรับทุกคน  คือ  การอบรมเจริญปัญญาเพื่อละอกุศลของตนเอง  ไม่ใช่ของผู้อื่น  เพราะขณะที่เพ่งโทษอกุศลของผู้อื่น  ขณะนั้นอกุศลของเราเจริญ

ดังข้อความในธรรมบทว่า

  พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๔

ปรวชฺชานุปสฺสิสฺส นิจฺจํ  อุชฺฌานสญฺญิโน

   อาสวา ตสฺส  วฑฺฒนฺติ  อารา โส  อาสวกฺขยา.  "   อาสวะทั้งหลายย่อมเจริญแก่บุคคลนั้น    ผู้คอย

  ดูโทษของบุคคลอื่น   ผู้มีความมุ่งหมายในอันยกโทษ

  เป็นนิตย์,  บุคคลนั้น  เป็นผู้ไกลจากความสิ้นไปแห่งอาสวะ." 

 
  ความคิดเห็น 2  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 21 มิ.ย. 2550
 
  ความคิดเห็น 3  
 
แล้วเจอกัน
วันที่ 21 มิ.ย. 2550

   ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย 

ควรเริ่มจากตัวเรา ขัดกลากิเลสของตนเองเป็นสำคัญ ถ้าเรายังไม่ดี  ถ้าไปเตือน

เขาก็บอกว่าตัวเองดีหรือยังได้ และสังเกตง่ายๆ  คนที่เราจะเพ่งโทษด้วยอกุศลก็

ต้องเป็นคนที่เราไม่ชอบคนนั้น  คนที่เราชอบ  ทำผิดก็ไม่ว่ากัน  แสดงให้เห็นว่า

การเพ่งโทษนั้น  เมื่อมีเหตุปัจจัยเกิดก็ต้องเกิด   เพราะยังเป็นปุถุชน   แต่ถามว่า

ขัดเกลาได้ไหม ก็ได้ด้วยการฟังพระธรรมเห็นโทษของความโกรธ  เพราะไม่ชอบ

คนนั้นนั่นแหละจึงเพ่งโทษคนนั้น  ถ้าชอบคนนั้น  เราก็จะไม่เพ่งโทษด้วยอกุศลเลยครับ  อบรมที่จะมีเมตตามากขึ้น โดยขอแนะนำว่าให้อ่านเรื่องเมตตาและลองฟังเรื่อง  บารมีในชีวิตประจำวันดูครับ   ฟังดีมาก เมื่อเข้าใจจะช่วยขัดเกลากิเลสในชีวิตประจำวัน  ควบคู่ไปกับความเข้าใจในเรื่องการเจริญสติปัฏฐาน   จะเป็นคนดีขึ้นก็เพราะเข้าใจพระธรรมขึ้น

 
  ความคิดเห็น 4  
 
แล้วเจอกัน
วันที่ 21 มิ.ย. 2550

  เรื่อง การชี้โทษหรือเพ่งโทษ มีทั้งที่เป็นกุศลและอกุศล

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หน้าที่ 290

วินิจฉัยในบทว่า  วชฺชทสฺสิน  ภิกษุผู้ชี้โทษมี  ๒ จำพวก  คือ

ภิกษุคอยแส่หาโทษ  ด้วยคิดว่า  "เราจักข่มภิกษุนั้นด้วยมารยาทอันไม่

สมควร หรือด้วยความพลั้งพลาดอันนี้ในท่ามกลางสงฆ์"  ดังนี้  จำพวก  ๑,

ภิกษุผู้ดำรงอยู่แล้วตามสภาพ  ด้วยสามารถแห่งการอุ้มชูด้วยการแลดูโทษ

นั้น  ๆ   เพื่อประโยชน์จะให้รู้สิ่งที่ยังไม่รู้   เพื่อต้องการจะได้ตามถือเอาสิ่ง

ที่รู้แล้ว  เพราะความเป็นผู้ปรารถนาความเจริญแห่งคุณมีศีล  เป็นต้น แก่

นั้น  จำพวก  ๑

 

 
  ความคิดเห็น 5  
 
แล้วเจอกัน
วันที่ 21 มิ.ย. 2550

   เรื่อง การจะเพ่งโทษใคร ควรประกอบด้วยธรรม 5 ประการ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ 145

   ข้อความบางตอนจาก กุสินาราสูตร

  ธรรม   ๕   ประการ  อันภิกษุผู้เป็นโจทก์พึงให้เข้าไปตั้งไว้ในตน

เป็นไฉน  คือ  จักกล่าวโดยกาลอันควร  จักไม่กล่าวโดยกาลอันไม่ควร  ๑

จักกล่าวด้วยคำจริง   จักไม่กล่าวด้วยคำไม่จริง  ๑   จักกล่าวด้วยคำอ่อน

หวาน  จักไม่กล่าวด้วยคำหยาบ ๑   จักกล่าวด้วยคำอันประกอบด้วย

ประโยชน์   จักไม่กล่าวด้วยคำอันไม่ประกอบด้วยประโยชน์  ๑   จักมี

เมตตาจิตกล่าว  จักไม่เพ่งโทษกล่าว  ๑    ขออุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  ความคิดเห็น 6  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 22 มิ.ย. 2550

 

เจตสิกดวงใดบ้างที่เป็นอาสวะ

 
  ความคิดเห็น 7  
 
study
วันที่ 22 มิ.ย. 2550

 

อกุศลเจตสิก คือ โลภะ ทิฏฐิ โมหะ  ทรงแสดงว่าเป็นอาสวะ

 
  ความคิดเห็น 8  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 22 มิ.ย. 2550

อาสวะเป็นกิเลสเป็นเครื่องหมักดองให้เราอยู่ในสังสารวัฏฏ์  อบรมสติปัฏฐานเพื่อสิ้น

อาสวะกิเลสค่ะ

 
  ความคิดเห็น 9  
 
oom
oom
วันที่ 24 มิ.ย. 2550

การที่คนอื่นมาเพ่งโทษเรา เพราะเราไม่ทำตามใจเขา จึงทำให้เขาโกรธ

และไม่พอใจ เราควรทำอย่างไร

 
  ความคิดเห็น 10  
 
แวะเข้ามา
วันที่ 25 มิ.ย. 2550

ไม่ว่าท่านจะประสบกับบุคคลเช่นไร  หรืออยู่ในสถานการณ์ใด  ให้ยึดหลักธรรมเป็น

ใหญ่เพราะ  " ธรรมแล  ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม "

 
  ความคิดเห็น 11  
 
oom
oom
วันที่ 27 มิ.ย. 2550

ขอบคุณค่ะที่เตือนสติ จะนำไปปฏิบัติ เพราะอยู่ในชีวิตประจำวันถูกกระทบอยู่บ่อยๆ ทั้งเพ่งโทษคนอื่น และถูกผู้อื่นเพ่งโทษ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ