พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย

๑๐. ปัชโชตสูตร

  
บ้านธัมมะ
วันที่  29 ส.ค. 2564
หมายเลข  36242
อ่าน  854

[เล่มที่ 24] พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้า 315

๑๐. ปัชโชตสูตร


อ่านหัวข้ออื่นๆ ... [เล่มที่ 24]


  ข้อความที่ 1  
  
บ้านธัมมะ
วันที่ 30 ม.ค. 2565

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้า 315

๑๐. ปัชโชตสูตร

    [๒๑๗] เทวดาทูลถามว่า

    อะไรหนอ เป็นแสงสว่างในโลก อะไรหนอ เป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ในโลก อะไรหนอ เป็นสหายในการงานของผู้เป็นอยู่ด้วยการงาน อะไรหนอ เป็นเครื่องสืบต่อชีวิตของเขา อะไรหนอ บุคคลผู้เกียจคร้านบ้าง ไม่เกียจคร้านบ้าง ย่อมพะนอเลี้ยงดุจมารดาเลี้ยงดูบุตร เหล่าสัตว์มีชีวิตที่อาศัยแผ่นดิน อาศัยอะไรหนอเลี้ยงชีวิต.

    [๒๑๘] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า

    ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก สติเป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ในโลก ฝูงโคเป็นสหายในการงานของผู้เป็นอยู่ด้วยการงาน ไถเป็นเครื่องต่อชีวิตของเขา ฝนย่อมเลี้ยงบุคคลผู้เกียจคร้านบ้าง ไม่เกียจคร้านบ้าง เหมือนมารดาเลี้ยงบุตร เหล่าสัตว์มีชีวิตที่อาศัยแผ่นดิน อาศัยฝนเลี้ยงชีวิต.

  
  ข้อความที่ 2  
  
บ้านธัมมะ
วันที่ 30 ม.ค. 2565

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้า 316

อรรถกถาปัชโชตสูตร

    พึงทราบวินิจฉัยในปัชโชตสูตรที่ ๑๐ ต่อไป :-

    บทว่า แสงสว่าง ได้แก่ แสงสว่างดุจประทีป.

    บทว่า เครื่องตื่นอยู่ ได้แก่ ย่อมเป็นดุจชาคริกพราหมณ์ (พราหมณ์ผู้ตื่นอยู่) .

    บทว่า ฝูงโคเป็นสหายในการงานของผู้เป็นอยู่ อธิบายว่า ฝูงโคเท่านั้นเป็นสหายในการงาน ชื่อว่า มีการงานเป็นเพื่อนสอง ในการงานของพวกชนที่มีชีวิตอยู่กับการงาน คือว่า พวกเขาย่อมยังกสิกรรม เป็นต้น ให้สำเร็จกับด้วยโคมณฑลทั้งหลาย.

    บทว่า สิตสฺส อิริยาปโถ ได้แก่ ไถเป็นอิริยาบถ คือ เป็นเครื่องสืบต่อแห่งชีวิตของหมู่สัตว์นั้น.

    บทว่า สิตํ แปลว่า คันไถ. เพราะว่า นาของชาวนาคนใด แม้มีประมาณน้อย ย่อมไม่ทำการไถแล้ว เขาย่อมกล่าวว่าเราจักเป็นอยู่ได้อย่างไร ดังนี้.

    จบอรรถกถาปัชโชติสูตรที่ ๑๐