ไม่หวั่นไหวเพราะเข้าใจความจริง

* ความหวั่นไหว คืออาการเป็นไปของอกุศลประเภทต่างๆ ที่เกิดขึ้นเสมอๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น หวั่นไหวด้วยความกลัวภัยต่างๆ มีโรคภัย เป็นต้น หวั่นไหวด้วยความติดข้อง ต้องการ ในสิ่งต่างๆ
* ความหวั่นไหวด้วยอกุศลทั้งหลายเกิดขึ้น เพราะความไม่รู้ตามความเป็นจริงของสิ่งที่เพียงปรากฏ เกิดขึ้นและดับไปตามเหตุปัจจัย ทำให้มีความยึดถือว่ามีเรา ของเรา และมีความหวั่นไหวในลาภ เสื่อมลาภ ยศ เสื่อมยศ สรรเสริญ นินทา สุข ทุกข์
* การที่จะค่อยๆ คลายความหวั่นไหวในสิ่งต่างๆ ที่เคยยึดถือ ก็ต้องด้วยเข้าใจในความเป็นธรรมทีละหนึ่ง ซึ่งเกิดจากเหตุปัจจัย แล้วก็ดับไปในแต่ละขณะ ไม่มีเราที่จะไปบังคับบัญชาใดๆ ได้เลย
* ดังนั้นในชีวิตนี้ที่ได้พบพระธรรม จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะศึกษาพระธรรม เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องในความเป็นธรรมที่ไม่ใช่เรา มั่นคงขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่จะสะสมความไม่หวั่นไหวในสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ
* ผู้ที่ไม่หวั่นไหวในโลกธรรม (ธรรมที่เกิดดับ) อย่างแท้จริงก็คือพระอรหันต์ เพราะดับกิเลสได้หมดสิ้น ดังข้อความในมงคลข้อสุดท้าย (ข้อ ๓๘) ว่า
"จิตของผู้ที่ถูกโลกธรรมกระทบแล้ว ไม่หวั่นไหว ไม่เศร้าโศก ไม่เศร้าหมองด้วยละอองกิเลส เกษม ปลอดโปร่ง นี่ก็เป็นมงคลอุดม" (มงคลสูตร)
โดย อ.อรรณพ หอมจันทร์
อ่านหัวข้ออื่นๆ คลิกที่นี่ ... คติธรรม
ความหวั่นไหวด้วยอกุศลทั้งหลายเกิดขึ้น เพราะความไม่รู้ตามความเป็นจริงของสิ่งที่เพียงปรากฏ เกิดขึ้นและดับไปตามเหตุปัจจัย ทำให้มีความยึดถือว่ามีเรา ของเรา และมีความหวั่นไหวในลาภ เสื่อมลาภ ยศ เสื่อมยศ สรรเสริญ นินทา สุข ทุกข์ น้อมกราบอนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ ขอรับ
"จิตของผู้ที่ถูกโลกธรรมกระทบแล้ว
ไม่หวั่นไหว ไม่เศร้าโศก ไม่เศร้าหมองด้วยละอองกิเลส เกษม ปลอดโปร่ง
นี่ก็เป็นมงคลอุดม"
กราบนอบน้อมพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นด้วยเศียรเกล้า
..หนทางเดียวที่จะพ้นจากความหวั่นไหวก็คืออยู่ตรงลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ รู้ว่าขณะนี้เป็นสภาพธรรมที่ค่อยๆ เข้าใจขึ้น ในขณะที่กำลังได้ยินเสียงหรือว่าในขณะที่กำลังคิดเรื่องราวต่างๆ สิ่งนั้นมีจริงๆ ไม่หวั่นไหว โดยรู้ว่าตรงนั้น ลักษณะนั้นก็เป็นสภาพธรรมที่คิด หรือเป็นสภาพธรรมที่เห็น นี่คือการอบรมเจริญปัญญา
ที่มา ...
หนทางที่ทำให้พ้นจากความหวั่นไหว
กราบบูชาพระคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง
การที่จะค่อยๆ คลายความหวั่นไหวในสิ่งต่างๆ ที่เคยยึดถือ ก็ต้องด้วยเข้าใจในความเป็นธรรมทีละหนึ่ง ซึ่งเกิดจากเหตุปัจจัย แล้วก็ดับไปในแต่ละขณะ ไม่มีเราที่จะไปบังคับบัญชาใดๆ ได้เลย
ความเข้าใจธรรมแต่ละหนึ่งต้องเริ่มต้นจากการได้ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างเดียวเท่านั้นจริงๆ ฟังซ้ำๆ ด้วยความเคารพและอดทน ความเข้าใจขั้นการฟังค่อยๆ คลายความหวั่นไหวที่จะรีบร้อนไปทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่การฟัง
กราบขอบพระคุณ อ.อรรณพ และเคารพในกุศลด้วยค่ะ






