ผู้ที่เป็นทวิเหตุกบุคคล ไม่สามารถเจริญวิปัสสนาได้
 
DjPut
วันที่  12 ต.ค. 2563
หมายเลข  33092
อ่าน  120

จริงไหม


  ความคิดเห็น 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 13 ต.ค. 2563

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ทวิเหตุกบุคคล คือ ผู้ที่ปฏิสนธิประกอบด้วยเหตุ ๒ คือ อโลภะ และ อโทสะ ไม่มีปัญญาเกิดร่วมด้วย บุคคลประเภทนี้ ไม่สามารถได้ฌาน ไม่สามารถบรรลุธรรมในชาตินั้น ได้ แต่ถ้าเป็นผู้ที่เห็นประโยชน์ของพระธรรม สะสมการได้ยินได้ฟังพระธรรม สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูก ความเข้าใจถูกเห็นถูกก็เจริญขึ้นได้ อบรมเจริญสติปัฏฐานได้ สำคัญอยู่ที่ว่ามีความเข้าใจอย่างถูกต้อง แต่ไม่สามารถถึงการรู้แจ้งอริยสัจจธรรมได้ เพียงได้สะสมอุปนิสัยที่ดีเป็นที่พึ่งต่อไป 

ข้อที่ควรจะได้พิจารณาเป็นอย่างยิ่ง คือ เราไม่สามารถทราบได้ว่าเราปฏิสนธิประกอบด้วยเหตุ ๒ หรือ เหตุ ๓ แต่เมื่อมีโอกาสที่จะได้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม อบรมเจริญปัญญา ก็ไม่ควรจะปล่อยโอกาสนั้นให้ล่วงเลยไป ควรอย่างยิ่งที่จะสะสมปัญญาต่อไป ค่อยๆ สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปทีละเล็กทีละน้อย เพราะเราไม่สามารถที่จะรู้ได้เวลาของการฟังพระธรรม ในชาตินี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด ครับ  

ขอเชิญคลิกฟังคำบรรยายของท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ได้ที่หัวข้อด้านล่างนี้ เป็นประโยชน์เกื้อกูลอย่างยิ่ง ครับ

ปฏิสนธิ-ทวิเหตุก หรือ ติเหตุก

...ยินดีในความดีของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็น 2  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 13 ต.ค. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็น 3  
 
DjPut
วันที่ 13 ต.ค. 2563
อ้างอิงจาก ความคิดเห็น 1 โดย khampan.a

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ทวิเหตุกบุคคล คือ ผู้ที่ปฏิสนธิประกอบด้วยเหตุ ๒ คือ อโลภะ และ อโทสะ  ไม่มีปัญญาเกิดร่วมด้วย บุคคลประเภทนี้ ไม่สามารถได้ฌาน ไม่สามารถบรรลุธรรมในชาตินั้น ได้ แต่ถ้าเป็นผู้ที่เห็นประโยชน์ของพระธรรม สะสมการได้ยินได้ฟังพระธรรม สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูก ความเข้าใจถูกเห็นถูกก็เจริญขึ้นได้ อบรมเจริญสติปัฏฐานได้ สำคัญอยู่ที่ว่ามีความเข้าใจอย่างถูกต้อง แต่ไม่สามารถถึงการรู้แจ้งอริยสัจจธรรมได้ เพียงได้สะสมอุปนิสัยที่ดีเป็นที่พึ่งต่อไป 

ข้อที่ควรจะได้พิจารณาเป็นอย่างยิ่ง คือ เราไม่สามารถทราบได้ว่าเราปฏิสนธิประกอบด้วยเหตุ ๒ หรือ เหตุ ๓ แต่เมื่อมีโอกาสที่จะได้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม อบรมเจริญปัญญา ก็ไม่ควรจะปล่อยโอกาสนั้นให้ล่วงเลยไป ควรอย่างยิ่งที่จะสะสมปัญญาต่อไป ค่อยๆ สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปทีละเล็กทีละน้อย เพราะเราไม่สามารถที่จะรู้ได้เวลาของการฟังพระธรรม ในชาตินี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด ครับ  

ขอเชิญคลิกฟังคำบรรยายของท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ได้ที่หัวข้อด้านล่างนี้ เป็นประโยชน์เกื้อกูลอย่างยิ่ง ครับ

ปฏิสนธิ-ทวิเหตุก หรือ ติเหตุก

...ยินดีในความดีของทุกๆ ท่านครับ...

ในวิปัสสนาญาณ 16 อย่างนั้น ทวิเหตุกบุคคล นั้น ญาณไหนสามารถเกิดกับทวิเหตุกบุคคลได้บ้างครับ

 
  ความคิดเห็น 4  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 13 ต.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็น 5  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 13 ต.ค. 2563

เรียน ความคิดเห็นที่ ๓  ครับ

ผู้ที่ปฏิสนธิด้วยเหตุ ๒ ไม่สามารถได้วิปัสสนาญาณ แต่เมื่อเห็นประโยชน์ของพระธรรม มีการฟังพระธรรม ก็สะสมเป็นอุปนิสัยที่ดีต่อไปได้ และ ที่มีการฟังพระธรรม ก็เพราะเคยสะสมเหตุที่ดีมาแล้วในอดีต เป็นผู้เห็นประโยชน์ของพระธรรมมาแล้ว จึงสนใจ ใส่ใจที่จะฟังต่อไป ซึ่งน้อยคนที่จะมีโอกาสได้ฟัง ครับ 

...ยินดีในความดีของทุกๆท่านครับ...

 
  ความคิดเห็น 6  
 
DjPut
วันที่ 13 ต.ค. 2563
อ้างอิงจาก ความคิดเห็น 5 โดย khampan.a

เรียน ความคิดเห็นที่ ๓  ครับ

ผู้ที่ปฏิสนธิด้วยเหตุ ๒ ไม่สามารถได้วิปัสสนาญาณ แต่เมื่อเห็นประโยชน์ของพระธรรม มีการฟังพระธรรม ก็สะสมเป็นอุปนิสัยที่ดีต่อไปได้ และ ที่มีการฟังพระธรรม ก็เพราะเคยสะสมเหตุที่ดีมาแล้วในอดีต เป็นผู้เห็นประโยชน์ของพระธรรมมาแล้ว จึงสนใจ ใส่ใจที่จะฟังต่อไป ซึ่งน้อยคนที่จะมีโอกาสได้ฟัง ครับ 

...ยินดีในความดีของทุกๆท่านครับ...

ขออนุโมทนาครับ ถูกต้องตรงหลักอภิธรรมที่แท้จริง 

 
  ความคิดเห็น 7  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 14 ต.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็น 8  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 21 ต.ค. 2563

ไม่ว่าจะปฏิสนธิเป็นทวิเหตุก  หรือ ติเหตุก   ก็ไม่ประมาทในการในการเจริญกุศล   ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะนิพพาน   พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า  ดูกร ภิกษุทั้งหลาย  บัดนี้ เราขอเตือนพวกเธอว่า  สังขารทั้งหลาย  มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา   พวกเธอ  จงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด  ฯ   นี้เป็นพระปัจฉิมวาจาของพระตถาคต

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ