อักโกสกสูตร ... พระสูตรสนทนาออนไลน์ วันเสาร์ที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓
 
มศพ.
วันที่  3 ส.ค. 2563
หมายเลข  32622
อ่าน  338

 

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส

พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ

•••..... ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย .....•••

พระสูตร ที่จะนำมาสนทนาออนไลน์
วันเสาร์ที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๓ 
เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. คือ

อักโกสกสูตร
...จาก...

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ ๒๐๑

 

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ ๒๐๑

๒. อักโกสกสูตร

(ว่าด้วยพระพุทธเจ้าไม่รับคำด่าของพราหมณ์)

[๖๓๑]  สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในพระวิหารเวฬุวันอันเป็นที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต กรุงราชคฤห์.  อักโกสกภารทวาชพรหมณ์ได้สดับมาว่า ได้ยินว่า พราหมณ์ภารทวาชโคตรออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ในสำนักของพระสมณโคดมแล้ว ดังนี้ ก็โกรธ ขัดใจ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้ว ด่าบริภาษพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยวาจาอันหยาบคาย  มิใช่ของสัตบุรุษ.  

[๖๓๒]  เมื่ออักโกสกภารทวาชพราหมณ์กล่าวอย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกะอักโกสกภารทวาชพราหมณ์ว่า  ดูกร พราหมณ์ ท่านย่อมสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน มิตรและอำมาตย์ ญาติสาโลหิต ผู้เป็นแขกของท่าน ย่อมมาบ้างไหม. อักโกสกภารทวาชพราหมณ์ตอบว่า พระโคดมผู้เจริญ มิตรและอำมาตย์ ญาติสาโลหิต ผู้เป็นแขกของข้าพระองค์ย่อมมาเป็นบางคราว

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า  ดูกร พราหมณ์ ท่านย่อมสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ท่านจัดของเคี้ยวของบริโภคหรือของดื่มต้อนรับมิตรและอำมาตย์ ญาติสาโลหิต ผู้เป็นแขกเหล่านั้นบ้างหรือไม่

อ.  พระโคดมผู้เจริญ ข้าพระองค์จัดของเคี้ยวของบริโภคหรือของดื่มต้อนรับมิตรและอำมาตย์ ญาติสาโลหิต ผู้เป็นแขกเหล่านั้นบ้างในบางคราว

พ.  ดูกร พราหมณ์  ก็ถ้าว่ามิตรและอำมาตย์ ญาติสาโลหิต ผู้เป็นแขกเหล่านั้นไม่รับ ของเคี้ยวของบริโภคหรือของดื่มนั้นจะเป็นของใคร

อ.  พระโคดมผู้เจริญ ถ้าว่ามิตรและอำมาตย์ ญาติสาโลหิต ผู้เป็นแขกเหล่านั้นไม่รับของเคี้ยวของบริโภคหรือของดื่มนั้น ก็เป็นของข้าพระองค์อย่างเดิม

พ.  ดูกร พราหมณ์ ข้อนี้ก็อย่างเดียวกัน ท่านด่าเราผู้ไม่ด่าอยู่ ท่านโกรธเราผู้ไม่โกรธอยู่ ท่านหมายมั่นเราผู้ไม่หมายมั่นอยู่  เราไม่รับเรื่องมีการด่าเป็นต้นของท่านนั้น ดูกร พราหมณ์ เรื่องมีการด่าเป็นต้นนั้นก็เป็นของท่านผู้เดียว  ดูกร พราหมณ์ เรื่องมีการด่าเป็นต้นนั้นก็เป็นของท่านผู้เดียว แล้วตรัสต่อไปว่า ดูกร พราหมณ์ ผู้ใดด่าตอบบุคคลผู้ด่าอยู่ โกรธตอบบุคคลผู้โกรธอยู่ หมายมั่นตอบบุคคลผู้หมายมั่นอยู่ ดูกรพราหมณ์ ผู้นี้เรากล่าวว่าย่อมบริโภคด้วยกัน ย่อมการทำตอบกัน เรานั้นไม่บริโภคร่วม ไม่กระทำตอบด้วยท่านเป็นอันขาด ดูกร พราหมณ์ เรื่องมีการด่าเป็นต้นนั้นเป็นของท่านผู้เดียว ดูกร พราหมณ์ เรื่องมีการด่าเป็นต้นนั้น เป็นของท่านผู้เดียว

อ.  บริษัทพร้อมด้วยพระราชา ย่อมทราบพระโคดมผู้เจริญ อย่างนี้ว่าพระสมณโคดมเป็นพระอรหันต์ ก็เมื่อเป็นเช่นนั้น ไฉนพระโคดมผู้เจริญจึงยังโกรธอยู่เล่า

[๖๓๓]  พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ผู้ไม่โกรธ ฝึกฝนตนแล้ว มีความเป็นอยู่สม่ำเสมอ หลุดพ้นแล้ว เพราะรู้ชอบ สงบ คงที่อยู่ ความโกรธจักมีมาแต่ที่ไหน ผู้ใดโกรธตอบบุคคลผู้โกรธแล้ว ผู้นั้นเป็นผู้ลามกกว่าบุคคลนั้นแหละ เพราะการโกรธตอบนั้น บุคคลไม่โกรธตอบบุคคลผู้โกรธแล้ว ชื่อว่า ย่อมชนะสงครามอันบุคคลชนะได้โดยยาก ผู้ใดรู้ว่าผู้อื่นโกรธ แล้วเป็นผู้มีสติสงบเสียได้ ผู้นั้นชื่อว่าย่อมประพฤติประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย คือ แก่ตนและแก่บุคคลอื่น เมื่อผู้นั้นรักษาประโยชน์อยู่ทั้งสองฝ่าย คือ ของตนและของบุคคลอื่น ชนทั้งหลายผู้ไม่ฉลาดในธรรมย่อมสำคัญบุคคลนั้นว่า เป็นคนเขลา ดังนี้

[๖๓๔]  เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว อักโกสกภารทาวชพราหมณ์ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก พระโคดมผู้เจริญทรงประกาศพระธรรมโดยปริยายเป็นอันมากเปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำเปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่องประทีปในที่มืดด้วยคิดว่า คนมีจักษุย่อมเห็นรูป ฉะนั้น ข้าพระองค์นี้ ขอถึงพระโคดมผู้เจริญ พระธรรม และพระภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอข้าพระองค์พึงได้บรรพชา พึงได้อุปสมบทในสำนักของพระโคดมผู้เจริญ

อักโกสกภารทวาชพราหมณ์ ได้บรรพชา ได้อุปสมบทแล้ว ในสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ท่านอักโกสกภารทวาชะอุปสมบทแล้วไม่นานแล หลีกไปอยู่ผู้เดียว ไม่ประมาท มีความเพียร มีจิตมั่นคงอยู่ ไม่นานเท่าไรนัก ก็กระทำให้แจ้งซึ่งคุณวิเศษยอดเยี่ยม เป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ ซึ่งกุลบุตรทั้งหลายออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบมีความต้องการ  ด้วยปัญญาเป็นเครื่องรู้ยิ่งเองในปัจจุบันนี้เข้าถึงอยู่ ได้ทราบว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่จะต้องทำได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นอีกเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ก็แหละ ท่านพระอักโกสกภารทวาชะได้เป็นพระอรหันต์รูปหนึ่ง ในบรรดาพระอรหันต์ทั้งหลาย ดังนี้แล. 

จบอักโกสกสูตรที่ ๒


อรรถกถาอักโกสกสูตรที่ ๒

ในอักโกสกสูตรที่ ๒ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ : -

บทว่า อกฺโกสกภารทฺวาโช ได้แก่ พราหมณ์นั้น ชื่อว่าภารทวาชะ ก็พราหมณ์นั้นได้มาด่าพระตถาคตด้วยคาถาประมาณ ๕๐๐ เพราะเหตุนั้น พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลาย จึงตั้งชื่อว่า อักโกสกภารทวาชะ

บทว่า กุปิโต อนตฺตมโน ความว่า โกรธและไม่พอใจด้วยเคืองว่า พระสมณโคดมให้พี่ชายของเราบวช ทำให้เสื่อมเสีย ให้แตกเป็นฝักฝ่าย

บทว่า อกฺโกสติ ความว่า ด่าด้วยอักโกสวัตถุ ๑๐ คือ เจ้าเป็นโจร เป็นคนโง่ เป็นคนหลง เป็นอูฐ เป็นโค เป็นลา เป็นสัตว์นรก เป็นสัตว์เดรัจฉาน เจ้าไม่มีสุคติ เจ้าหวังแต่ทุคติเท่านั้น

บทว่า ปริภาสติ ความว่า เมื่อกล่าวคำเป็นต้นว่า สมณะโล้น ข้อนั้นจงยกไว้ เจ้ายังทำว่า ข้าไม่มีโทษ บัดนี้ ข้าไปสู่ราชสกุลแล้วจะบอกเขาให้ลงอาชญาแก่เจ้า ดังนี้ ชื่อว่าบริภาษ

บทว่า สมฺภุญฺชติ ได้แก่ บริโภคร่วมกัน

บทว่า วีติหรติ ได้แก่ ทำคืนการที่ทำมาแล้ว

บทว่า ภวนฺตํ โข โคตมํ ถามว่า เพราะเหตุไร พราหมณ์จึงกล่าวอย่างนี้ตอบว่า เพราะพราหมณ์ได้ฟังคำของพระสมณโคดมนั้นว่า ดูกร พราหมณ์ นั่นเป็นของท่านผู้เดียว ดูกร พราหมณ์ นั่นเป็นของท่านผู้เดียว โดยได้ฟังกันสืบๆ มาว่า ขึ้นชื่อว่าฤาษีทั้งหลายโกรธแล้ว ย่อมสาปให้เป็นเหมือนลูกโคผอมเป็นต้น จึงเกิดความกลัวแต่คำสาปว่า พระสมณโคดมเห็นทีจะสาปเราก็ได้ เพราะฉะนั้น พราหมณ์จึงได้กล่าวอย่างนี้

บทว่า ทนฺตสฺส ได้แก่ ผู้หมดพยศ

บทว่า ตาทิโน ได้แก่ ผู้ถึงลักษณะผู้คงที่

บทว่า ตสฺเสว เตน ปาปิโย ความว่า บุคคลนั้นแลเป็นผู้เลวกว่าบุคคลผู้โกรธนั้น

บทว่า สโต อุปสงฺกมติ ความว่า บุคคลเป็นผู้ประกอบด้วยสติย่อมอดกลั้นไว้ได้

บทว่า อุภินฺนํ ติกิจฺฉนฺตานํ ได้แก่ ผู้อดกลั้นทั้ง ๒ ฝ่าย

อีกอย่างหนึ่ง บาลีก็อย่างนี้เหมือนกัน

บุคคลใดมีสติเข้าไปสงบ ประพฤติประโยชน์อดกลั้นให้สำเร็จประโยชน์ทั้งสองฝ่าย. ชนทั้งหลายย่อมสำคัญบุคคลนั้นว่าเป็นชนพาล ชนทั้งหลายเป็นเช่นไร คือเป็นผู้ไม่ฉลาดในธรรม

บทว่า ธมฺมสฺส ได้แก่ ธรรม คือเบญจขันธ์ หรือ สัจจธรรม ๔

บทว่า อโกวิทา ได้แก่ ผู้ไม่ฉลาดในธรรม คือ เป็นปุถุชนอันธพาล.

จบอรรถกถาอักโกสกสูตรที่ ๒    


  ความคิดเห็น 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 3 ส.ค. 2563

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ข้อความโดยสรุป

อักโกสกสูตร 
(ว่าด้วยพระพุทธเจ้าไม่รับคำด่าของพราหมณ์)

อักโกสกภารทวาชพราหมณ์ เกิดความโกรธ ขัดใจ ไม่พอใจ เมื่อได้ทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ยังพราหมณ์ภารทวาชโคตร ผู้เป็นพี่ชายของตนให้บวช จึงได้เข้าไปด่าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ด้วยถ้อยคำอันหยาบคาย พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสสนทนากับพราหมณ์ เพื่อให้เห็นตามความเป็นจริง ว่า เมื่อมีแขกมาเยี่ยมที่บ้านของตน ผู้เป็นเจ้าของบ้านย่อมทำการต้อนรับด้วยวัตถุต่างๆ ทั้งของเคี้ยวของบริโภคและเครื่องดื่ม ถ้าหากแขกไม่รับสิ่งของเหล่านั้น สิ่งของเหล่านั้นย่อม(ตก)เป็นของเจ้าของบ้าน ฉันใด  เมื่อพราหมณ์ด่าพระองค์ด้วยถ้อยคำอันหยาบคายอย่างนี้  พระองค์ไม่รับคำด่าของพราหมณ์ คำด่าดังกล่าวเป็นของพราหมณ์เพียงคนเดียวเท่านั้น ฉันนั้น ... พระผู้มีพระภาคเจ้า แม้จะถูกด่า ถูกว่า  พระองค์ก็ไม่ทรงโกรธตอบ  พร้อมทั้งทรงเป็นที่พึ่งให้กับอักโกสกภารทวาชพราหมณ์ด้วย ซึ่งในที่สุดอักโกสกภารทวาชพราหมณ์ก็เกิดความเลื่อมใส ขออุปสมบทในพระพุทธศาสนา ในกาลต่อมาท่านก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์

เชิญศึกษาเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อด้านล่างนี้ครับ


มีรากเป็นพิษ มียอดหวาน

รากเป็นพิษแต่ยอดหวาน

ความโกรธ

วิธีฆ่าความโกรธ

สอบถามความเห็น ลักษณะของ โกรธหรือโทสะ

ฆ่าอะไรหนอจึงอยู่เป็นสุข ฆ่าอะไรหนอจึงไม่เศร้าโศก

บุคคลฆ่าความโกรธได้แล้ว ย่อมอยู่เป็นสุข

โกรธ ดีไหมไม่ดี แต่ยังไม่รู้ว่า ความโกรธ เป็นธรรม ไม่ใช่เรา

ถูกด่าตลอดทาง ก็ไม่โกรธ

ขันธ์ ๕ คืออะไร และมีอะไรบ้าง

พาลปุถุชน - กัลยาณปุถุชน - พระโสดาบัน

อริยสัจจธรรม

 ...ยินดีในความดีของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็น 2  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 3 ส.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็น 3  
 
ธีรพันธ์
ธีรพันธ์
วันที่ 3 ส.ค. 2563

ขอถวายความนอบน้อมเเด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

 

 
  ความคิดเห็น 4  
 
Dusita
Dusita
วันที่ 8 ส.ค. 2563

กราบ อนุโมทนา ค่ะ

 
  ความคิดเห็น 5  
 
Nataya
วันที่ 8 ส.ค. 2563

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 6  
 
เฉลิมพร
วันที่ 20 ส.ค. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ