นิพพานนั้นเป็นไปได้สำหรับทุกคนหรือไม่?
 
Natcharee
Natcharee
วันที่  24 มี.ค. 2563
หมายเลข  31657
อ่าน  130

หากปถุชนทั่วไปอยากจะบรรลุนิพพาน จำเป็นไหมที่ต้องนั่งสมาธิและปฏิบัติธรรมเท่านั้นและเป็นไปได้สำหรับทุกคนหรือไม่

ขอบคุณค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 24 มี.ค. 2563

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

การถึงพระนิพพาน ประจักษ์พระนิพพานด้วยความเป็นพระอริยบุคคลขั้นแรก คือเป็นพระโสดาบัน ข้อความในพระไตรปิฎกมีว่า

ข้อความใน พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ - หน้าที่ ๒๗๙  ทุติยสารีปุตตสูตร  แสดงถึงธรรมที่นำไปสู่การรู้แจ้งอริยสัจจธรรม ถึงความเป็นพระโสดาบัน  ดังนี้ คือ สัปปุริสสังเสวะ การคบสัตบุรุษ ๑  สัทธรรมสวนะ ฟังคำสั่งสอนของท่าน ๑ โยนิโสมนสิการ กระทำไว้ในใจโดยอุบายที่ชอบ ๑  ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ๑.  

   แสดงถึงว่าต้องเริ่มจากการคบสัตบุรุษ และ การฟังพระธรรมที่ถูกต้อง และพิจารณาโดยแยบคาย(โยนิโสมนสิการ) คือ ฟังแล้วเข้าใจถูกต้องตั้งแต่ว่า ธรรมคืออะไร ถ้าไม่มีความเข้าใจขั้นการฟัง ก็ทำให้ปฏิบัติผิด และ ถ้าเริ่มฟังเข้าใจถูกต้องก็จะเข้าใจถูกว่า มีแต่ธรรมไม่ใช่เรา จึงไม่มีเราปฏิบัติ มีแต่ธรรมปฏิบัติ คือ ปัญญาที่เกิดขึ้นรู้ความจริงในขณะนี้ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา จึงเป็นปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ดังนั้น ไปนั่งสมาธิ ไปปฏิบัติธรรม ด้วยความไม่รู้อะไรเลย เขาบอกให้ทำ ก็ทำ ก็ปฏิบัติผิด เพราะฉะนั้นสำคัญที่สุด เริ่มแรก คือ ฟังพระธรรมให้เข้าใจ เมื่อเข้าใจมากขึ้นแล้ว ธรรม คือปัญญาจะเกิดปฏิบัติหน้าที่เอง จนถึงสามารถรู้ความจริงในขณะนี้ได้ ก็สามารถประจักษ์ความจริงสูงสุดได้ คือ พระนิพพาน และความเห็นถูก ปัญญาไม่ได้สะสมกันมาเหมือนกันทุกคน การบรรลุนิพพาน จึงเป็นไปไม่ได้กับทุกคนครับ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
Natcharee
Natcharee
วันที่ 24 มี.ค. 2563

ขอบคุณค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 24 มี.ค. 2563

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระธรรมเป็นเรื่องที่ละเอียดลึกซึ้ง แสดงถึงความเป็นจริงทั้งหมด เมื่อกล่าวถึงธรรมแล้ว ไม่พ้นไปจากนามธรรมและรูปธรรม สภาพธรรมที่ไม่รู้อะไรเลยไม่ใช่นามธรรมก็เป็นรูปธรรมทั้งหมด นามธรรมแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ นามธรรมที่รู้อารมณ์ ได้แก่จิตและเจตสิก และ นามธรรมที่ไม่รู้อารมณ์ ได้แก่พระนิพพาน พระอริยบุคคลขั้นต่างๆ เท่านั้นที่ประจักษ์แจ้งพระนิพพานได้

พระนิพพาน เป็นสภาพธรรมที่มีจริง เป็นปรมัตถธรรม เป็นนามธรรม ที่ไม่เกิดไม่ดับ เป็นสภาพธรรมที่ดับทุกข์ ดับกิเลส ปราศจากกิเลสโดยประการทั้งปวง ตรงกันข้ามกับสภาพธรรมที่เกิดดับอย่างสิ้นเชิง นี้คือ ความเป็นจริงของสภาพธรรมที่เป็นพระนิพพาน

ผู้ที่ประจักษ์พระนิพพาน ก็คือ พระอริยบุคคลขั้นต่างๆ เท่านั้น ดังนั้น ผู้รู้พระนิพพานต้องเป็นพระอริยบุคคล มีพระโสดาบันบุคคล เป็นต้น 

เรื่องการประจักษ์แจ้งพระนิพพาน เป็นเรื่องที่ไกลมาก  แต่ขณะนี้กิจที่ควรทำ คือ การฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมให้เข้าใจจริงๆ ซึ่งขาดความเข้าใจถูกเห็นถูกตั้งแต่ขั้นต้นไม่ได้เลย จึงควรอย่างยิ่งที่จะได้สะสมเหตุ คือ การฟังพระธรรมให้เข้าใจ ค่อยๆ สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปทีละเล็กทีละน้อย ครับ

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 23 ก.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ