จะหมดความเห็นผิดได้ด้วยปัญญา
 
nattawan
nattawan
วันที่  24 มี.ค. 2563
หมายเลข  31659
อ่าน  205

     เรารักตนเองแต่ก็ทำร้ายตนเองทุกวันๆ   เมื่อไหร่จะหยุดทำร้ายตนเองได้

     เพราะไม่รู้ความจริงว่าไม่มีเรา  แต่มีธรรมะที่เป็นกุศลดีงามและธรรมะที่เป็นอกุศลไม่ดีงาม  ตราบใดที่ยังไม่รู้ความจริงก็ยังทำร้ายตนเองต่อไปโดยไม่รู้ตัว

     กำลังเห็น  ติดข้องว่าเป็นเราก็ทำร้ายตัวเองแล้ว  มีเราก็เดือดร้อนแน่ๆ กังวลเรื่องอะไร...ก็กังวลเรื่องเรา

      กังวลทำร้ายตนเองหรือเปล่า!!!  อยู่ดีๆ ก็กังวล  ทำอะไรก็ไม่ได้  ธรรมะก็เป็นธรรมะมีปัจจัยเกิดขึ้นและดับไป  กังวลก็ทำร้ายตนเองแล้ว

     การเข้าใจความจริงจะทำให้หยุดทำร้ายตนเองได้อย่างไร!!!  รู้ว่าไม่มีเราแล้วจะทำร้ายใคร!!!  มีแต่กุศลซึ่งเป็นธรรมะมีปัจจัยเกิดแล้วดับ  อกุศลก็เช่นเดียวกัน  หมดแล้วไม่เหลือ...ตัวตนอยู่ที่ไหน!!!!!   

     ถ้าไม่มีเรา...ทำร้ายใคร!!!  เมื่อไม่มีตัวตนแล้วทำร้ายใคร!!!  อกุศลเป็นอกุศล  เกิดและดับไป  อกุศลเกิดที่จิต  จิตขณะนั้นถูกทำร้ายด้วยอกุศล  เราอยู่ไหน...จิตเกิดแล้วก็ดับ!!!!!  

     ศึกษาธรรมะเพื่อเข้าใจความจริงของสภาพธรรมะซึ่งไม่ใช่เรา  ไม่ใช่สิ่งหนึ่งสิ่งใด ไม่ใช่สัตว์บุคคล  ถ้าเข้าใจผิดว่ามีตัวตน..เป็นอกุศล  ตราบนั้นก็ไม่สามารถหยุดทำร้ายตัวเอง  ฟังธรรมเพื่อเข้าใจความจริงและดับอกุศลทั้งหมด

     ไม่มีอะไรทำลายอกุศลได้นอกจากความเห็นถูกต้องค่อยๆ ละคลายความเห็นผิดและอกุศลอื่นๆ ตามลำดับของปัญญา

     รักษาจิตให้พ้นจากความไม่รู้...ให้พ้นจากความไม่รู้ด้วยปัญญาที่เข้าใจถูก

     กิเลสที่สะสมหมักหมมในจิตเหมือนเชื้อโรค  เน่า  เหม็น  ไม่สะอาดเลย  จะรักษาได้อย่างไรถ้าไม่มีพระธรรมคือความเห็นถูกเข้าใจถูกที่จะค่อยๆ รักษาบาดแผล  ทั้งแผลเก่าแผลใหม่  ทั้งเชื้อโรคมากมาย  ด้วยการที่มีความเข้าใจถูกต้องขึ้นเพื่อละความเป็นเรา

     แต่ละคำเป็นวิริยารัมภกถา  เป็นคำพูดให้มีความเพียร  อดทน  แต่ไม่ใช่เรา  ไม่ใช่ให้เราเพียรแต่เมื่อฟังแล้วก็เป็นปัจจัยให้มีความเห็นถูกต้องว่าเพียงเข้าใจเท่านี้ไม่สามารถละการยึดถือสภาพธรรมว่าเป็นเราที่สะสมมานานแสนนานได้  ต้องละความยึดถือ  ไม่มีความเห็นผิดและละความเห็นผิดนั้น  นี่คือการรักษาด้วยพระธรรม...ไม่มียาอื่นเลย

     พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอุปมาว่าพระองค์คือหมอผู้รักษาคนไข้ซึ่งโรคร้ายแรงมาก  ถ้าไม่มีโอกาสได้ฟังพระธรรมก็จะเป็นเช่นนี้ไปตลอด  ต่อไปอีกข้างหน้าประมาณไม่ได้เลยว่าอีกนานเท่าไหร่  เพราะอยู่มานานเท่าไหร่จนขณะนี้เต็มไปด้วยความไม่รู้และการยึดถือสภาพธรรมะที่กำลังปรากฏ  

     จะหมดความเห็นผิดได้ด้วยปัญญาที่ค่อยๆ รู้จึงละการยึดถือสภาพธรรมะว่าเป็นตัวตน  ค่อยๆ คลาย  ยังไม่สามารถดับหมดเป็นสมุจเฉท  เพราะกำลังของอกุศลมากมาย  อหิริกะอโนตตัปปะก็มีกำลังมากทุกครั้งที่อกุศลเกิด  กว่าหิริโอตตัปปะและโสภณเจตสิกจะเกิดจากการฟังธรรมและค่อยๆ เข้าใจขึ้น  สามารถรู้ความจริงทีละเล็กทีละน้อย  จนกว่าจะประจักษ์ชัดตรงตามที่ได้ฟัง

กราบบูชาคุณท่านอ.สุจินต์ บริหารวนเขตต์ด้วยความเคารพยิ่ง


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
lokiya
วันที่ 25 มี.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 27 มี.ค. 2563

ผู้มีปัญญาพึงรักษาจิต...

.. ขออนุโมทนาในกุศลจิตค่ะ.. 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 23 ก.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ