ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๔๘
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  22 มี.ค. 2563
หมายเลข  31652
อ่าน  446

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

 

ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม)   ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์  ในแต่ละครั้ง รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน  เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง  แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง  ดังนี้

** ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๔๘**



~ถ้าไม่ใช่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า   ไม่มีทางเลยที่จะมีแสงสว่าง   ที่จะทำให้หายจากความมืด  ซึ่งเกิดมานับชาติไม่ถ้วนแล้วไม่รู้อะไรเลย   แล้วทั้งหมดก็หมดไปแต่ละชาติ ๆ


~พระภิกษุทุกรูป ไม่มีเรื่องที่เกี่ยวกับเงินทองใด ๆทั้งสิ้น ภาระหรือกิจธุระของท่าน ก็คือ ศึกษาพระธรรมวินัยและประพฤติปฏิบัติในเพศของบรรพชิตตามพระวินัย

~ภิกษุที่ไม่ได้ประพฤติปฏิบัติตามพระวินัย  ไม่ใช่บรรพชิต ไม่ใช่ผู้กำจัดกิเลส แต่เมื่อเป็นบรรพชิตแล้ว ต้องรู้ว่า มีชีวิตอย่างคฤหัสถ์ไม่ได้

~พระภิกษุรับเงินทองได้อย่างไร?    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้แล้วทุกประการ  ว่า ชีวิตที่ละเพศคฤหัสถ์ สละแล้วจากความสุขสนุกสนานอย่างเพศคฤหัสถ์  แล้วจะกลับไปรับเงินทองได้อีกหรือ?

~
เป็นคนนี้อยู่ได้ชั่วขณะที่ยังไม่ตาย  แต่พอตายแล้วก็หมดความเป็นบุคคลนี้ หาอีกไม่ได้เลยในสังสารวัฏฏ์

~กัลยาณปุถุชน(ผู้หนาแน่นไปด้วยกิเลส แต่เป็นคนดี)  ถึงแม้ว่าจะยังมีกิเลสอยู่  แต่ก็มีคุณความดีที่ได้เข้าใจพระธรรม  ที่จะนำไปสู่การที่จะดับกิเลสได้

~รู้ความจริงเข้าใจ ว่า อะไรถูก  อะไรผิด ก็จะช่วยให้ชีวิตเป็นไปในทางที่ดีงาม ไม่นำมาซึ่งความทุกข์ทั้งแก่ตนเองและคนอื่น

~เราต้องเป็นคนตรงและยอมรับความจริง  ที่จะแก้ไข(ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง) เพราะเหตุว่า  ถ้าทำไปด้วยความไม่รู้ ผลก็คือไม่รู้  และความไม่รู้ ก็นำมาซึ่งโทษนานาประการ

~ความไม่รู้ของคนสะสมมานานมาก   นี่คือ ภัย ใช่ไหม?  ที่ไม่รู้เลยว่าอะไร  เป็นอะไร  แล้วจึงได้ทำสิ่งที่ไม่ดีทุจริตทุกวงการ

~ถ้าเป็นกรรมชั่ว (อกุศลกรรม)  ทำอย่างไรก็จะให้ผลที่ดี ไม่ได้

~ถึงอย่างไรทุกคนก็ต้องจากโลกนี้ไป  จะด้วยโรคที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้หรือไม่ หรืออะไรก็ตามแต่ แต่(ในที่สุด)ก็ต้องตายกันทุกคน   แล้วก่อนตายเราจะไม่มีอะไรที่จะไปถึงชาติต่อไปที่เป็นคุณความดีและความเข้าใจถูกต้องหรือ  ในเมื่อมีโอกาส   มัวแต่กลัวอย่างอื่น แต่ไม่กลัวความไม่รู้     ลองเทียบกันดูแล้ว ความไม่รู้ น่ากลัวกว่าเท่าไหร่

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และทรงแสดงความจริงถึงที่สุด   พิสูจน์ได้เลย  ทำไมคนนี้ ไม่เป็นโรคนี้ (โควิด)  ทำไมคนอื่น เป็น  เลือกได้ไหม?  (ไม่ได้)  ก็แสดงชัดเจนว่า  เป็นอนัตตา ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใคร

~ความเข้าใจพระธรรม (ปัญญา)  เป็นประโยชน์ทั้งกับตนเองและผู้อื่นด้วย   ถ้าทุกคนเป็นอย่างนี้  คือ มีความเข้าใจพระธรรม  ก็เป็นประโยชน์มหาศาล

~ทุกข้อของมงคล (มีการไม่คบคนพาล เป็นต้น)  ก็เพื่อการละอกุศล ละสิ่งที่ไม่ดี แล้วก็อบรมเจริญสิ่งที่ดีให้เพิ่มขึ้น  เพราะว่าสิ่งที่ดีจะไม่นำความทุกข์มาให้เลย  ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ไม่ดี ก็ไม่สามารถที่จะนำความสุขใด ๆ มาให้ได้   ด้วยเหตุนี้ต้องทราบว่าสิ่งที่ไม่ดีที่เป็นเหตุใหญ่ ก็คือ  โลภะ  โทสะ  โมหะ

~ขณะนี้ทุกคนก็ตรงกันที่รู้ว่า ขณะนี้เป็นธรรม ไม่ลืมว่า ธรรมคือเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องไปแสวงหาที่อื่น เพราะขณะนี้เป็นธรรม

~การเป็นชาวพุทธต้องศึกษาให้เข้าใจพระธรรม ซึ่งพระธรรมไม่ง่าย และเมื่อศึกษาแล้ว ต้องทราบว่า ไม่ใช่เพียงศึกษาให้เข้าใจ แต่ว่าจะต้องพิจารณาเพื่อจะประพฤติปฏิบัติตาม ตามความสามารถ ตามสติปัญญา และตามการสะสมที่จะต้องค่อย ๆเพิ่มขึ้น  จนกว่าจะเป็นผู้เห็นประโยชน์ของการมีชีวิตอย่างชาวพุทธที่ได้ทำหน้าที่ของชาวพุทธ

~ทุกอย่างเป็นธรรม ถูกคือถูก ผิดคือผิด ใครจะเปลี่ยนผิดให้เป็นถูก หรือใครจะให้ถูกเป็นผิด ไม่ได้

~ความดีความงามเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม น่ายินดี ยากที่จะกระทำได้ อย่าประมาทว่า บุญเล็กบุญน้อย ให้สักนิดสักหน่อย หรือช่วยใครสักนิดสักหน่อย ขณะนั้นถ้าเป็นอกุศล ทำไม่ได้เลย จะช่วยใครก็ช่วยไม่ได้ จะให้อะไรใครสักนิดหนึ่งก็ให้ไม่ได้ เพราะว่าขณะนั้นเป็นอกุศลจิต แต่ขณะใดก็ตามที่กุศลสามารถจะเกิดขึ้นได้ แล้วเป็นสิ่งที่ทุกคนชื่นชมแน่ ๆว่า คนนั้นได้ทำสิ่งที่ดี ขณะที่ยินดีในสิ่งที่คนอื่นกระทำกุศล แม้เราไม่ได้กระทำเอง จิตขณะนั้นก็เป็นกุศล

~กุศลธรรมเกิดขึ้นเป็นไป ก็ทำให้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ เป็นไปในทางที่ดีงามเกิดขึ้นเป็นไป

~ขณะใดที่ไม่เข้าใจธรรม  ขณะนั้นก็เป็นอวิชชา(ความไม่รู้) ขณะใดที่ติดข้อง จะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ขณะนั้นก็มีอวิชชา  ขณะใดที่ขุ่นเคืองไม่พอใจแม้เพียงเล็กน้อย นิดเดียวเอง ขณะนั้นก็ต้องมีอวิชชา ขณะใดที่สำคัญตน วันหนึ่ง ๆ ก็อาจจะไม่น้อยเลยสำหรับบางคน ขณะนั้นก็มีอวิชชา

~อกุศลเป็นโรคของจิตใจ ยิ่งถ้าเป็นกิเลสที่มีกำลังมาก  ก็เหมือนโรคกำเริบที่ทำความเสียหายอย่างมาก  การศึกษาและอบรมเจริญปัญญารู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง  เท่านั้น ที่เป็นเสมือนยาที่จะรักษาจิตใจให้ปราศจากโรค  คือ กิเลส

~ถ้าชาวพุทธไม่ศึกษาและไม่เข้าใจพระธรรมวินัย จะช่วยแต่ละหนึ่งบุคคลให้เว้นจากทุจริตและช่วยให้ประเทศชาติมั่นคงได้อย่างไร?

~เมื่อโกรธเกิดขึ้นแล้ว ดีไหม? (ไม่ดี) ใครเดือดร้อน?  โกรธเกิดที่ไหนไม่เป็นสุข  จะทำให้คนที่มีความโกรธ เป็นสุข เป็นไปไม่ได้เลย  เพราะลักษณะนั้นเป็นสภาพที่เดือดร้อน  แม้จิตในขณะนั้น  ก็มีโทสะหรือความขุ่นเคืองใจเกิดร่วมด้วย ขณะนั้นเดือดร้อนจริง ๆ

~ขณะที่เมตตา คือ ไม่ใช่ขณะที่เป็นโทสะ แล้วเห็นประโยชน์ของเมตตาไหมท่านทั้งหลายที่กำลังมีโทสะ เดี๋ยวก็โกรธคนนั้นเดี๋ยวก็ไม่ชอบคนนี้ แล้วเห็นประโยชน์ของเมตตาหรือเปล่า ต้องเป็นปัญญาจึงสามารถที่จะมีเมตตาเพิ่มขึ้นได้

~ถ้าต้องการให้คนอื่นตาบอด จะเป็นนกจะเป็นปลาหรืออะไรก็แล้วแต่ เจตนา มี ที่ไม่ต้องการให้คนอื่นมีตา  ผลก็คือว่ากรรมทำให้เมื่อผลเกิดขึ้น คือ (ตัวเอง) ไม่มีตา  กรรมมีกำลังที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างได้โดยที่ใครก็คาดไม่ถึง เพราะฉะนั้น ถ้ามีความเข้าใจอย่างนี้ ก็จะหมดความสงสัยในเรื่องกรรมและผลของกรรม

~ธรรมทาน (การให้ธรรม) บางคนหวง คำพูดดี ๆเก็บไว้ก่อน อย่าพึ่งให้ไปเลย เอาไว้เวลานั้นเวลานี้ก็ได้ หรือเราจะแสดงให้คนได้เข้าใจเฉพาะบางที่บางแห่ง  ก็ไม่สมควร   เพราะใครจะรู้ว่าต่อไปจะมีชีวิตอยู่หรือเปล่า  แต่ควรให้ทันทีเท่าที่สามารถจะให้ได้  ตามกำลังของปัญญา

~ต้องอาศัยกาลเวลาในการอบรมเจริญปัญญา เพื่อที่จะขัดเกลากิเลส  เมื่อเห็นกิเลสมากเท่าไร   ก็รู้ว่าจะต้องอาศัยกาลเวลานานมากทีเดียว กว่าที่จะขัดเกลากิเลสนั้น ๆได้  โดยที่ไม่ขาดการฟังพระธรรม และไม่ขาดการที่จะพิจารณาตนเอง   เพราะเหตุว่า พระธรรมที่ได้ฟังทั้งหมด  เป็นเรื่องของการอบรมเจริญปัญญา  และการขัดเกลากิเลสทั้งสิ้น

~เกิดมาก็มีชีวิตอยู่ไม่นาน ประโยชน์ที่ประเสริฐที่สุดคือเมื่อเข้าใจธรรมและทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ด้วย

~ถ้าทุกคนมีความเข้าใจในความดีและทำดี  ไม่ต้องกลัวอะไรเลย.

** ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่หัวข้อด้านล่างนี้ครับ **


 ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๔๗

 




...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...  



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
meenalovechoompoo
meenalovechoompoo
วันที่ 22 มี.ค. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
mammam929
mammam929
วันที่ 22 มี.ค. 2563

กราบบูชาคุณพระรัตนตรัยด้วยการศึกษาพระธรรมด้วยดีและเคารพยิ่ง

กราบอนุโมทนาคุณความดีที่เกื้อกูลให้เกิดความเข้าใจถูกต้องตามความเป็นจริงค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
peem
วันที่ 22 มี.ค. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
petsin.90
petsin.90
วันที่ 22 มี.ค. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
Nattaya40
Nattaya40
วันที่ 22 มี.ค. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 22 มี.ค. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
Thanapolb
Thanapolb
วันที่ 22 มี.ค. 2563

ขอนอบน้อมแด่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์

ขอบพระคุณและอนุโมทนายิ่งครับ อาจารย์คำปั่น

ภัยความไม่รู้ นำมาซึ่งภัยอื่น ๆ มากมาย เลยน้อ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
Khemsai
Khemsai
วันที่ 22 มี.ค. 2563

ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 22 มี.ค. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 23 มี.ค. 2563

   ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
jaturong
วันที่ 25 มี.ค. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 29 มี.ค. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ