ทำไมสัมมาสติถึงจัดอยู่ในหมวดของสมาธิครับ
 
chokprasert001
chokprasert001
วันที่  9 ธ.ค. 2562
หมายเลข  31356
อ่าน  172

เรื่องที่สงสัยขอแยกเป็นประเด็นข้อๆ ดังนี้เพื่อให้สะดวกแก่ผู้ตอบนะครับ

1 สัมมาสติทำไมไม่อยู่ในหมวดของปัญญา  อย่างเช่นการพิจารณาให้เห็น ความเสื่อมไป ของกาย เวทนา จิต ธรรม  ตรงนี้มันเป็นวิปัสสนาไม่ใช่หรือครับ

2 สัมมาสติ กับ สัมมาสมาธิ สัมพันธ์กันอย่างไรครับ

3 มรรค 8 จำเป็นต้องเรียงลำดับในการปฏิบัติหรือไม่ครับ

4 ตามความเข้าใจของผม ตราบใดที่มีสัมมาทิฐิเป็นประธาน แล้วการเพ่งฌาน เพ่งสมาธิ ก็เป็นสัมมาสมาธิ อย่าง การเพ่งกสินเพื่อให้เกิดความสงบ เมื่อความสงบคลายออกมาแล้วก็นำจิตที่ยังมีคุณภาพอยู่ในตอนนั้นมาพิจารณาธรรม อย่างนี้ถูกต้องหรือไม่ครับ 

5 จากข้อ 4 ที่สงสัยเพราะบางท่านบอกว่าพวกกสินบ้าง พวกเพ่งคำบริกรรมเช่น พุทโธ บ้าง เป็นสมาธิ ฤาษี  แต่ผมเข้าใจว่าคงไม่ใช่ ถ้าเรามีสัมมาทิฐิเป็นประธาน  คือเราทำสมาธิเพื่อเป็นฐานเจริญปัญญาต่อไป   ซึ่งพวกฤาษีเขาไม่มีตรงนี้ ภาวนาเพื่อหวังเป็นพรหมบ้าง เทวดาบ้างเป็นต้น ดังนี้ผมเข้าใจถูกต้องหรือไม่ครับ เคยอ่านธรรมบทผ่านตาเรื่องพระลูกชายนายช่างทองลูกศิษย์พระสารีบุตร 

     พระพุทธองค์ท่านทรงทราบอุปนิสัย จึงทรงเนรมิตดอกบัวสีแดงและให้ท่านบริกรรมโลหิกังๆ ๆ พลางเพ่งดอกบัวไปด้วย และต่อมาเมื่อเห็นว่าท่านสงบดีแล้ว พระพุทธองค์จึงทรงเนรมิตดอกบัวให้เหี่ยว ต่อมาท่านก็บรรลุธรรม ดังนี้เป็นต้น   ดังนี้ก็จัดเป็นกสินสีแดงนี่ครับ

     ปกติแล้วผมไม่ได้อ่านทฤษฎีลงรายละเอียดมากนัก แต่จะอ่านพอประมาณและปฏิบัติไปด้วย  เข้าใจแต่ว่า ศีล สมาธิ ปัญญา สงบแล้วพิจารณา หรือพิจารณาแล้วสงบ ให้ทำไปๆ จนสิ้นสงสัย เข้าใจแต่เพียงเท่านี้ แต่เมื่อเกิดข้อสงสัยขึ้นมา และเห็นว่าจะเป็นประโยชน์แก่ตน จึงอยากมาขอความรู้แก่พวกท่านทั้งหลาย 

สุดท้ายขอให้เจริญในธรรมทุกท่านนะครับ



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 10 ธ.ค. 2562

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง   ต้องได้ฟังได้ศึกษาด้วยความเคารพละเอียดรอบคอบและมีจุดประสงค์ที่ถูกต้อง   จึงจะมีความเข้าใจอย่างถูกต้องตรงตามความเป็นจริงได้    คิดธรรมเองไม่ได้ 

1. สัมมาสติทำไมไม่อยู่ในหมวดของปัญญา  อย่างเช่นการพิจารณาให้เห็น ความเสื่อมไป ของกาย เวทนา จิต ธรรม  ตรงนี้มันเป็นวิปัสสนาไม่ใช่หรือครับ

-ขณะที่สัมมาสติเกิด ระลึกตรงลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ  ขณะนั้น ไม่ได้ปราศจากปัญญาเลย  แต่สติ  ไม่ใช่ปัญญา  ปัญญาก็ไม่ใช่สติ  เป็นสภาพธรรมคนละประเภทกัน   สัมมาสติ เป็นฝักฝ่ายของความสงบจากกิเลส  ที่มีความเพียรชอบ และความตั้งมั่นชอบ ด้วย      แต่ถ้าไปทำ ไปจดจ้อง  ไม่ใช่ปัญญาเลยแม้แต่น้อย 

2. สัมมาสติ กับ สัมมาสมาธิ สัมพันธ์กันอย่างไรครับ

-สัมมาสติ กับ สัมมาสมาธิ  ในขณะที่เป็นองค์มรรค   ซึ่งในเบื้องต้นคือในขณะที่สติปัฏฐานเกิดขึ้นระลึกรู้ตรงลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ  ไม่ได้แยกจากกัน  เพราะเกิดพร้อมกัน  โดยที่สัมมาสติเป็นสภาพธรรมที่ระลึกชอบ คือ ระลึกตรงลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ   ส่วนสัมมาสมาธิ ก็ตั้งมั่นชอบในสิ่งที่สติระลึก นั่นเอง   และที่สำคัญ ต้องมีปัญญา (สัมมาทิฏฐิ)  เกิดขึ้นรู้สภาพธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนั้น ด้วย

3. มรรค 8 จำเป็นต้องเรียงลำดับในการปฏิบัติหรือไม่ครับ

ไม่ใช่เรื่องของความเป็นตัวตนที่จะปฏิบัติ  แต่ต้องมีความเข้าใจที่ถูกต้อง  เพราะเหตุว่า  ในอริยมรรคมีองค์ ๘ องค์ นั้น  สำคัญที่จะต้องมีความเห็นถูก คือ ปัญญาหรือสัมมาทิฏฐิ  เพราะเหตุว่า เมื่อมีความเข้าใจอย่างถูกต้องแล้ว ย่อมเป็นปัจจัยให้คิดถูก  วาจา ก็ถูก การกระทำทางกายก็ถูก  การงานก็ถูกต้อง เพียรก็ถูก  ระลึกก็ถูกคือระลึกตรงลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ และมีความตั้งมั่นที่ถูกต้อง   ทั้งหมดทั้งปวง ก็เพราะอาศัยความเห็นถูก เป็นสำคัญ   ในอริยมรรคมีองค์ ๘ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงแสดงสัมมาทิฏฐิความเห็นถูก ว่า เป็นธรรมที่เป็นอุปการะมากแก่มรรคองค์อื่นๆ ที่เหลือ

และสิ่งที่น่าพิจารณา คือ  การที่จะรู้แจ้งอริยสัจจธรรม ดับกิเลสได้ตามลำดับขั้นนั้น ต้องดำเนินตามหนทางที่ถูกต้อง คือ อริยมรรคมีองค์ ๘ เท่านั้น ซึ่งก็ต้องเริ่มตั้งแต่ในขั้นของการอบรมด้วยการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปตามลำดับ ในขณะที่สติปัฏฐานเกิดระลึกรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง ขณะนั้นมรรคมีองค์ ๕ กล่าวคือ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ เกิดขึ้นพร้อมกัน  และถ้ามีวิรตีเจตสิกหนึ่งเจตสิกใดเกิดด้วย ก็เป็นมรรคมีองค์ ๖ เป็นการอบรมมรรคอันเป็นโลกิยมรรค ยังไม่ถึงขั้นที่เป็นโลกุตตระ เพราะมรรคทั้ง ๘ องค์จะประชุมพร้อมกันในขณะที่มรรคจิต ผลจิตเกิดขึ้นเท่านั้น  ซึ่งถ้าไม่เดินทางตามที่ถูกต้องแล้ว ก็ย่อมไม่มีวันถึงขณะที่มรรคจิตและผลจิต จะเกิดได้เลย

แต่อย่างไรก็ตาม สำคัญที่การอบรมเหตุ คือ การฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้   เป็นรากฐานที่ถูกต้องและสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อความเจริญยิ่งขึ้นของปัญญาและนำไปสู่การรู้แจ้งอริยสัจจธรรมดับกิเลสตามลำดับขั้นได้ในที่สุด  

คำถามข้อ 4-5    
-ถ้าเป็นกิจของปัญญาแล้ว  จะไม่นำพาไปในทางที่ผิดโดยประการทั้งปวง  แต่ถ้ามีการไปทำ ไปลงมือปฏิบัติ  คิดเอาเอง  สำคัญว่าถูก   นั่น ไม่ใช่ปัญญาหรือสัมมาทิฏฐิเลย  แต่เป็นเรื่องของความไม่รู้  ความอยาก และความเห็นผิด   

ดังนั้น  ที่จะมีความเข้าใจอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นได้  ต้องได้เริ่มฟังคำจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้  ค่อยๆ ไตร่ตรองในเหตุในผล  สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปทีละเล็กทีละน้อย  ครับ

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
kullawat
วันที่ 12 ธ.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
วิริยะ
วันที่ 16 ธ.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ