สราคสูตร ... วันเสาร์ที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๒
 
มศพ.
วันที่  5 พ.ย. 2562
หมายเลข  31277
อ่าน  373

 

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส

พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ

•••..... ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย .....•••

... สนทนาธรรมที่ ... 

มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา (มศพ.)

พระสูตร ที่จะนำมาสนทนาที่มูลนิธิฯ

วันเสาร์ที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

คือ 

สราคสูตร

...จาก...

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต เล่ม ๓๕ - หน้าที่ ๒๑๕

สราคสูตร 
(ว่าด้วยบุคคล ๔ จำพวก)

[๖๖] ดูกร ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้มีปรากฏอยู่ในโลก บุคคล ๔ จำพวกคือใคร คือ

สราโค บุคคลมีราคะ

สโทโส บุคคลมีโทสะ

สโมโห บุคคลมีโมหะ

สมาโน บุคคลมีมานะ

ดูกร ภิกษุทั้งหลาย นี้แลบุคคล ๔ จำพวก มีปรากฏอยู่ในโลก


พระคาถา

บุคคล ผู้กำหนัดกล้าในอารมณ์ที่ชวนกำหนัดทั้งหลาย เพลิดเพลินยินดีในปิยรูป (สิ่งที่น่ารักใคร่) เป็นคนทราม ถูกโมหะผูกไว้แล้ว ยิ่งเพิ่มเครื่องผูกพันอื่นๆ ยิ่งขึ้น.

คนเขลาทำอกุศลกรรมที่เกิดเพราะราคะบ้าง เกิดเพราะโทสะบ้าง เกิดเพราะโมหะบ้าง อันเป็นกรรมมีความคับแค้น มีผลเป็นทุกข์ คนเขลาเหล่านั้นเป็นคนอันอวิชชาปิดบังแล้ว เป็นคนบอด คือ ไม่มีจักษุ (คือปัญญา) ธรรม ๓ (ราคะ โทสะ โมหะ) มีอยู่ อย่างใด เขาก็เป็นอยู่เหมือนอย่างนั้น ไม่รู้สึกตัวว่าเป็นอย่างนั้นเสียด้วย.

จบสราคสูตรที่  ๖

อรรถกถาสราคสูตร 

พึงทราบวินิจฉัยในสราคสูตรที่ ๖  ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า  โมหชํ วาปิ อวิทฺทสุ ความว่า คนเขลาคือมิใช่บัณฑิตทำอกุศลกรรมที่เกิดเพราะโมหะบ้าง. 

บทว่า สวิฆาตํ คือ เป็นไปกับทุกข์.

บทว่า ทุกฺขุทฺรยํ คือ เพิ่มทุกข์ให้ต่อไป. 

บทว่า อจกฺขุกา คือ เว้นจากปัญญาจักษุ. 

บทว่า ยถา ธมฺมา ตถา สนฺตา ความว่า ธรรมมีราคะเป็นต้น ตั้งอยู่อย่างใด คนเขลาเหล่านั้น ก็มีสภาพเป็นอย่างนั้น

บทว่า น ตสฺเสวนฺติ มญฺญเร ความว่า เขาย่อมไม่สำคัญ ย่อมไม่รู้สึกว่า เราเป็นอย่างนั้น มีสภาพอย่างนั้นเสียด้วย. ทั้งในพระสูตรนี้ ทั้งในพระคาถา ตรัสวัฏฏะอย่างเดียว.

จบอรรถกถาสราคสูตรที่ ๖


  ความคิดเห็น 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 5 พ.ย. 2562

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ข้อความโดยสรุป

สราคสูตร
(ว่าด้วยบุคคล ๔ จำพวก)

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงว่า บุคคล ๔ จำพวก มีปรากฏอยู่ในโลก  คือ บุคคลผู้มีราคะ บุคคลผู้มีโทสะ บุคคลผู้มีโมหะ และ บุคคลผู้มีมานะ 

(ตามที่ปรากฏในพระสูตร)

ขอเชิญศึกษาเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อด้านล่างนี้ครับ

ราคะ กับ โลภะ ต่างกันอย่างไร

โกรธ ดีไหม? ไม่ดี แต่ยังไม่รู้ว่า ความโกรธ เป็นธรรม ไม่ใช่เรา

ทำอย่างไรจึงจะไม่ให้มีโทสะ

รู้ว่าโทสะมีลักษณะอย่างไร

อวิชชาคืออะไร

โทษของความไม่รู้

มานะกับผ้าเช็ดธุลี ๑

มานะกับผ้าเช็ดธุลี ๒

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็น 2  
 
papon
papon
วันที่ 6 พ.ย. 2562

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็น 3  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 9 พ.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็น 4  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 3 ส.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ