สาวัชชสูตร ... วันเสาร์ที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๒
 
มศพ.
วันที่  2 ธ.ค. 2562
หมายเลข  31342
อ่าน  211

  

 

นโม  ตสฺส  ภควโต  อรหโต  สมฺมาสมฺพุทธสฺส
นโม  ตสฺส  ภควโต  อรหโต  สมฺมาสมฺพุทธสฺส
นโม  ตสฺส  ภควโต  อรหโต  สมฺมาสมฺพุทธสฺส

พุทฺธํ  สรณํ   คจฺฉามิ
ธมฺมํ  สรณํ   คจฺฉามิ
สงฺฆํ สรณํ    คจฺฉามิ

•••..... ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย .....•••
 

 ... สนทนาธรรมที่ ... 

มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา  (มศพ.)

พระสูตร ที่จะนำมาสนทนาที่มูลนิธิฯ

วันเสาร์ที่  ๗ ธันวาคม ๒๕๖๒

คือ 

สาวัชชสูตร

...จาก...

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ - หน้าที่ ๓๕๒


พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ - หน้าที่ ๓๕๒

๕.  สาวัชชสูตร
(ว่าด้วยบุคคล  ๔  จำพวก  มีบุคคลผู้มีโทษ เป็นต้น)


[๑๓๕]    ดูกร ภิกษุทั้งหลาย  บุคคล  ๔  จำพวกนี้มีปรากฏอยู่ในโลก
๔   จำพวก   เป็นไฉน  คือ         
      
สาวชฺโช
                     บุคคลมีโทษ
วชฺชพหุโล                   บุคคลมีโทษมาก              
อปฺปวชฺโช                   บุคคลมีโทษน้อย             
อนวชฺโช
                      บุคคลไม่มีโทษ      

บุคคลมีโทษ  เป็นอย่างไร ? บุคคลบางคนในโลกนี้ ประกอบด้วยกายกรรมอันมีโทษ วจีกรรมอันมีโทษ   มโนกรรมอันมีโทษ    อย่างนี้แล บุคคลมีโทษ     

บุคคลมีโทษมากเป็นอย่างไร ?      บุคคลบางคนในโลกนี้    ประกอบด้วยกายกรรม วจีกรรม  มโนกรรม     อันมีโทษ เป็นส่วนมาก   ที่ไม่มีโทษ  เป็นส่วนน้อย   อย่างนี้แล  บุคคลมีโทษมาก       

บุคคลมีโทษน้อย  เป็นอย่างไร  ?    บุคคลบางคนในโลกนี้   ประกอบด้วยกายกรรม   วจีกรรม   มโนกรรม   อันไม่มีโทษ เป็นส่วนมาก     ที่มีโทษ เป็นส่วนน้อย    อย่างนี้แล   บุคคลมีโทษน้อย       

บุคคลไม่มีโทษ เป็นอย่างไร  ?      บุคคลบางคนในโลกนี้   ประกอบด้วยกายกรรมอันไม่มีโทษ วจีกรรมอันไม่มีโทษ   มโนกรรมอันไม่มีโทษ   อย่างนี้แล บุคคลไม่มีโทษ.       

ดูกร ภิกษุทั้งหลาย   นี้แลบุคคล  ๔ จำพวก  มีปรากฏอยู่ในโลก.

จบสาวัชชสูตรที่  ๕

 



อรรถกถาสาวัชชสูตร

พึงทราบวินิจฉัยในสาวัชชสูตรที่  ๕  ดังต่อไปนี้ :-          

คนจำพวกที่หนึ่ง   ได้แก่  ปุถุชนคนโง่เขลา

จำพวกที่สอง  ได้แก่  โลกิยปุถุชนผู้บำเพ็ญกุศลในระหว่าง ๆ

จำพวกที่สาม  ได้แก่ พระโสดาบัน ถึงพระสกทาคามี   และอนาคามี 
ก็รวมกับคนจำพวกที่สามนั้นเหมือนกัน     

จำพวกที่สี่  ได้แก่    พระขีณาสพจริงอยู่  พระขีณาสพนั้น  หาโทษมิได้โดยส่วนเดียว.

จบอรรถกถาสาวัชชสูตรที่ ๕



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 2 ธ.ค. 2562

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
สาวัชชสูตร*
(ว่าด้วยบุคคล  ๔  จำพวก  มีบุคคลผู้มีโทษ เป็นต้น)
      


พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงบุคคล ๔ จำพวก ที่มีปรากฏอยู่ในโลก คือ    

๑.   บุคคลผู้มีโทษ (บุคคลผู้มีกาย วาจา ใจ  เป็นโทษโดยส่วนเดียว   ได้แก่  ปุถุชนผู้โง่เขลา)    


๒.  บุคคลผู้มีโทษมาก (บุคคลผู้มีกาย  วาจา  ใจ ส่วนที่เป็นโทษมีมาก     ที่ไม่เป็นโทษ  มีน้อย  ได้แก่  ปุถุชน ผู้ได้กระทำบุญบ้าง  แทรกสลับกับอกุศล)    

๓.  บุคคลผู้มีโทษน้อย   (ผู้มีกาย  วาจา  ใจ ส่วนที่เป็นโทษมีน้อย     ที่ไม่เป็นโทษมีมาก    ได้แก่   พระโสดาบัน  ถึง พระอนาคามี)     

๔.  บุคคลผู้ไม่มีโทษ  (ได้แก่ พระอรหันต์ ซึ่งมีกาย  วาจา  ใจ  ไม่เป็นโทษเลย).   

ขอเชิญศึกษาเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อด้านล่างนี้ครับ

ปุถุชน 
อะไรที่คนชั่วทำไม่ได้
ความเป็นปุถุชนและปัญญาขั้นการฟัง
ความหมายของ กุศล และ อกุศล
กุศลธรรม [ถอดเทปสนทนาธรรมรายการบ้านธัมมะ]
เป็นกุศลหรืออกุศล
พระอริยบุคคลมี ๔ ขั้น
ความหมายของขีณาสพ [อรรถกถา มูลปริยายสูตร]  


*หมายเหตุ   คำว่า  สาวัชชะ  หมายถึง  มีโทษ  หรือ  เป็นไปกับด้วยโทษ.                            

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
papon
papon
วันที่ 3 ธ.ค. 2562

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
tanrat
tanrat
วันที่ 6 ธ.ค. 2562

ปุถุชน คือผู้ที่หนาแน่นไปด้วยกิเลส เป็นผู้มีโทษ ไม่สมำ่เสมอ บางขณะมีเหตุปัจจัย ก็เป็นกุศลบ้าง อกุศลบ้างจึงควรอบรมฟังพระธรรมบ่อยๆเนืองๆ ขณะนั้นก็พิจรณาบ่อยๆเนืองๆ ขณะที่มีการฟังธรรมจึงประเสริฐสุด กราบอนุโมทนาในกุศลจิต ที่ยกพระสูตรนี้มาสนทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
Tathata
Tathata
วันที่ 7 ธ.ค. 2562

อนุโมทนา

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ