ถึงเวลาแล้วที่ชาวพุทธจะรับฟังสิ่งที่ถูกต้อง
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  6 ก.ย. 2562
หมายเลข  31152
อ่าน  713

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น



ประมวลสาระสำคัญจากการสนทนาพิเศษ
เรื่อง
"พระพุทธศาสนา กับ สังคมไทย [ตอนที่ ๑]"
ที่บ้านคุณทักษพล-คุณจริยา เจียมวิจิตร
วันศุกร์ที่ ๖  กันยายน  ๒๕๖๒





(ทีมงานอาสาสมัครบันทึกวีดีโอการสนทนาพิเศษในวันนี้)



~ต้องมีคนหลายคนรวมกันจึงจะเป็นสังคม   แม้จะเป็นเพียงหนึ่งคนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงมีพระมหากรุณาแสดงประโยชน์ให้แม้แก่คนเดียว  แต่เมื่อหลายๆ คนรวมกันเข้า  สิ่งที่พระองค์ทรงแสดงให้แต่ละหนึ่งคนเป็นผู้ที่มีความเข้าใจ ว่า อะไรถูก อะไรผิด อะไรดี อะไรชั่ว ก็จะทำให้คนแต่ละหนึ่งคนเมื่อเป็นคนดีแล้วสังคมก็ต้องดี 

~ถ้าแต่ละคน  ไม่มีความเข้าใจความจริงเลย  จะอยู่กันอย่างไร  ก็อยู่กันอย่างไม่รู้

~สำนักปฏิบัติ  ง่ายไหม? ไม่ได้มีความเข้าใจในคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงตั้งแต่ทรงตรัสรู้จนถึงกาลที่พระองค์ได้เสด็จดับขันธปรินิพพาน  แต่คำสอนทั้งหมดตลอด ๔๕ พรรษา ใครสนใจที่จะศึกษาด้วยความเคารพอย่างยิ่งในความเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า?

~ผู้ที่ศึกษาพระธรรมด้วยความเคารพเท่านั้น ที่จะเห็นถึงคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในทุกคำที่พระองค์ได้ตรัสไว้ดีแล้ว   ซึ่งต้องศึกษาอย่างละเอียดมาก ด้วยความเคารพ  เพราะใครจะมีปัญญาที่จะสามารถเข้าใจคำที่พระองค์ตรัส โดยไม่ศึกษาอย่างละเอียด?

~ถ้าเป็นภิกษุผู้ที่เข้าใจพระธรรม  ก็จะเป็นผู้ที่ประพฤติปฏิบัติขัดเกลากิเลสตามพระวินัยบัญญัติ  กำกับไว้ชัดมาก

~ต้องไม่ลืมว่า จะรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เมื่อเข้าใจธรรม  ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา  พระองค์ตรัสไว้   ถ้าไม่เห็นธรรม จะเห็นความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้อย่างไร  

 

~ถ้าเข้าใจพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีหรือไม่มีพระพุทธรูป ระลึกถึงพระคุณของพระองค์ได้ไหม  ถ้าเข้าใจพระธรรมแล้วระลึกถึงพระคุณ เท่านั้น   ไม่ใช่ใครก็ตามไม่เข้าใจธรรมเลยแล้วก็มีพระพุทธรูป ไหว้อะไร?  ไหว้รูป

 

~บางทีเราไม่เห็นรูปของพ่อแม่  แต่เราก็คิดถึงพระคุณของท่านได้ ใช่ไหม?  แต่เมื่อเห็นรูปคุณพ่อคุณแม่ขณะใด ขณะนั้นก็เตือนให้ระลึกถึงคุณความดี  เพราะว่าเวลาที่เราไม่เห็น มีมากกว่าเวลาที่เห็น  

~ต้องเป็นผู้มีความจริงใจ คือ สัจจบารมี,   สิ่งที่มีจริง ไม่ว่าจะเป็นกุศลหรืออกุศล ก็มีจริง   เพราะฉะนั้น   ผู้ที่รู้ความจริง   ก็เปลี่ยนไม่ได้  ผิด ก็คือ ผิด ถูกก็คือถูก   แล้วจะแก้ไขหรือเปล่า   เพราะว่าบางคนทั้งๆ ที่รู้ว่าสิ่งนั้นผิด   ก็ไม่แก้   แต่ถ้ามีความเข้าใจในพระธรรมวินัยจริงๆ เห็นคุณของพระรัตนตรัยความเคารพอย่างยิ่ง   จะแก้ไหม?  เมื่อรู้ว่าผิด  ก็ต้องแก้   เพราะฉะนั้น  สัจจบารมี ถ้าไม่มี    คนนั้นไม่มีทางที่จะงอกเงยในทางธรรมที่จะเข้าใจถูกต้องได้  เพราะเป็นคนที่ไม่ตรง  ไม่สามารถจะละทิ้งสิ่งที่ผิดได้

~ที่ชาวบ้านไม่เข้าใจในพระธรรมวินัย ทำในสิ่งที่ผิด  เพราะเหตุว่า  พระภิกษุซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากชาวบ้าน  ไม่ว่าในเรื่องของอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ไม่ได้ทำสิ่งตอบแทน หมายความว่า ไม่ได้กระทำสิ่งที่จะอนุเคราะห์แก่ชาวบ้านเลย  คือ  ไม่ได้สอนให้เขาเข้าใจ  แต่ว่าให้เขาทำอย่างอื่นที่ผิด  ถ้าชาวบ้านมีความรู้มีความเข้าใจธรรม  จะทำผิดอย่างนี้หรือ   เพราะฉะนั้น   ใครเป็นเหตุให้ชาวบ้านทำสิ่งที่ผิด  เพราะพระภิกษุไม่ได้ให้สิ่งที่ถูกแก่ชาวบ้าน

~ปัญหาสังคม  ไม่ใช่ว่าพึ่งจะมีในวันนี้   แต่มีทุกวัน  นานมาแล้วด้วย  ในสมัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังไม่เสด็จดับขันธปรินิพพาน มีคนมีทุกข์ไปเฝ้าหรือเปล่า?  มี,   พระองค์ทรงแสดงความจริงของสิ่งที่กำลังมีเดี๋ยวนี้ให้เขาเข้าใจถูกต้อง  

~ใจเหมือนกันทุกคนหรือเปล่า  ทุกคนมีใจเดียวกันหรือเปล่า  คนดื้อ คนว่ายาก กับ คนว่าง่ายเหมือนกันหรือเปล่า   แล้วจะให้คนว่ายาก มา(เป็นคน)ว่าง่ายได้ไหม  ก็ต้องค่อยๆสะสมด้วยความเป็นผู้ที่ตรง และสิ่งใดถูกก็ต้องถูก   พร้อมที่จะละสิ่งที่ผิด พร้อมที่จะแก้ไข   รู้ว่าแก้ยาก  แต่ก็ควรที่จะเริ่ม 

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมทุกประการ ทุกอย่างโดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้น   คำของพระองค์  ตอบปัญหาทุกปัญหา และทุกกาลสมัยด้วย

~จะบวชทำไม ในเมื่อทำหน้าที่ของคฤหัสถ์ทุกอย่าง เช่น การให้ความรู้ต่างๆที่จะสงเคราะห์ในด้านอาชีพต่างๆ ซึ่งนั่นไม่ใช่หน้าที่ของพระภิกษุเลย   เพราะพระภิกษุที่บวชแล้ว   จะไม่เป็นคฤหัสถ์อีกต่อไป

~ไม่ว่าในสมัยใด ภิกษุในพระธรรมวินัย เปลี่ยนไม่ได้  ต้องเป็นภิกษุในพระธรรมวินัย คือ ไม่ทำหน้าที่ของคฤหัสถ์ เพราะฉะนั้นพระภิกษุมีการสงเคราะห์คฤหัสถ์อย่างใหญ่หลวงมากยิ่งกว่าการที่จะให้อาชีพใดๆ ทั้งสิ้น (ด้วยการแสดงพระธรรมให้คฤหัสถ์ได้เข้าใจถูกเห็นถูก) เพราะว่าอาชีพไม่มีที่สิ้นสุด  วิชาการก็ไม่มีที่สิ้นสุด เขาก็ศึกษากัน เป็นครูบาอาจารย์  มีสิ่งต่างๆ มากมายแต่ไม่เข้าใจธรรม  เพราะฉะนั้น ถ้าพระภิกษุ มัวมุ่งที่จะสงเคราะห์อย่างที่คฤหัสถ์เขาทำกัน  จะมีเวลาที่ไหนศึกษาพระธรรมและขัดเกลากิเลสด้วย

~เพื่อจะไม่เป็นการผิดพระธรรมวินัย  พระภิกษุ ก็ลาสิกขาได้ แล้วก็มาทำกิจของคฤหัสถ์  ไม่ผิดเลย  และไม่ทำลายพระพุทธศาสนาด้วย

~แม้ว่าจะมีทรัพย์สินเงินทองไม่ขาดอะไรเลยทั้งสิ้น  ก็ไม่ฟังพระธรรม (ก็มี) ไม่ใช่ว่าพอมีเงินมีทองมากมายแล้วก็มาฟังพระธรรม  ก็ไม่ใช่อย่างนั้น  เพราะฉะนั้น  ก็ต้องรู้จริงๆอย่างละเอียดว่า  อะไรมีค่ากว่ากัน? ทรัพย์สมบัติเงินทอง หรือว่า ความเข้าใจถูกต้องในธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญพระบารมีนานมากกว่าจะทรงตรัสรู้และเมื่อทรงตรัสรู้แล้วเห็นว่าลึกซึ้งมาก  แต่ก็ทรงเห็นว่าคนที่เข้าใจได้ มี เพราะฉะนั้น  พระองค์ก็ทรงอนุเคราะห์ชาวโลกด้วยการทรงแสดงความจริงที่ได้ทรงตรัสรู้ คนอื่นรู้ไม่ได้ ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรม  แล้วถ้าไม่ฟังธรรมไม่ศึกษาธรรม พระศาสนาก็ดำรงอยู่ไม่ได้   เพราะฉะนั้น  พระภิกษุ ไม่มีหน้าที่อย่างคฤหัสถ์(ที่จะไปช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ) เพราะนั่นเป็นหน้าที่ของรัฐบาล เป็นหน้าที่ของประชาชนคนดีที่จะช่วยเหลือกันและกัน   แต่ก็จะต้องเป็นผู้ที่มีจิตใจดี  และจิตใจดีงามจะเพิ่มขึ้นได้  มีมากขึ้นได้   ก็ต่อเมื่อได้เข้าใจพระธรรม

~ยิ่งมีภัยพิบัติต่างๆก็น่าจะคิดว่า  อะไรเป็นเหตุ  เพราะฉะนั้น  ถ้าเขารู้ว่าอะไรเป็นเหตุ  เขาก็แก้เหตุได้   คิดที่จะรู้เหตุ   เพื่อจะได้ไม่ทำเหตุที่ทำให้ต้องเดือดร้อน   (เพราะเหตุที่ทำให้เดือดร้อน คือ อกุศลกรรม) 

~ให้อะไรประเสริฐกว่าการให้ทรัพย์สิ่งของ  ทรัพย์สิ่งของ  ก็ยังหมด  แต่ความเข้าใจธรรม  มีแต่เพิ่มพูนขึ้น  คนอื่นก็ให้ไม่ได้  ถ้าไม่ได้ศึกษาพระธรรม 

~ถ้าทุกคนมีความจริงใจ เป็นคนตรง  ก็สามารถที่จะเริ่มพิจารณาถึงความถูกต้อง  และเมื่อรู้ว่าอะไรถูก  ย่อมทำสิ่งที่ถูกต้อง  แต่ที่ผิดอยู่ทุกวันนี้  ก็เพราะเหตุว่า พูดคำว่า พระภิกษุ  แต่พระภิกษุ ก็ไม่ได้เป็นพระภิกษุในพระธรรมวินัย   เพราะฉะนั้น  ใคร ที่จะดำรงพระพุทธศาสนาได้  ก็ต้องพุทธบริษัททั้งพระภิกษุและคฤหัสถ์ที่มีความเข้าใจที่ถูกต้องในพระธรรมวินัย  

~เพราะไม่รู้   จึงทำในสิ่งที่ผิดๆมาโดยตลอด  เพราะฉะนั้น  ถ้าจะถูก 
ก็คือ  เริ่มเห็นคุณของพระรัตนตรัย   ทุกคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ตรัสไว้   ไม่ล่วงละเมิด  ไม่เปลี่ยนแปลง  ไม่แก้ไข


~ภิกษุ ต้องไม่รับและไม่ยินดีในเงินและทอง  และพระภิกษุต้องเข้าใจพระธรรมวินัย   มิฉะนั้น   ไม่ใช่พระภิกษุ  แล้วจะบวชทำไม  ถ้าไม่ศึกษาธรรม

~ต้องตรงต่อพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ทุกคำ  ไม่มีใครเป็นศาสดานอกจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า   เพราะฉะนั้น  ใครก็ตามที่กล่าวคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรงตามที่ได้ทรงแสดงไว้  คนนั้นก็ดำรงรักษาพระพุทธศาสนา  แต่ถ้าไม่พูดตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว  ก็ไม่ใช่ชาวพุทธแล้ว  เขานับถือใคร

~ถึงเวลาที่ชาวพุทธจะศึกษา รับฟังสิ่งที่ถูกต้องที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้วทั้งสามปิฎก  ใครกล่าวตามนั้น ก็คือว่า ไม่ผิด ถ้าเป็นคำที่ถูกต้อง ทำให้เข้าใจได้ อะไรเป็นโทษ อะไรเป็นประโยชน์  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้เพื่อทรงอนุเคราะห์สัตว์โลกให้ได้เข้าใจธรรม ด้วยคำของพระองค์    ไปสำนักปฏิบัติไม่ได้เข้าใจคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลย   แล้วก็มีสำนักปฏิบัติทั่วโลก  บางคนก็คิดว่าพระพุทธศาสนาคือสำนักปฏิบัติ

~ใครก็ตาม อยู่ที่ไหนก็ตามที่เห็นคุณของความเข้าใจถูกต้องความรู้ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนแล้วก็เกิดมีแล้วก็เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด  จะไม่ดำรงรักษาสิ่งนั้นหรือ  นี่คือพุทธบริษัท  เพราะฉะนั้น  ไม่มีใครสามารถที่จะทำลายพระพุทธศาสนาได้  นอกจากพุทธบริษัทที่ไม่เข้าใจธรรม

~เราจะไปให้ใครสนใจธรรม ไม่ใช่วิสัย  เพราะฉะนั้น  ที่พุทธบริษัทพยายามดำรงพระธรรมคำสอน  ก็โดยการศึกษาให้เข้าใจถูกต้อง  ด้วยความเคารพแล้วก็เมื่อมีความเข้าใจแล้ว  ก็ทำทุกทางที่จะให้คนอื่นได้มีโอกาสได้เข้าใจธรรมด้วย  เหมือนอย่างที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงทำเป็นตัวอย่าง  เพราะฉะนั้น  เราก็จะไม่เพิกเฉย  แต่จะทำทุกทาง  เพราะฉะนั้น  อยู่ที่ว่าพุทธบริษัทเข้าใจความเป็นพุทธบริษัทหรือเปล่า  หน้าที่ของพุทธบริษัทคืออะไร  นอกจากเรียนเข้าใจธรรมแล้ว   ยังมีหน้าที่ดูแลพุทธบริษัทด้วยกันด้วย

~ต้องไม่ลืมสัจบารมี เป็นคนที่ตรง   เพราะอนาคตยังอีกยาวไกลมาก เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีความเข้าใจว่าอะไรถูกอะไรผิด  ไม่มีทางที่จะเป็นชาวพุทธได้  แล้วการที่จะรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด  ต่างคนต่างคิดไม่ได้  ต้องตามพระธรรมวินัย

 



...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง

และ อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่าน ครับ...



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
Nataya
วันที่ 6 ก.ย. 2562

 

        กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
มกร
มกร
วันที่ 6 ก.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
Thanapolb
Thanapolb
วันที่ 6 ก.ย. 2562

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์​ที่เคารพยิ่ง
และ อนุโมทนาในกุศลจิตของอาจารย์คำปั่น​และผู้ร่วมสนทนาทุกท่าน ครับ..

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
Nattaya40
Nattaya40
วันที่ 6 ก.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
meenalovechoompoo
meenalovechoompoo
วันที่ 7 ก.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
Dechachot
วันที่ 8 ก.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
Khemsai
Khemsai
วันที่ 8 ก.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 10 ก.ย. 2562

  ...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่งในการสืบทอดพระพุทธศาสนา ด้วยการให้เข้าใจความจริงของสิ่งที่มีจริงที่กำลังปรากฏ ตรงตามความเป็นจริง ค่ะ

และ กราบอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่าน ค่ะ...

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ