ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๑๘
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  25 ส.ค. 2562
หมายเลข  31128
อ่าน  612

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม)   ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง  รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน    เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง  แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง  ดังนี้


ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๑๘



~ธรรม ไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหนเลยทั้งสิ้น เดี๋ยวนี้เอง ทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังปรากฏ มีจริงๆ  ในขณะนี้  เป็นธรรมทั้งหมด แต่ไม่รู้

~แม้แต่คำว่า พุทธะ ชาวพุทธไม่ได้เข้าใจถึงความเป็นจริง ว่า พุทธะ ไม่ใช่ชาวบ้านอย่างธรรมดาหรือไม่ใช่มิตรสหายที่เราพูดกัน หรือว่าไม่ใช่ตำรับตำราที่ใครก็เขียนขึ้นมาได้ แล้วก็คิดว่าได้เข้าใจแล้ว แต่ พุทธะ เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า คำนี้รู้สึกว่าคนจะไม่ค่อยสนใจ แต่สนใจครูบาอาจารย์หรือว่าสนใจใครก็ตามแต่ที่คิดว่าเป็นผู้ที่รู้

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงรู้ว่าแต่ละคนกว่าที่จะได้ฟังธรรมแล้วเข้าใจ ก็จะมีความเห็นผิดต่างๆมาก   เพราะฉะนั้น   กิจที่ควรทำก่อน คือ  ฟังธรรมให้เข้าใจ

~พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง  เพื่อให้เกิดความเข้าใจถูกความเห็นถูก  แสดงว่า ก่อนฟัง เราไม่เคยรู้ความจริง ไม่เข้าใจอะไรถูกเลย  ไม่ว่าสิ่งนั้นกำลังอยู่ต่อหน้า  ก็ไม่สามารถที่จะเข้าใจได้

~ฟังธรรม ประโยชน์มีมาก เริ่มตั้งแต่ว่า  รู้ไหมว่า  ขณะนี้  กำลังบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฟังคำของพระองค์   ไม่ใช่คำของคนอื่นเลย

~เข้าใจว่าไม่ใช่เรา  ถูกหรือผิด?  ถูก    ไม่ใช่เราแล้วเป็นอะไรแล้ว? เป็นธรรม    อะไรที่รู้ว่าธรรม ไม่ใช่เรา?  ปัญญา  ถ้าไม่มีปัญญาจะเข้าใจเดี๋ยวนี้ไหม  ก็ไม่ได้   เพราะฉะนั้น ปัญญาสามารถเข้าใจถูกเห็นถูก  เพราะว่า เป็นสภาพธรรมที่สามารถเห็นถูกต้องตรงตามความเป็นจริง  เพราะฉะนั้น  ถ้าไม่อาศัยคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อไหร่จะรู้ว่าเดี๋ยวนี้ไม่ใช่เรา

~ทุกคนก็สะสมความไม่รู้และความติดข้องในทุกอย่างที่ปรากฏเพราะไม่รู้ความจริง เป็นอย่างนี้ชาติแล้วชาติเล่า   แล้วสิ่งที่พอใจก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ หยุดยั้งไม่ได้ว่าได้สิ่งนี้แล้วพอ ไม่ต้องการอะไรอีกต่อไป   แต่ไม่เป็นเช่นนั้นเลย   เพราะฉะนั้น   ความพอใจมากมายมหาศาลแล้วก็ไม่หยุดด้วย  เป็นอย่างนี้และต้องเป็นอย่างนี้   เพราะไม่รู้     เป็นทุกข์ไหม?

~ลองคิดดูได้อะไรมา   ได้สิ่งที่ว่างเปล่าไม่เหลือเลย   แต่เพราะไม่รู้  จึงคิดว่าสิ่งนั้นจะมีอยู่ ยังคงอยู่   จึงแสวงหาร่ำไปเรื่อยไปไม่จบ   ปัญญาเห็นภัยหรือยัง   ต้องเป็นปัญญาเท่านั้นที่เริ่มเห็นภัยว่ามัวแต่อยากได้สุขอยู่นั่นแหละแสวงหาอยู่นั่นแหละ  แต่ว่าสุขนั้นก็หมด  ไม่ใช่ว่าไม่หมด หมดจริงๆ คือ ทันทีที่เกิดก็ดับเลย    แต่ก็หลงชอบเพราะคิดว่ายังอยู่

~ต้องรู้ตามความเป็นจริงว่าสิ่งใดๆก็ตามที่เข้าใจว่ามีและเที่ยงและเป็นของเรา  สิ่งนั้น  หามีไม่  เพราะถ้าสิ่งนั้นไม่เกิด  เราก็ไม่มี  อะไรๆก็ไม่มีทั้งนั้น  เพราะฉะนั้น  พอใจในสิ่งที่เกิดดับเพราะไม่รู้   ต่อเมื่อใดประจักษ์การเกิดและการดับ   เมื่อนั้นจึงเห็นภัย  ซึ่งต้องเป็นปัญญาที่รู้จริงๆมั่นคงขึ้นๆ  กว่าจะละความเป็นเราได้   เพราะว่าความเป็นเราลึกมากแล้วก็ทับถมอยู่ทุกวัน   เพราะฉะนั้น   ก็ต้องเป็นผู้ที่อดทนที่จะรู้ว่า  เหตุใดพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงพ้นจากกิเลส   เพราะปัญญาที่รู้ความจริง  ถ้าใครจะไปประจักษ์แจ้งธรรมรู้ความจริงโดยไม่ใช่ปัญญาเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้   เพราะฉะนั้น   สำนักปฏิบัติไม่ได้ทำให้คนที่ไปเกิดปัญญาอะไรเลยทั้งสิ้น   เพราะฉะนั้น   ไม่ใช่คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ความจริงถึงที่สุดแล้วใครจะเปลี่ยนได้  เพราะฉะนั้น  ใครที่เปลี่ยน  บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือเปล่า

~
เรื่องของอกุศลธรรมทั้งหมด ผู้ที่เห็นโทษจึงจะงดเว้น แต่ผู้ที่ไม่เห็นโทษ ไม่เห็นจริงๆว่าเป็นโทษ แต่ว่าความจริงแล้ว อกุศลธรรมทั้งหลายนั้น   ย่อมให้ผลตามควรแก่สภาพของอกุศลธรรม

~
พระธรรมเทศนาทั้งหมดของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อเตือนให้รู้จักตนเอง เพื่อความไม่ประมาท เพื่อความสลด(ปัญญา ที่เห็นถูก เป็นไปพร้อมกับความละอาย และความเกรงกลัวต่ออกุศล) เพื่อการที่จะได้เจริญกุศลธรรมมากขึ้น ยิ่งขึ้น ไม่ใช่ว่าเป็นการไร้สาระ หรือว่าไม่มีประโยชน์ที่จะกล่าวถึงความจริง แต่ว่าเพื่อจะให้ทุกคนได้ตระหนักชัดถึงความจริง

~
ในชีวิตประจำวัน ถ้าเป็นผู้มีเมตตาแล้ว ก็จะทำให้กุศลจิตอีกหลายประการเกิดได้   แต่ข้อสำคัญต้องเป็นผู้ตรงจริง ๆ เมตตาจึงเป็นธรรมเครื่องอยู่ของผู้ประเสริฐ ถึงแม้ว่าจะมีใครกล่าวร้าย ว่าร้าย หรือว่ามีกิริยาอาการที่ไม่เหมาะสมประการใดก็ตาม บุคคลผู้นั้นก็ไม่หวั่นไหว

~
เมตตาเกิดเมื่อไหร่ ขณะนั้นจะเป็นการพร้อมที่จะช่วยบุคคลอื่น มีความหวังดี   ไม่ว่าจะเห็น   ก็มีความเป็นเพื่อน หรือไม่ว่าจะคิดถึงก็คิดถึงในทางที่จะเป็นประโยชน์แก่บุคคลนั้น

~การให้อภัย ก็ทำให้บุคคลอื่นมีความสุข เขาไม่ต้องเดือดร้อนเพราะความโกรธของเราหรือเพราะความคิดเบียดเบียนของเรา

~คนที่หวังดี  เป็นมิตรแท้  ไม่ใช่คนประจบประแจงป้อยอให้เขาทำชั่วต่อไป แต่ต้องเป็นคนที่หวังดีจริงๆ รู้ว่าสิ่งใดเป็นโทษ  ก็กล่าวให้รู้ว่าสิ่งนั้นเป็นโทษ และควรที่จะประพฤติในสิ่งที่ถูกต้อง  คนนั้นแหละเป็นเพื่อนที่แท้จริง เป็นผู้ที่หวังดีจริงๆ   แต่ไม่ใช่ยอมให้ประพฤติผิดพระวินัยต่อไป 

~อกุศลแม้เล็กน้อย ก็เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ  แต่ที่ไม่เห็นความน่ารังเกียจ ก็เพราะความไม่รู้

~โกรธใครเมื่อไหร่   ไม่เมตตา     หวังดีต่อใครเมื่อไหร่  เมตตา

~ถ้าเคารพอย่างอื่น มีอย่างอื่นเป็นที่พึ่ง ก็ไม่มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง

~เราอยู่ในห้วงของอกุศลหรือจมอยู่ในอกุศลธรรมมากแค่ไหน?
ถ้าเป็นผู้ที่เข้าใจเรื่องกรรมและผลของกรรม จะไม่รีรอการทำกุศลทุกประการทุกขณะด้วย ทำให้เราเจริญทางฝ่ายกุศลยิ่งขึ้น

~ปัญญา ความเข้าใจถูกเห็นถูก กล้าที่จะรู้ว่าสิ่งใดถูก สิ่งใดผิด ปัญญากล้าที่จะไม่ทำสิ่งที่ผิด


~มีหลายคนไม่กล้าที่จะพูดความจริงกลัวว่าคนอื่นผิด  แต่ถ้าเขาผิดแล้วจะพูดว่าอย่างไร เขาถูกหรือ พูดไม่ได้ใช่ไหม?   เพราะฉะนั้น การที่เราจะบอกว่าใครผิด ถ้าเราหวังร้ายเราก็ทับถมว่าเขา (ซึ่งไม่ถูกต้อง)  แต่ถ้าเราหวังดี  ให้เขารู้ว่าเขาผิด ดีไหม?  เพราะว่าถ้าเขาไม่รู้ว่าเขาผิด ไม่มีทางที่จะแก้ไขอะไรเลยทั้งสิ้น  ถ้าเข้าใจธรรมผิดแล้วก็ไม่ให้เขารู้ว่านั่นผิดเขาจะแก้ไหม?  ถ้าไม่ให้เขาเข้าใจถูก  หวังดีต่อเขาหรือเปล่า เพราะฉะนั้นการที่หวังดีจริงๆ ต้องหวังดีในทางที่ถูกต้อง  ให้เขามีความเข้าใจที่ถูก.

 

ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๑๗

 


...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...  



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
มกร
มกร
วันที่ 25 ส.ค. 2562

กิจที่ควรทำก่อน คือฟังธรรมให้เข้าใจ

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 25 ส.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
Nattaya40
Nattaya40
วันที่ 25 ส.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
สิริพรรณ
วันที่ 26 ส.ค. 2562

ผู้แสดงพระธรรมด้วยความหวังดีต่อผู้อื่น มีความเมตตาอย่างสูงด้วยความเป็นผู้ถึงในพระคุณพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงแสดงโดยลึกซึ้งยิ่งแล้ว

พูดอย่างใด ทำอย่างนั้นเท่านั้น ย่อมงดงามโดยอำนาจสัมมาปฏิบัติ

กราบแทบเท้าบูชาพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์ ด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
panasda
วันที่ 26 ส.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
jaturong
วันที่ 27 ส.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 29 ส.ค. 2562

...ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ...

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
talaykwang
talaykwang
วันที่ 29 ส.ค. 2562

สาธุ สาธุ สาธุ ค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ