ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๒๐
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  8 ก.ย. 2562
หมายเลข  31154
อ่าน  746

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม)   ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง  รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน    เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง  แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง  ดังนี้


ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๒๐



~ถ้าไม่มีผู้ที่มีความเข้าใจธรรมและไม่ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย   นั่น  เป็นวัดหรือเปล่า?

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว  แต่พระธรรมเป็นศาสดา  เพราะฉะนั้น  ที่ใดที่มีธรรม  ที่นั้นเหมือนมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ด้วยตรงหน้า  เพราะว่า  ต้องมีความเคารพและระลึกถึงพระคุณเมื่อมีคนที่เข้าใจธรรมแล้วระลึกถึงพระคุณของพระองค์  มีหรือที่จะกระทำผิดจากพระธรรมที่ได้ทรงแสดงไว้และไม่ประพฤติตามพระธรรมวินัย

~จะเห็นค่าของพระธรรมแต่ละคำเมื่อเราไม่ประมาทแล้วก็เข้าใจจริงๆ   อย่างเช่นคำว่า  ตั้งจิตไว้ชอบ  สำคัญมาก  เพราะเหตุว่าตั้งจิตอย่างไรจึงจะเป็นการตั้งจิตไว้ชอบในการที่จะเข้าใจแต่ละคำ   เพื่อประโยชน์อะไร   ที่สำคัญที่สุด  ตั้งจิตไว้ชอบ คือ  ไม่มีเรา

~
ไม่มีโอกาสที่จะได้เห็นถูกเลย  ถ้าไม่มีการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ไม่ว่าในภพไหนชาติไหนทั้งสิ้น  เพราะฉะนั้น  โอกาสที่จะได้ฟังคำจริงที่ถูกต้อง  จะไม่กล้าที่จะรู้ความจริงหรือ ไม่กล้าที่จะบอกว่าอะไรผิดหรือ   แล้วถ้าบอกให้คนอื่นรู้ว่าผิด  เป็นประโยชน์กับเขาไหม   ต้องคิดถึงประโยชน์   ถ้ามีความเมตตาเป็นเพื่อนหวังดี

~
กล่าวถึงความจริงเพื่อให้เขาไตร่ตรอง เขาจะไม่ชอบหรือว่าไม่พอใจอย่างไรก็ตาม  นั่นไม่ใช่สิ่งที่สำคัญเลย  สิ่งที่สำคัญ คือ ดำรงคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เพื่อคนที่สามารถจะเข้าใจได้ แม้ส่วนน้อย  แต่ก็ยังมีส่วนหนึ่งซึ่งสามารถที่จะเข้าใจได้  และถ้าเรามีความมั่นคง  คนที่เข้าใจได้เพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง   การที่มีคนเข้าใจธรรมเพิ่มขึ้น   นั่นแหละ  เป็นกำลังสำคัญที่จะทำให้คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดำรงอยู่ต่อไม่ได้

~
ให้ลาภให้ยศให้อะไรเขาก็ต้องตาย  พ้นจากความเป็นบุคคลนี้  ลาภยศก็ไม่สามารถจะติดตามไปได้ แต่ถ้าได้ให้ความเห็นถูกซึ่งในชีวิตแสนโกฏิกัปป์มาแล้วไม่เคยมี  ก็เปลี่ยนจากความเห็นผิด  เป็นความเข้าใจทีละเล็กทีละน้อย  ประโยชน์ยิ่งใหญ่กว่า

~
นกฮูก (ตามข้อความในอรรถกถาจุลลสีหนาทสูตร) ยังแสดงความนอบน้อมแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  แต่คนล่ะ  มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือเปล่า  ก็ยังสงสัยอยู่ ก็ยังมี  บางคนก็บอกว่าไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ถ้าไม่มีการสะสมจะมีความเข้าใจถูกไหม  แต่ถ้ามีการสะสม  แม้นกฮูกก็ยังแสดงความเคารพแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  แต่ถ้าไม่มีการสะสมมา   เกิดมาเป็นคนก็ไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~ฟังพระธรรมให้เข้าใจธรรม(สิ่งที่มีจริง) อะไรเกิด ก็คือ ปกติ ก่อนฟังพระธรรมชีวิตก็เป็นไปตามเหตุปัจจัยทั้งหมด  ฟังพระธรรมแล้ว ก็เป็นไปตามเหตุปัจจัย แต่ที่สำคัญคือ มีความเข้าใจเพิ่มขึ้น

~๔๕ พรรษาแห่งการประกาศพระศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นเรื่องของสิ่งที่มีจริงที่ปรากฏในชีวิตประจำวัน ซ้ำแล้วซ้ำอีกๆ ให้เข้าใจจริง ๆ ว่าเป็นธรรม

~ฟังเพื่อให้มีความเข้าใจที่มั่นคงในความเป็นจริงของธรรม ซึ่งเมื่อเข้าใจแล้วใครก็เปลี่ยนความเข้าใจถูกให้ผิดไปก็ไม่ได้ จะเปลี่ยนว่าธรรมไม่ใช่อย่างนี้ ธรรม เที่ยง ธรรมบังคับบัญชาได้ ก็ไม่ได้  เพราะได้เข้าใจอย่างถูกต้อง และ ความเข้าใจก็จะมั่นคงขึ้น

~ผู้ที่เป็นสาวก จะไม่ว่างเว้นจากการฟังพระธรรม สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูก อบรมเจริญปัญญา

~ความสำเร็จในทางพระพุทธศาสนา ก็คือ ไม่เคยรู้ก็ได้รู้ได้เข้าใจจนประจักษ์แจ้งความจริง 

~มั่นใจหรือยังว่าอะไรเป็นที่พึ่ง ขณะที่ทรัพย์สมบัติ ก็พึ่งไม่ได้ ทุกอย่างก็พึ่งไม่ได้ แล้วอะไรเป็นที่พึ่ง   ทั้งวันผ่านไปไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรเพราะฉะนั้น   อะไรเป็นที่พึ่ง ซึ่งควรจะพึ่งประจำวันทุกวัน  ไม่อย่างนั้นขณะนั้นก็ไม่มีที่พึ่งอีกแล้ว คนไม่มีที่พึ่งจะเป็นอย่างไร  คนที่มีที่พึ่งก็ยังอุ่นใจว่าพึ่งได้ ทีนี้พึ่งใครสำคัญที่สุด  พึ่งคนโน้นพึ่งคนนี้เขาก็ไม่ได้อยู่ยั่งยืน  เขาอาจจะเป็นที่พึ่งได้ในวันนี้แต่วันหน้าเขาก็เป็นที่พึ่งไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้น   ที่พึ่งที่ประเสริฐที่สุด มีไหม? 

~ถ้ามีเหตุที่จะให้เข้าใจธรรม   ธรรมเป็นที่พึ่ง  ไม่ไปประทุษร้าย ไม่ไปทำร้ายใครเลยทั้งสิ้น   เพราะฉะนั้น   ต้องรู้ว่าที่พึ่งคืออะไร  พระสัมมาสัมพระเจ้าทรงแสดงว่าธรรม เป็นศาสดาแทนพระองค์

~ถ้ามีการไตร่ตรอง ฟังธรรมเข้าใจจริงๆ    ขณะที่เข้าใจ เป็นขณะที่มีประโยชน์ที่สุดในชีวิต  เพราะเหตุว่า ยามยาก ยามทุกข์ ยามสุข ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น  ปัญญาต้องรู้

~โอกาสที่จะได้ฟังพระธรรมแล้วรู้ความจริง  ไม่ใช่หาง่ายเลย  สำหรับบางคนอาจจะไม่มีเลยตลอดชีวิต 

~ฟังพระธรรม เพื่อละอกุศลคือความไม่รู้ และก็จะทำให้ละกิเลสอื่นๆด้วย 

~ที่ไม่ดี  เพราะกิเลสหรือเพราะเข้าใจธรรม? เพราะกิเลส  ไม่ใช่เพราะเข้าใจธรรมแน่นอน  

~ฟังพระธรรมไม่ใช่เพื่ออย่างอื่น  แต่เพื่อเข้าใจธรรม และความเข้าใจธรรมนั้น ก็ทำกิจที่จะไม่ไปสู่ทางอกุศล 

~ถ้ายังไม่ได้เข้าใจธรรมจริงๆ  ก็ไม่สามารถละสิ่งที่สะสมมานานคือกิเลสได้

~สิ่งที่ควรเจริญในชาตินี้ก็คือ ปัญญา เพราะเหตุว่า สิ่งอื่นไม่สามารถจะติดตามไปได้ทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่มีอยู่ ก็ติดตามไปไม่ได้ แต่ปัญญา ความเข้าใจพระธรรมจากชาติหนึ่งไปอีกชาติหนึ่ง ก็จะค่อยๆเพิ่มขึ้น

~ความดี แม้เพียงเล็กน้อย ถ้าไม่ทำหรืออกุศล(ความชั่ว)แม้เพียงเล็กน้อย ถ้าไม่เว้นขณะนั้นก็พอกพูนอกุศล,พระธรรมจะนำไปสู่ความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะปัญญารู้ว่าแต่ก่อนนี้ เคยเป็นคนที่ไม่สนใจที่จะทำดีเลย แต่พอได้ฟังพระธรรมแล้ว ก็เข้าใจว่า ถ้าไม่ทำดี ขณะนั้นก็เป็นอกุศล

~ชีวิตของชาติหนึ่งซึ่งปัญญาจะเจริญขึ้น ที่จะอบรมเจริญความเห็นถูกในลักษณะของสภาพธรรมจะมากหรือจะน้อย เพราะว่าบางชีวิตก็สั้นมาก บางชีวิตก็อาจจะยืนยาวพอสมควร แต่ก็เป็นชีวิตที่ไร้สาระ เพราะเหตุว่าไม่ได้เข้าใจลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ

~แต่ละคนก็จะต้องจากโลกนี้ไป หมดสภาพความเป็นบุคคลนี้ แล้วก็สะสมกุศลบ้าง อกุศลบ้าง มากน้อยต่างๆกันไป แต่ว่าสิ่งที่แน่นอนที่สุด ก็คือต้องจากเหตุการณ์และเรื่องราวต่างๆ ของโลกนี้โดยสิ้นเชิงในวันหนึ่ง

~ไม่ควรเป็นผู้ประมาท แต่ก็ยากเหลือเกินในเมื่อมีอกุศลสะสมมาเสียมากมายทั้งโลภะบ้าง โทสะบ้าง เพราะฉะนั้นก็จะต้องอาศัยสติ การระลึกได้ เป็นผู้อารักขา การที่จะดำเนินชีวิตต่อไปในการที่จะเจริญกุศลมากขึ้น

~สำหรับชีวิตแต่ละชาติจะเห็นได้ว่า ถ้าในทุกๆชาติที่เกิดมามีโอกาสที่จะได้ฟังพระธรรม ถ้ายังไม่ละคลายอกุศลต่างๆในชีวิตประจำวันจริงๆ ด้วยความตั้งใจมั่น ด้วยความเพียร ด้วยความอดทน ก็ย่อมไม่ถึงกาลที่จะดับกิเลสได้ เพราะเหตุว่ากิเลสมากมายเหลือเกิน

~ไปสำนักปฏิบัติ ทำอะไร  เข้าใจอะไรหรือเปล่า? ไม่เข้าใจอะไรเลย  ได้แต่ทำตาม   เพราะฉะนั้น   ก็เป็นศาสนาที่ให้ทำตาม  แต่ไม่ได้ให้เข้าใจอะไรเลยทั้งสิ้น   จึงไม่ใช่พระพุทธศาสนา  เพราะไม่เข้าใจ

~ความเห็นผิดทั้งหมด  จะค่อยๆหมดไป ด้วยความเห็นถูก.

 

ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๑๙

 


...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...  



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 8 ก.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
panasda
วันที่ 8 ก.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
Khemsai
Khemsai
วันที่ 8 ก.ย. 2562

ขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
meenalovechoompoo
meenalovechoompoo
วันที่ 9 ก.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
siraya
วันที่ 9 ก.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
jaturong
วันที่ 9 ก.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
มกร
มกร
วันที่ 9 ก.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 11 ก.ย. 2562

..ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ..

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
peem
วันที่ 12 ก.ย. 2562

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 15 ก.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ