พระธรรม เริ่มเปิดเผยที่ จ. นครสวรรค์ วันที่ ๒๑ - ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๒
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  23 ส.ค. 2562
หมายเลข  31126
อ่าน  846

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๓ หน้าที่  ๕๖๗

ของ ๓ อย่างนี้  เปิดเผย ดี ปกปิด ไม่ดี ของ ๓ อย่าง คืออะไร  คือ จันทรมณฑล (ดวงจันทร์) ๑ สุริยมณฑล (ดวงอาทิตย์) ๑ พระธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว ๑ นี้แล ภิกษุทั้งหลาย ของ ๓ อย่าง  เปิดเผย  ดี ปกปิด ไม่ดี


ธรรม  เป็นเรื่องที่ละเอียด  ลึกซึ้ง   ยากอย่างยิ่ง      แต่ไม่เหลือวิสัยสำหรับผู้ที่มีความตั้งใจ มีความจริงใจ มีความเพียร  มีความอดทนที่จะฟัง ที่จะศึกษาเพื่อความเข้าใจจริง ๆ    ซึ่งก็จะต้องเป็นผู้เห็นประโยชน์ของพระธรรม เท่านั้น ที่จะได้สาระจากพระธรรม  เหตุที่จะทำให้ปัญญาเจริญขึ้น ต้องอาศัยการฟังพระธรรม  ศึกษาพระธรรม พิจารณาไตร่ตรองในเหตุในผลของพระธรรม       เมื่อไม่ขาดการฟังพระธรรม ให้เวลากับพระธรรม  ปัญญาก็จะค่อย ๆ เจริญขึ้น   แต่ถ้าอยากหาวิธีลัด  ต้องการง่าย ๆ   นั่นก็เป็นเครื่องกั้นของการเจริญขึ้นของปัญญาแล้ว  เพราะธรรม  ไม่ง่าย      

ผู้ที่เห็นคุณประโยชน์ของพระธรรม  ย่อมให้เวลากับพระธรรม  เป็นผู้ใคร่ในการฟังพระธรรมอยู่เสมอ   เมื่อตั้งใจฟังไปเรื่อย ๆ  ศึกษาไปเรื่อย ๆ     มีหรือที่จะไม่เข้าใจ  หมายความว่า ย่อมเข้าใจอย่างแน่นอน   ปราสาท ๗ ชั้น  ไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว  การอบรมเจริญปัญญาก็เช่นเดียวกัน   ไม่สามารถมีได้มาก ๆ   จากการฟังเพียงครั้งเดียว หรือ สองสามครั้งหรือชาติเดียว   แต่ต้องฟังบ่อย ๆ เนือง ๆ สะสมไปทีละเล็กทีละน้อย และ จะต้องอาศัยกาลเวลาที่ยาวนาน อีกด้วย   



















เมื่อเป็นเช่นนี้  ไม่ว่าจะเป็นใคร  ผู้หญิงหรือชาย เด็กหรือผู้ใหญ่  ก็ควรที่จะได้ฟัง ได้ศึกษาสิ่งที่มีค่าที่สุด คือ พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง  อย่างเช่น การสนทนาธรรมที่เกิดขึ้นที่ ศาลาประชาคม จ.นครสวรรค์ ในครั้งนี้ ด้วยกุศลศรัทธาการจัดกิจกรรมที่สำคัญยิ่งของคุณพัฒน์นรี ธนะพิมพ์เมธา ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรี จังหวัดนครสวรรค์   เปิดโอกาสให้แม่บ้านในทุกอำเภอของ จ.นครสรรค์ และผู้สนใจทั่วไป ได้เข้าร่วมกิจกรรมสนทนาธรรมในครั้งนี้  ซึ่งเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นได้ยาก  การสนทนาธรรม ตลอด ๑ วัน ทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่ายของวันพุธที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๒  มีหลากหลายสาระ หลากหลายประเด็นธรรม ทั้งพระวินัย พระสูตร และพระอภิธรรม ที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลเป็นอย่างยิ่ง  ผู้ที่ยังไม่เคยฟัง ก็ได้ฟังสิ่งที่ไม่เคยได้ฟัง  เป็นการเริ่มต้นที่ดีเป็นอย่างยิ่ง   โดยเฉพาะคำที่จะต้องศึกษาจนเข้าใจอย่างมั่นคงโดยตลอด   นั่นก็คือ คำว่า ธรรม   อย่างน้อยก็ได้เริ่มเข้าใจแล้วว่า  ธรรม  คือ สิ่งที่มีจริงๆ          ที่เคยยึดถือว่าเป็นเรา เป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นตัวตน หรือว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดนั้น แท้ที่จริงแล้ว ก็คือ ธรรม แต่ละหนึ่งๆ  นั่นเอง    แล้วการที่จะเข้าใจธรรมตั้งแต่ต้น   จะขาดการฟังคำจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ไม่ได้เลย  

ในการสนทนาครั้งนี้ อาจารย์อรรณพ หอมจันทร์ ก็ได้นำคำบรรยายของท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ มาเปิดให้ผู้เข้าร่วมสนทนาธรรมได้รับชมรับฟัง ซึ่งเป็นประโยชน์เกื้อกูลอย่างยิ่ง  จึงขอโอกาสถอดเทป ประมวลสาระสำคัญมาให้ทุกๆท่าน ได้อ่านและพิจารณาร่วมกัน [ขอความกรุณาอ่านอย่างช้าๆ] ดังต่อไปนี้ .-

"เริ่มต้น คือ ยังไม่รู้อะไรเลย  แต่ได้ยินคำว่าพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่มีใครจะมีชื่ออย่างนี้ได้เลย  เพราะเหตุว่า  เป็นพระคุณนามจากการที่ได้ทรงบำเพ็ญพระบารมีแล้วก็ทรงตรัสรู้ความจริงยิ่งด้วยปัญญา ซึ่งไม่มีใครเปรียบเทียบได้เลย  แม้แต่เทวดาพรหมหรือใครก็ตามที่มีสิ่งที่ไม่เข้าใจเมื่อมาเฝ้ากราบทูลถาม ก็สามารถที่จะเกิดความเข้าใจของตนเอง นี่เป็นประโยชน์สูงสุดของการฟังธรรมแต่ละครั้ง  ไม่ใช่ฟังว่าผู้พูดเข้าใจอย่างนั้นรู้อย่างนี้  แต่ว่าคำที่ได้ฟังนี้  เป็น ธรรมเตชะ (ธรรมเดช)  มีกำลังที่จะทำให้ผู้ที่ได้ฟังได้ยินคำที่สามารถที่จะเข้าใจแล้วก็ไตร่ตรองจนกระทั่งเป็นปัญญาของตนเอง  เพราะฉะนั้น  ใครจะให้อะไร ทรัพย์สินเงินทองทั้งหลาย  ก็หายไป สูญไปได้   แต่ถ้าเป็นความเข้าใจของตนเอง (ไม่สูญหายไปไหน) และได้จากใคร  คนนั้นต้องเป็นผู้ที่ทรงปัญญาและบารมีพร้อมทั้งพระมหากรุณาอย่างยิ่ง ที่เห็นว่าไม่มีอะไรที่จะมีค่าเท่ากับความเข้าใจธรรมคือสิ่งที่มีจริงซึ่งกำลังปรากฏ  เพราะว่าส่วนใหญ่ เราเป็นคนที่ผิวเผินไม่รอบคอบ เพราะเหตุว่า ฟังธรรมน้อย ได้ยินเพียงคำเดียวก็คิดแล้วก็คิดเองตามไปอีก แต่ว่าถ้าไตร่ตรองคำที่ได้ฟังโดยที่ไม่ลืมจากการที่ได้ฟังแล้วก็คิดแล้วก็คิดไตร่ตรองจนกระทั่งเข้าใจ  เช่นคำว่า ธรรม ไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหนเลยทั้งสิ้น เดี๋ยวนี้เอง  ทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังปรากฏ มีจริงๆในขณะนี้เป็นธรรมทั้งหมด แต่ไม่รู้  เพราะฉะนั้น รู้ได้เลยว่า แม้แต่คำว่าธรรม เราเผินแค่ไหนที่คิดว่าเมื่อมีพระรัตนตรัย  มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณและพระมหากรุณาคุณ แสดงความจริงตามที่ได้ตรัสรู้ให้ได้ฟัง  เข้าใจเพียงเท่านี้ไม่พอ    เพราะว่า  ยังไม่รู้เลยว่าเพียงเท่านี้แล้วธรรมคืออะไร   แต่จากแต่ละคำที่ได้ฟังได้รอบรู้ หมายความว่า เข้าใจจริงๆในคำนั้น ไม่เปลี่ยน ธรรมคือสิ่งที่มีจริง   ขณะนี้มีอะไรหรือเปล่า  หรือไม่มีอะไรเลย?   เมื่อมี  สิ่งนั้นมีจริงๆ    สิ่งที่มีจริงนั่นแหละในภาษาบาลีใช้คำว่า ธมฺม (ธรรม)  แต่ก็หมายความว่าสิ่งที่มีจริงมีลักษณะที่ปรากฏให้รู้ได้ว่ามีจริง เช่น เสียงมีจริงไหม  ปรากฏให้รู้เป็นเสียง  เพราะฉะนั้น เสียงก็มีจริง  เสียงก็เป็นธรรม   เพราะฉะนั้น ทุกอย่างทั้งหมดที่มีจริงๆ ตั้งแต่เกิดจนตายทุกชาติไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนภพไหนภูมิไหน สิ่งใดก็ตามที่มีจริง สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้   เพราฉะนั้น เรารู้ธรรมหรือยัง   มีจริงทุกชาติกี่ชาติมาแล้วแสนโกฏิกัปป์ ก็มีเห็น มีได้ยิน มีคิด มีสุขมีทุกข์ ทั้งหมด ซึ่งมี เมื่อวานนี้วันก่อนนี้ตั้งแต่เกิดจนถึงวันนี้ก็เป็นอย่างนี้  แต่ก็ไม่รู้เลย  เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะจากโลกนี้ไป ซึ่งทุกคนก็จากไปแน่นอน  แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ สิ่งที่มีค่าที่สุดที่เกิดมาเป็นมนุษย์ สามารถที่จะฟังเสียงที่ได้ยินว่าเสียงนั้นเป็นไปตามความหมายของสิ่งที่มีจริงๆ  เช่น พูดว่าเห็น พูดว่าได้ยิน เป็นไปตามสิ่งที่มีจริง   ถ้าพูดว่า เห็นในภาษาที่ตนเข้าใจ  ก็ไม่ได้ไปคิดถึงได้ยินหรืออะไรเลยนอกจากคิดถึงเห็น   พอพูดถึงโกรธ  คำนี้ก็สามารถที่จะรู้ได้ว่าหมายความถึงความจริงอย่างหนึ่งมีจริงๆ  ทุกคนก็โกรธ แต่ไม่เคยรู้เลยว่านั่นแหละเป็นธรรมซึ่งมีจริง   เพราะฉะนั้น  การตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ไม่ได้รู้ความจริงอื่นนอกจากเดี๋ยวนี้มีจริงๆ แต่คนอื่นไม่สามารถที่จะรู้ได้   เพราะฉะนั้น การฟังธรรม ก็คือ ฟังให้เข้าใจสิ่งที่มีจริงทุกขณะ ซึ่งไม่เคยรู้มาก่อน"

 

ก็เป็นโอกาสที่สำคัญยิ่งในชีวิตที่ได้เริ่มสะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกจากการได้อาศัยคำจริงแต่ละคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ดีแล้ว    ผู้ที่เห็นประโยชน์เห็นคุณค่า ก็ฟัง ก็ศึกษาต่อไป ด้วยความเคารพ ละเอียด รอบคอบ  ความเข้าใจถูกเห็นถูก ก็จะเจริญขึ้นต่อไปได้












สืบเนื่องต่อการจากการสนทนาธรรมที่ศาลาประชาคม จ. นครสวรรค์แล้ว  ในวันรุ่งขึ้น คือ วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๒ ก็มีการสนทนาธรรมที่ ศาสนสถาน มณฑลทหารบกที่ ๓๑ ค่ายจิรประวัติ  จ. นครสวรรค์ ทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย ด้วยการปรารภการจัดสนทนาธรรมของสมาชิกชมรมบ้านธัมมะ มศพ. จ. นครสรรค์ คือ คุณประธาน  เตชาติวัฒน์ (สมาชิกชมบ้านธัมมะ มศพ. ลำดับที่ ๓๖๕๑)   และคุณอิงอร  เตชาติวัฒน์  (สมาชิกชมบ้านธัมมะ มศพ. ลำดับที่ ๓๑๒๕)  โดยมีผู้ใหญ่ใจดีที่คอยเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำและประสานหา
สถานที่ให้ คือ พลโทชัชพัชร์  แย้มงามเรียบ  (สมาชิกชมบ้านธัมมะ มศพ. ลำดับที่ ๒๖๕๖)    ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จาก พลตรีทรงธรรม สิทธิพงษ์  ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๓๑ ค่ายจิรประวัติ จ. นครสวรรค์  ให้ใช้ศาสนสถาน มณฑลทหารบกที่ ๓๑ เป็นสถานที่สนทนาธรรม     พระธรรม ก็ได้เปิดเผยอย่างต่อเนื่องที่ จ. นครสวรรค์   เป็นโอกาสที่สำคัญยิ่งที่ข้าราชการทหาร กำลังพล  ข้าราชการ นักเรียนนักศึกษา  พ่อค้า ประชาชาน และผู้สนใจทั่วไป จะได้เข้าร่วมกิจกรรมที่สำคัญยิ่งในครั้งนี้    

การสนทนาธรรมในวันนี้  หลากหลายเนื้อหาสาระเป็นอย่างยิ่ง  โดยเฉพาะจุดประสงค์ของการฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมที่ถูกต้อง นั้น ต้องตรง คือ   เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูก เท่านั้น   และที่สำคัญ พระพุทธพจน์  และ ข้อความที่อธิบายเนื้อความของพระพุทธพจน์  ย่อมสอดคล้อง  ตรงกัน  เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลเพื่อความเข้าใจอย่างถูกต้องตรงตามความเป็นจริง เพราะคำจริง ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใดกล่าว ก็เป็นคำจริง  ไม่เปลี่ยนแปลง    แสดงให้เห็นถึงพระมหากรุณาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงแสดงพระธรรมโดยละเอียดโดยประการต่างๆ  เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์โลก  ซึ่งมีผู้ที่ได้รับประโยชน์จากพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงมากมายนั้นไม่ถ้วน ทั้งมนุษย์ เทวดา  พรหม     และบุคคลผู้ที่ได้เข้าใจพระธรรม ก็ได้สืบสานดำรงรักษาพระธรรมวินัย  ด้วยการประกาศ แสดง เปิดเผยพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ดีแล้วเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่นต่อไป   พระธรรม จึงได้สืบทอดมาจนถึงยุคนี้สมัยนี้  เป็นโอกาสที่ดียิ่งที่ผู้ที่ได้สะสมเหตุที่ดีมา เห็นประโยชน์ของพระธรรม จะได้ฟังได้ศึกษาสะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกต่อไป    

หัวข้อการสนทนาธรรมในครั้งนี้  เป็นเครื่องเตือนใจชาวพุทธ เป็นอย่างยิ่ง คือ  "พระพุทธศาสนาที่ชาวพุทธไม่รู้จัก"       ซึ่งอาจารย์อรรณพ หอมจันทร์ ก็ได้เปิดคำบรรยายของท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์    ให้ผู้เข้าร่วมสนทนาธรรมได้รับชมรับฟัง เป็นเบื้องต้นด้วย  เป็นประโยชน์เกื้อกูลเป็นอย่างยิ่ง   จึงขอโอกาสถอดเทป ประมวลสาระสำคัญมาให้ทุกๆท่าน ได้อ่าน และพิจารณาร่วมกัน [ขอความกรุณาอ่านอย่างช้าๆ] ดังต่อไปนี้ .-

" วันนี้ก็จะพูดถึงพระพุทธศาสนาที่ชาวพุทธไม่รู้จัก  น่าคิดไหม พระพุทธศาสนาที่ชาวพุทธไม่รู้จัก  เพราะเหตุว่า ชาวพุทธ ไปวัด  ทำพิธีกรรม  มีการสวดมนต์มีการปฏิบัติมากมาย  ไม่ใช่แต่เฉพาะที่ประเทศไทย แต่ทั่วโลกทั้งหมดเลย   เพราะฉะนั้น คุณจักรกฤษณ์ ได้ช่วยเห็นคนอื่นได้เริ่มสนใจที่จะเข้าใจพระพุทธศาสนาที่ชาวพุทธไม่รู้จักเลย  ใช้คำว่า ไม่รู้จักเลยก็ได้  เพราะถ้าถามว่าพระพุทธศาสนาคืออะไร   ทุกคนก็ตอบง่าย   ศาสนาคือคำสอนไม่ว่าจะเป็นคำสอนของใคร  เราก็บอกถึงศาสดาของผู้สอน  แต่ว่า สำหรับพระพุทธศาสนา แม้แต่คำว่า พุทธะ  ชาวพุทธไม่ได้เข้าใจถึงความเป็นจริง ว่า พุทธะ ไม่ใช่ชาวบ้านอย่างธรรมดาหรือไม่ใช่มิตรสหายที่เราพูดกัน หรือว่าไม่ใช่ตำรับตำราที่ใครก็เขียนขึ้นมาได้ แล้วก็คิดว่าได้เข้าใจแล้ว  แต่ พุทธะ เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า  คำนี้รู้สึกว่าคนจะไม่ค่อยสนใจ   แต่สนใจครูบาอาจารย์หรือว่าสนใจใครก็ตามแต่ที่คิดว่าเป็นผู้ที่รู้ แต่ว่า คำว่าพระพุทธศาสนา และพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  นานเท่าไหร่กว่าใครจะได้ยินคำนี้   สมัยก่อนการตรัสรู้  โลกมืด เพราะเหตุว่า สมัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ก่อนอันตรธาน(สูญสิ้นไป)ก่อน ไม่เหลือเลย  เพราะฉะนั้น โลกที่คนอยู่มาหลังจากที่พระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว เป็นโลกที่ไม่ได้เข้าใจอะไรเลย เหมือนอย่างคนที่เรียกตัวเองว่าชาวพุทธหรือชาวอะไรก็ตามแต่   ทุกคนอยู่ในโลกด้วยความไม่รู้   แต่ พุทธะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงบำเพ็ญพระบารมีเพื่อที่จะรู้ความจริงซึ่งมีอยู่ทุกขณะแต่ถูกปกปิดไว้ด้วยความไม่รู้  เพราะไม่มีการตรัสรู้ความจริงเมื่อไหร่  คำที่จะกล่าวถึงสิ่งที่มีจริงจะมีไม่ได้เลย ด้วยเหตุนี้ เมื่อพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงบำเพ็ญพระบารมีนานมากสี่อสงไขยแสนกัปป์ ที่จะรู้ความจริงซึ่งมีอยู่ตลอดเวลา เดี๋ยวนี้ก็มี แต่ถูกปกปิดไว้ เพราะฉะนั้น  เมื่อพระองค์ทรงบำเพ็ญพระบารมี ถึงกาลโอกาสที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อทรงตรัสรู้แล้วไม่น้อมพระทัยที่จะแสดงพระธรรม ข้อความนี้มีในพระไตรปิฎก  ด้วยความลึกซึ้งอย่างยิ่งของคำที่พวกเราจะได้ศึกษาได้เข้าใจอย่างถูกต้อง ว่า แต่ละคำมาจากพระปัญญาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งไม่มีใครที่จะเทียบได้เลย  ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในสากลจักรวาล  เทวดาพรหมก็ยังต้องมากราบไหว้ทูลถามปัญหาไม่มีใครเปรียบได้เลย  พุทธะ คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า    สัมมา คือ ตรัสรู้ตามความเป็นจริงของสิ่งที่มี ถูกต้องแล้วก็เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า   ทรงพระมหากรุณารู้ว่า ชาวโลกถ้าไม่ฟังคำของพระองค์  ไม่มีทางที่จะรู้อะไรเลยทั้งสิ้น ตั้งแต่เกิดจนตาย  ชาวพุทธเข้าใจอย่างนี้หรือเปล่าว่า  คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละคำ เป็นคำที่ฟังแล้ว ไม่ใช่เข้าใจได้ทันที  ฟังแล้วต้องไตร่ตรองจนกระทั่งมีความเข้าใจว่าทุกคำถูกต้องตามความเป็นจริงและกำลังมีในขณะนี้  เพราะฉะนั้น สิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามอบให้ผู้ที่ได้ยินได้ฟังคำของพระองค์ซึ่งจะเรียกว่าชาวพุทธก็ได้ ก็คือ ปัญญา  คิดดู ปัญญาคำนี้ ไม่ใช่ปัญญาที่จะมาจากมหาวิทยาลัยต่างๆแล้วก็ประดิษฐ์คิดค้นสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆ  แต่ปัญญานี้มาจากพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น ปัญญา นี้ ใครก็คิดไม่ได้ คิดเองไม่ได้เลย  แม้ได้ยินได้ฟังแล้วประมาทไม่ได้เลย   ประมาทก็คือเข้าใจผิด บอกว่าอ่านง่ายๆ เปิดพระไตรปิฎกคิดว่าเข้าใจได้เหมือนคำธรรมดาที่เคยได้ยินได้ฟัง    นั่นลบหลู่พระปัญญาคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าเท่านั้นเองหรือ ง่ายๆ     แต่ว่าแต่ละคำ ลึกซึ้งอย่างยิ่ง  เช่น เราได้ยินคำว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ยินคำว่าพระธรรม คือ คำสอนของพระองค์  และผู้ที่ฟังเป็นสาวกที่เข้าใจจนกระทั่งสามารถที่จะรู้ตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้  จึงเป็นรัตนะ คือ สิ่งที่มีค่ายิ่ง ๓ อย่าง  ที่เราเรียกว่าพระรัตนตรัย   พระพุทธรัตนะ เหนือบุคคลใด เพราะฉะนั้น คำของพระองค์ที่จะนำไปสู่ความเข้าใจก็เป็นรัตนะด้วย   และผู้ที่ได้รู้แจ้งแล้วก็เป็นสังฆรัตนะ  เป็นสาวก   เพราะฉะนั้น จากความไม่รู้เลย มาสู่คำที่ได้ฟังแล้วเข้าใจจนกระทั่งรู้ตามได้  ยากสักแค่ไหน  ที่จะถึงกาลที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้และทรงแสดงความจริงให้คนอื่นได้เข้าใจและรู้ตามด้วย"

 

จะเห็นได้จริงๆ ว่า การที่จะมีความเข้าใจถูกเห็นถูกในสิ่งที่มีจริงตรงตามความเป็นจริง  รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จริงๆ  มีหนทางเดียวเท่านั้น  คือ ต้องศึกษาพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง ด้วยความเคารพ ละเอียด รอบคอบ  บุคคลผู้ที่ไม่ศึกษาพระธรรมแล้วคิดว่า จะเข้าใจพระธรรมได้โดยไม่ศึกษา หรือ คิดว่าไปทำอย่างอื่น ไปทำอะไรตามๆกันตามที่คนหมู่มากกระทำกัน เช่น ไปนั่งนิ่งๆ แล้วปัญญาจะเกิดเอง เป็นต้น  ผู้นั้นก็เป็นผู้ประมาทพระปัญญาคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงตรัสรู้ความจริงและทรงแสดงความจริงโดยละเอียดโดยประการทั้งปวง     ด้วยเหตุนี้ แต่ละคนจึงต้องเป็นผู้ตรงต่อพระธรรม และมีความจริงใจต่อการฟังพระธรรมศึกษาพระธรรม เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกขัดเกลาละคลายกิเลสของตนเอง    เพราะฉะนั้น สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตที่มีประโยชน์สูงสุดซึ่งจะติดตามไปได้ คือ ปัญญา ความเข้าใจถูกเห็นถูก เพราะว่า ตั้งแต่เกิดมาอาจจะมีทรัพย์สมบัติ มีรูปสมบัติ มียศ มีบริวาร มีทุกอย่าง แต่ปัญญามีหรือไม่ เพราะทรัพย์สมบัติต่างๆ เหล่านั้นติดตามไปในภพหน้าไม่ได้ แต่ปัญญาที่มาจากการได้ฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมสามารถที่จะสะสมสืบต่อในจิตที่จะทำให้มีโอกาสได้ยินได้ฟังพระธรรมแล้วเกิดความเห็นถูกขึ้นต่อไปได้    ที่สำคัญที่สุด คือ ตั้งต้นฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม เป็นปกติในชีวิตประจำวัน   ให้เวลากับสิ่งที่มีค่าที่สุด

สำหรับวีดีโอการสนทนาธรรมที่ จ. นครสวรรค์ ทั้ง ๒ แห่งนี้  จะได้เผยแพร่ทางยูทูป ช่อง มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ต่อไป  ในโอกาสอันไม่นานนี้ ครับ




กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ 
ที่เคารพยิ่ง 
และอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านครับ



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
Nattaya40
Nattaya40
วันที่ 23 ส.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 23 ส.ค. 2562

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๓ หน้าที่  ๕๖๗

ของ ๓ อย่างนี้  เปิดเผย ดี ปกปิด ไม่ดี ของ ๓ อย่าง คืออะไร  คือ จันทรมณฑล (ดวงจันทร์) ๑ สุริยมณฑล (ดวงอาทิตย์) ๑ พระธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว ๑ นี้แล ภิกษุทั้งหลาย ของ ๓ อย่าง  เปิดเผย  ดี ปกปิด ไม่ดี


..กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ด้วยความเคารพอย่างยิ่งค่ะ..

...กราบอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านค่ะ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
นิตยา
นิตยา
วันที่ 23 ส.ค. 2562

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่าน

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
meenalovechoompoo
meenalovechoompoo
วันที่ 23 ส.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
Thanapolb
Thanapolb
วันที่ 23 ส.ค. 2562

ขอนอบน้อมแด่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์

ขอขอบพระคุณท่านวิทยากร และอนุโมทนายิ่งครับ

 

ผู้ใดเข้าใจพระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ ก็เสมือนผู้นั้นได้รับมรดกอันล้ำค่า เพราะความเข้าใจ(ปัญญา) สามารถติดตามไปได้ในปรโลก

และ

เป็นชาวพุทธได้เพราะเข้าใจพระธรรม   

ถูกต้องไหมครับอาจารย์คำปั่น

 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 23 ส.ค. 2562
อ้างอิงจาก ความคิดเห็นที่ 5 โดย Thanapolb

ขอนอบน้อมแด่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์

ขอขอบพระคุณท่านวิทยากร และอนุโมทนายิ่งครับ

 

ผู้ใดเข้าใจพระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ ก็เสมือนผู้นั้นได้รับมรดกอันล้ำค่า เพราะความเข้าใจ(ปัญญา) สามารถติดตามไปได้ในปรโลก

และ

เป็นชาวพุทธได้เพราะเข้าใจพระธรรม   

ถูกต้องไหมครับอาจารย์คำปั่น

 

อนุโมทนาอาจารย์ธนพลด้วยครับ ถูกต้อง ตามความเป็นจริงครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 24 ส.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
มกร
มกร
วันที่ 24 ส.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ