ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๐๗
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  9 มิ.ย. 2562
หมายเลข  30919
อ่าน  710

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม)   ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง  รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน    เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง  แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง  ดังนี้


ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๐๗


~พระวินัยลึกซึ้งโดยกิจ ไม่ว่าจะเป็นกิจเล็ก กิจใหญ่ประการใดก็ตามของบรรพชิตแล้ว พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้โดยละเอียด ด้วยพระปัญญาที่เห็นว่า กิจใดสมควรแก่เพศบรรพชิต และกิจใดไม่สมควรแก่เพศบรรพชิต เพราะฉะนั้น การที่ผู้ใดจะเลื่อมใส ก็ต้องเลื่อมใสโดยการพิจารณาความลึกซึ้งของพระวินัยว่า ลึกซึ้งโดยกิจที่สมควรของบรรพชิต ซึ่งต่างกับกิจของฆราวาส

~เกิดมาแล้ว ก็ไม่ได้เข้าใจทุกอย่างที่เป็นธรรม จากโลกนี้ไปก็ยังคงยังไม่เข้าใจทุกชาติ เพราะฉะนั้น จะเริ่มเข้าใจธรรมก็ต่อเมื่อได้เริ่มฟังพระธรรม แล้วก็เป็นผู้ที่มั่นคงว่า สิ่งที่มีจริงคนอื่นไม่สามารถที่จะบอกให้คนอื่นได้เข้าใจได้เลยนอกจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อทรงตรัสรู้แล้วก็ทรงแสดงพระธรรมให้คนอื่นได้เข้าใจ ว่า ทุกคำที่เราได้ฟัง เป็นคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่กล่าวถึงสิ่งที่กำลังมีเดี๋ยวนี้ไม่ว่าขณะไหนเมื่อไหร่ ให้เข้าใจความจริง

~คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังคงเป็นคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเปลี่ยนไม่ได้ เพราะฉะนั้น แม้ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน เมืองสาวัตถี  คนอื่นก็กล่าวคำของพระองค์ได้ในที่อื่นๆ ก็ยังคงเป็นคำของพระองค์   ไม่ว่ายุคใดสมัยใด คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็เปลี่ยนไม่ได้

~เกิดมาแล้ว คิดถูก รู้ว่า อะไรถูกอะไรผิด สมควรหรือไม่สมควร แล้วก็พูดถูก พูดสิ่งที่จริงและมีประโยชน์แล้วก็ทำถูกต้องด้วย เกิดมามีประโยชน์มาก เพราะเหตุว่า ได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ทั้งสิ้น

~เราเป็นมิตรที่หวังดี ไม่สำคัญว่าใครจะรักจะชังใครจะโกรธจะเกลียด จะว่าอย่างไรก็ตาม  แต่ว่าพระธรรม คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ควรกล่าวหรือไม่ ควรเปิดเผยหรือไม่ ควรทำให้เจริญรุ่งเรืองเพราะมีคนเข้าใจเพิ่มขึ้น หรือไม่ ก็จบหน้าที่ของชาวพุทธ

~การทำประโยชน์ให้คนอื่น นั่นคือ การทำประโยชน์ตน ขัดเกลากิเลสของตน เสียสละ สามารถที่จะทำให้คนอื่นได้ทุกอย่าง ไม่สนใจว่าใครจะรักใครจะชังจะกล่าวว่าอย่างไรก็แล้วแต่  แต่การศึกษาธรรมเพื่อขัดเกลากิเลส เพราะฉะนั้น   ทุกอย่างที่เป็นความดี ขณะนั้น เป็นการสละกิเลส

~โทษ มี กลบเกลื่อน ปิดบัง ปกปิด มีประโยชน์ไหม? ไม่มีประโยชน์
แล้วใครจะเห็นโทษ แต่เมื่อเป็นโทษแล้วไม่มีใครรู้ว่านั่นเป็นโทษ ก็ควรจะเปิดเผยให้เขาได้เข้าใจถูกต้องว่านั่นเป็นโทษ  เพื่อเขาจะได้สำนึกแล้วก็ละโทษนั้นเสีย

~เด็กทำผิด ผู้ใหญ่เฉยไหม ปล่อยให้ทำผิดไป? เพื่อนฝูง ทำไม่ถูก เข้าใจผิด ปล่อยให้เขาเข้าใจผิดไป? หรือ สามารถที่จะช่วยให้เขาได้เข้าใจถูกต้องว่า ที่ถูกคืออะไร   ก็ควรทำประโยชน์ เกิดมาแล้วก็ต้องทำประโยชน์ และประโยชน์ที่มีค่าที่สุด คือ ได้มีโอกาสได้รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยการเข้าใจธรรม ถ้าไม่เข้าใจธรรม ไม่มีทางที่จะรู้ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นใคร ได้ยินแต่ชื่อกราบไหว้ทุกอย่าง แต่ว่าไม่รู้ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติพระวินัยเพื่ออะไร และทรงแสดงธรรม เพื่ออะไร เพื่อกำจัดกิเลส

~คนที่เห็นประโยชน์จริงๆในชีวิต ก็จะเห็นว่า ทรัพย์สมบัติก็เอาไปไม่ได้ ทุกอย่างเอาไปไม่ได้เลยแต่ความดีความเข้าใจธรรม ก็จะนำต่อไปให้เป็นคนที่สะสมที่จะเป็นบุคคลที่ดีต่อไปในชาติต่อๆไปจนกว่ากิเลสจะหมด

~ธรรม ลึกซึ้ง อย่าคิดว่า ธรรมง่ายๆ ถ้าง่ายต้องฟังไหม ถ้าง่าย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องบำเพ็ญบารมีที่จะตรัสรู้ไหม และพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรม ๔๕ พรรษา ถ้าง่ายก็ไม่ต้องถึง ๔๕ พรรษาใช่ไหม? แต่นี่ทรงแสดงพระธรรมถึง ๔๕ พรรษา เพราะรู้ว่า กว่าคนจะเข้าใจขึ้นๆ ต้องทรงพระมหากรุณาแสดงอย่างละเอียดแค่ไหน

~เข้าใจผิด คิดว่าพระพุทธศาสนา ง่าย ไม่ต้องเรียน ก็ได้ คิดได้อย่างไร นี่อันตรายที่สุด ที่ประมาทคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~คนที่เคยฟังคำสอนอื่น ไปหลงผิด ไปปฏิบัติผิดมา แต่เพราะการที่เคยสะสมความเป็นผู้มีเหตุผล ความเป็นผู้ตรง ความเป็นผู้เห็นสาระของการเข้าใจสิ่งที่จริง ไม่ต้องการสิ่งที่ไม่จริง พอได้ฟังธรรม เขาเปลี่ยนเลย เพราะเหตุว่า เขารู้ว่าที่ผ่านมาแล้วทั้งหมด ไม่ใช่ความถูกต้อง ไม่จริง ไม่ใช่ความเข้าใจใดๆเลยทั้งสิ้น

~เวลาที่ท่านโกรธ บางครั้งท่านบอกว่าต้องโกรธ ควรโกรธ ไม่โกรธไม่ได้ ใช่ไหม? สติไม่ได้เกิดขึ้น ปัญญาไม่ได้เห็นสภาพธรรมตามความเป็นจริง ไม่เห็นโทษ ไม่เห็นภัยว่า โทสะเป็นอกุศล ไม่ว่าจะน้อยหรือจะมาก ก็เป็นอกุศลแล้ว

~ธรรมที่เป็นฝ่ายกุศลที่สะสมมายังไม่มากพอที่จะเท่ากับทางฝ่ายอกุศล ถ้าเห็นอย่างนี้จริงๆ ก็ยิ่งต้องเพิ่มความเพียรทางฝ่ายกุศลขึ้น ความเพียรขั้นต้นของการเจริญกุศล ก็คือ ต้องเพียรฟังพระธรรมให้เข้าใจเพิ่มขึ้น ไม่ใช่วันนี้วันเดียว แต่ว่าในวันอื่นๆต่อไปด้วย

~ต้องเป็นผู้ที่ตระหนักดีถึงความไม่รู้ของตนเอง แล้วก็รู้ว่า หนทางเดียวจริงๆ  คือ อาศัยพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ดีแล้ว พระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง เพื่ออนุเคราะห์เรา ไม่ใช่ให้เราไปคิดเอง แล้วก็คิดว่าพระองค์ตรัสอย่างนี้ หมายความว่าอย่างนั้น แต่ต้องเป็นผู้ที่รู้ว่า ทุกคำ เรายังไม่ได้เข้าใจเลย

~พระธรรม เป็นสิ่งที่ควรอย่างยิ่งแก่การได้ยินได้ฟัง ด้วยความเคารพในความลึกซึ้งของผู้ที่ทรงตรัสรู้ความจริง และทรงแสดงความจริงของสิ่งที่กำลังปรากฏในขณะนี้ ด้วยพระมหากรุณาที่จะให้คนอื่นได้เข้าใจถูก ได้เห็นถูก

~ประโยชน์ของการเข้าถึงความจริงของสภาพธรรม คือ มั่นคงที่จะเข้าใจว่า ขณะนี้เป็นธรรมที่เป็นอนัตตา ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชา เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป

~ธรรม เป็นปกติ คนส่วนใหญ่คิดว่า ธรรมต้องไปทำให้มีขึ้น ให้เกิดขึ้น แต่ว่า ตามความเป็นจริงตลอดชีวิต ทุกชีวิตในสังสารวัฏฏ์ เป็นธรรมทั้งหมด ไม่มีขณะไหนที่ไม่ใช่ธรรมเลย เพราะฉะนั้น การรู้จักธรรม ไม่ใช่ต้องไปทำอะไรให้เกิดเลย เพียงแต่ว่าสิ่งที่กำลังมีในขณะนี้ ฟังแล้ว
ก็รู้ว่า ปัญญาสามารถรู้ว่า สิ่งที่ได้ยินได้ฟัง  เป็นคำจริงทุกคำ

~พระธรรมวินัย ยังมีอยู่ครบถ้วน พร้อมที่จะให้ผู้มีศรัทธาและมีความเคารพในพระรัตนตรัย ศึกษาด้วยความเคารพ ด้วยการพิจารณาไตร่ตรอง ไม่บิดเบือน ไม่แก้ไข

~ได้ยินสิ่งที่มีค่าที่ประเสริฐที่สุด คือ พระธรรม ดีกว่าได้ยินเรื่องอื่น เพราะได้ยินเรื่องอื่นก็ได้ยินมามากแล้ว แต่ขณะนี้ ได้ฟังเรื่องที่จะทำให้เกิดความเข้าใจซึ่งเป็นประโยชน์กับชีวิต ไม่ใช่เฉพาะชาตินี้ชาติเดียว ความเข้าใจจริงๆจะสะสมสืบต่อไปถึงชาติต่อไปด้วย

~ต้นเหตุของทุกปัญหา ก็คือ ความไม่รู้ จะแก้ได้ ก็ต่อเมื่อเป็นความรู้จริงๆ เพราะถ้าเราเข้าใจธรรม เรารู้ว่าอะไรดี อะไรชั่วจริงๆ อะไรถูกอะไรผิดจริงๆ ความรู้นั้นต่างหาก ที่จะนำชีวิตไปในทางที่ถูกต้อง ในทางที่เป็นกุศล ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็ยืนหยัดในความถูกต้องในทางที่เป็นกุศลที่ดีงาม จะไม่ทำชั่ว เพราะปัญญา

~คิดว่าทำร้ายคนอื่น แต่หารู้ไม่ว่า ก่อนทำร้ายคนอื่น ทำร้ายตนเองแล้ว ถ้าเข้าใจถูกอย่างนี้จะดีขึ้นไหม จะไม่ทำร้ายใครเลย  เพราะว่าการทำร้าย เกิดขึ้น จากจิตของเราที่เลวต่างหาก เพราะจิตเลว จึงสามารถทำสิ่งที่เลวได้ เพราะฉะนั้น โลกจะสงบขึ้นไหม ถ้าทุกคนเป็นคนดีเพิ่มขึ้น ประเทศชาติจะมั่นคงขึ้นไหม  ถ้าทุกคนเป็นคนดีเพิ่มขึ้น

~พระธรรม ยิ่งเปิดเผยยิ่งรุ่งเรือง เพื่อให้คนได้เข้าใจถูก คนที่เห็นผิดจะได้รู้ว่าความจริงคืออย่างไร ที่ถูกคืออย่างไร เป็นประโยชน์สำหรับเขาที่จะไม่ไปหาความเห็นอื่น

~ขณะที่ไม่อภัย เป็นโทษกับใคร? เป็นโทษของผู้นั้น ก็สะสมไป ใครก็เอาออกไม่ได้ ตราบใดที่ยังไม่อภัย เพราะฉะนั้น ปัญญาเท่านั้น ที่เห็นโทษของอกุศล รู้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรเลยทั้งสิ้น กั้นกุศลด้วย

~พระปัญญาคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้สัตว์โลกได้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง ว่า ไม่มีเรา แต่ว่ามีธรรมเท่านั้นแต่ละหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยแล้วดับไป ก็ทรงแสดงความละเอียดยิ่ง ฟังวันนี้ ไม่ใช่จะรู้วันนี้ อีกกี่กัปป์? อยู่มาแล้วกี่กัปป์ ด้วยความไม่รู้ แล้วจะอยู่ไปอีกกี่กัปป์ ด้วยการที่ความรู้จะค่อยๆ
เพิ่มขึ้น


~ทุกคนมีกิเลส ก่อนฟังพระธรรมก็มีความประพฤติเป็นไปตามกิเลสมากมาย แต่พอได้ฟังพระธรรมแล้ว รู้ว่าสิ่งใดผิด สิ่งใดถูก ก็ทิ้งในสิ่งที่ผิด ไม่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

~ปัญหาเด็ก  ก็ร้อนสำหรับเด็ก ปัญหาการเมืองปัญหาทุกอย่าง ร้อนหมด แต่ว่า ถ้าสามารถที่จะช่วยกันแก้ด้วยความเห็นที่ถูกต้องว่า อะไรถูกอะไรผิด คงค่อยๆ แก้   ปัญหาก็ลดลง ถ้าหลายคนได้ฟังพระธรรมแล้ว รู้ว่า อะไรถูก อะไรผิด แล้วต่างคนต่างทำสิ่งที่ถูกต้อง ก็หมดปัญหา.

 

ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ


ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๐๖

 


...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...  



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
มกร
มกร
วันที่ 9 มิ.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 9 มิ.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 9 มิ.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
panasda
วันที่ 9 มิ.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 10 มิ.ย. 2562

   ...ขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ...

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
jaturong
วันที่ 10 มิ.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 10 มิ.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ