ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๐๖
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  2 มิ.ย. 2562
หมายเลข  30902
อ่าน  1,003

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม)   ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง  รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน    เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง  แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง  ดังนี้


ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๐๖



~ขณะนี้  เป็นโอกาสที่มีค่าที่สุดที่จะทำให้ได้เข้าใจความจริงของสิ่งที่มีจริงในขณะนี้ จากการได้ฟังพระธรรมที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และทรงแสดงตลอด๔๕ พรรษา  ซึ่งเป็นสิ่งที่มีจริงตั้งแต่เกิดจนตาย  ที่ใคร ๆ ก็คิดเอาเองไม่ได้   จะเข้าใจได้ก็ต้องอาศัยการฟังพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง

~สิ่งที่มีจริง ๆ ในขณะนี้   ไม่มีใครบันดาลหรือเปลี่ยนแปลงบังคับบัญชาได้    เกิดขึ้นแล้วเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย     ถ้าไม่ได้ฟัง  ไม่ได้ศึกษาให้เข้าใจ  ก็จะจากโลกนี้ไปด้วยความไม่รู้

~ก่อนที่จะเกิด ไม่มีคนนี้เลยที่จะเข้าใจว่าเป็นเรา แต่เมื่อเกิดแล้ว ก็เหมือนกับว่ามีเราอยู่ในโลก สุขบ้าง ทุกข์บ้าง ไม่มีใครสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต   ซึ่งแต่ละขณะนี้ต้องเกิดขึ้นเป็นไปตามปัจจัย แล้วก็ไม่มีอะไรเหลือ    แล้วจะมีประโยชน์อะไรกับการที่เกิดมา ก็จะจากโลกนี้ไปด้วยความไม่รู้

~บุคคลที่ได้ฟังพระธรรม  ย่อมได้ลาภที่ประเสริฐที่จะทำให้ได้เข้าใจถูกเห็นถูก  ซึ่งก็คือได้เข้าใจสิ่งที่มีจริง ๆ ในขณะนี้   เมื่อฟังต่อไป  ความเข้าใจก็จะค่อย ๆ    เจริญขึ้น เกิดในภพหนึ่งชาติใด  เพราะเคยได้ฟังพระธรรมมาแล้ว ก็จะเป็นเหตุให้ได้ฟังต่อ  ได้อบรมเจริญปัญญาต่อไปอีก 

~สิ่งที่มีจริงในขณะนี้ ไม่ง่ายที่จะรู้    แต่ก็สามารถที่จะเริ่มเข้าใจได้    โดยจะต้องเป็นผู้ตรง  ว่า ศึกษาเพื่อจุดประสงค์เดียวเท่านั้น  คือ ฟังให้เข้าใจสิ่งที่มีจริงตามความเป็นจริง

~
เพราะความไม่รู้ จึงทำให้ชีวิตดำเนินไปด้วยความไม่รู้   แต่ถ้ามีความรู้  คือ   ปัญญาเพิ่มขึ้น  จากที่ไม่รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว  อะไรผิด อะไรถูก    ชีวิตก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ถูกที่ควร คล้อยตามปัญญาที่    ค่อย ๆ เจริญขึ้น  ทำให้พ้นจากความประพฤติที่จะเป็นเหตุนำความทุกข์มาให้

~
เมตตา ควรเจริญให้มาก   เมื่อมีเมตตา  ก็จะไม่ทะเลาะกัน     ก็จะเป็นเหตุให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข   เอาใจเขามาใส่ใจเรา สิ่งที่เราชอบคนอื่นเขาก็ชอบด้วย    สิ่งไหนที่เราไม่ชอบ คนอื่นเขาก็ไม่ชอบเช่นกัน    สิ่งไหนที่เราไม่ชอบ  เราก็ไม่ควรเอาไปให้คนอื่น   เราจะเป็นกันเองกับทุกคน  เข้ากันได้กับทุกคน  ไปไหนมาไหนโดยไม่ต้องกลัวภัยอันตรายใด ๆ เพราะเราไม่เคยคิดร้ายกับใคร

~
พระธรรม มีคุณค่ามีประโยชน์ยิ่งกว่าทรัพย์สมบัติใด ๆ เป็นรัตนะที่มีค่าสูงสุด  ทรัพย์สมบัติใด ๆ    ที่มีค่าในโลกนี้ทำให้ติดข้อง   ทำให้หลง  ทำให้กิเลสเกิดมากขึ้น  แต่พระธรรมที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ฟังแล้วทำให้ระงับกิเลส  ทำให้ได้เข้าใจความจริง  ทำให้รู้จักเว้นในสิ่งที่ควรเว้น  ประพฤติในสิ่งที่ควรประพฤติ  ย่อมจะเป็นเหตุให้ประสบกับความสุข   และความเจริญตามระดับของปัญญาที่แต่ละคนได้สะสมมา

~
กรรมที่ได้กระทำแล้ว    สำเร็จไปแล้ว เกิดแล้วดับแล้ว    จะไปแก้  จะไปลบล้างได้อย่างไร   ก็เป็นเรื่องของความไม่รู้ไม่เข้าใจ เพราะความไม่รู้จึงทำให้มีการกระทำที่เป็นไปกับด้วยความไม่รู้ ซึ่งตามความเป็นจริงแล้ว ไม่มีใครแก้กรรมหรือลบล้างกรรมได้    ก่อนอื่นจึงต้องเริ่มต้นที่การศึกษาพระธรรมให้เข้าใจจริง ๆ  

~
ประโยชน์ของการฟัง ก็คือ สามารถที่จะเข้าใจได้  เมื่อเข้าใจแล้วก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนได้   แต่ถ้าไม่เข้าใจก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ด้วยเหตุนี้  ขณะนี้  สิ่งที่มีจริงไม่ว่าจะมองเห็นหรือมองไม่เห็นก็ตาม เมื่อเกิดแล้วดับ เป็นขันธ์ทั้งนั้น  ซึ่งสิ่งที่เกิดดับมีความหลากหลายมาก    เกิดแล้วดับไม่กลับมาอีกเลยสักขันธ์เดียว   แต่เพราะไม่รู้จึงหลงยึดถือในสิ่งที่เพียงปรากฏแล้วหมดไป  

~
เมื่อศึกษาพระธรรมแล้วก็จะเข้าใจได้ว่า  โรคอะไรน่ากลัวที่สุด  ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรมก็อาจจะบอกว่าโรคมะเร็งบ้าง โรคใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นบ้าง เป็นต้น   แต่โรคเหล่านี้ ก็ยังพอมียารักษาได้ บางคนถึงกับหายขาดเป็นปกติก็มี   แต่โรคทางใจนี้    จะได้ยาจากที่ไหนในการรักษา  ซึ่งตอนนี้ก็รู้แหล่งที่มาแล้วว่า จะหาได้จากที่ไหน  คือ จากพระธรรมที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง  ถ้าหาแหล่งที่มาไม่พบ  ก็ไม่สามารถ  ที่จะรักษาโรคทางใจได้   

~
พระธรรมมีหลากหลายมาก   พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโดยละเอียดโดยประการทั้งปวงตลอด ๔๕ พรรษา  แล้วมีผู้ที่ทรงจำคำสอนสืบทอดกันมาจารึกเป็นตัวหนังสือ    ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับคนทุกยุคทุกสมัย  สำหรับคนในยุคนี้  ไม่ได้ฟังพระธรรมโดยตรงจากพระโอษฐ์ แต่ก็สามารถที่จะรู้ว่าพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมอะไร   จากการที่จะได้ฟัง ได้ศึกษาด้วยความละเอียดรอบคอบ จริงใจเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกเท่านั้นจริง ๆ

~
การฟังพระธรรมมีประโยชน์มากมายมหาศาล  การฟังเป็นความดี เป็นเหตุให้การฟังเจริญ  เมื่อมีการฟังครั้งหนึ่งแล้ว    ผู้ที่เห็นประโยชน์จะไม่หยุดอยู่แค่นี้   ก็จะมีความอดทน มีความเพียร ที่จะฟังที่จะศึกษาต่อไปอันเป็นโอกาสที่มีค่าที่สุดสำหรับชีวิต    ผู้ที่สะสมเหตุที่ดี  มีศรัทธา เห็นประโยชน์ของการได้เข้าใจพระธรรมมาแล้วจึงมีโอกาสได้ฟังได้ศึกษา  ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้ฟัง  

~
ขณะนี้เป็นความจริงที่สุด   เมื่อวานนี้หมดไปแล้ว    พรุ่งนี้ยังไม่มาถึง   เมื่อเช้านี้ก็หมดไปแล้ว   ตอนเย็นก็ยังไม่มาถึง       ความจริง คือ ขณะนี้    ไม่มีอย่างอื่นจริงแท้แน่นอนกว่านี้    แล้วใครจะรู้ความจริงในขณะนี้ได้  ถ้าไม่ได้อาศัยการตรัสรู้ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า

~ต้องมีความเคารพสูงสุดว่าแต่ละคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องศึกษาเพราะฉะนั้นชาวพุทธที่ไม่ศึกษาพระธรรมพุทธะอยู่ที่ไหนเพราะพุทธะคือปัญญาเพราะฉะนั้นถ้าไม่มีการฟังให้เกิดความเห็นถูกจะกล่าวว่าผู้นั้นเป็นสาวกหรือว่าเป็นชาวพุทธคือผู้รู้ความจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประกาศสิ่งที่มีในขณะนี้ตามความเป็นจริงของสิ่งนั้นให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ได้อย่างไร

 

~สิ่งใดเป็นเหตุสิ่งใดเป็นผล ถ้ามีความเข้าใจถูกต้อง จะทำสิ่งที่ไม่ดีที่เป็นอกุศลไหม? ถ้ารู้ว่ากรรมที่เป็นอกุศลจะให้ผลอย่างไร  จะทำสิ่งที่ไม่ดีที่เป็นอกุศลไหม?  แต่ถ้าไม่รู้ว่าอกุศลจะให้ผลอย่างไร ก็กล้าที่จะทำสิ่งที่ไม่ดีต่อไป

 

~ การได้เข้าใจธรรม ก็เหมือนปาฏิหาริย์ ที่ทำให้รู้ว่า อะไรถูก อะไรผิด ความเข้าใจถูก จะไม่นำไปสู่การกระทำที่ผิด เพราะฉะนั้น ถ้าตราบใดที่ยังมีความไม่รู้ ใครๆก็ทำอะไรไม่ได้ เปลี่ยนใครก็ไม่ได้ นอกจากคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นปาฏิหาริย์ทำให้จากความไม่รู้ค่อยๆรู้ขึ้น เมื่อรู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว เป็นปัญญาซึ่งไม่ใช่เรา    ปัญญาก็นำไปสู่สิ่งที่ดีทั้งหมด

~ถ้ามีความเข้าใจถูกต้องขึ้น ความดีก็เพิ่มขึ้น  เพราะฉะนั้น หนทางเดียวที่จะแก้ทุกทุกอย่างที่เลวร้ายได้ ก็คือ ให้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีความเข้าใจที่ถูกต้อง  เห็นชั่วเป็นดีแล้วก็ประพฤติชั่ว แล้วคิดว่าไม่มีผล แต่ความจริงทั้งหมดเป็นธรรม   ธรรมที่เป็นเหตุเกิดแล้ว  ต้องเป็นปัจจัยให้เกิดธรรมที่เป็นผลของเหตุนั้น

~ปัญญาเห็นถูกต้อง ว่า ดีเป็นดี ชั่วเป็นชั่ว เมื่อเห็นอย่างนี้แล้วปัญญานั่นเองก็จะรู้ว่าควรจะอบรมเจริญสิ่งใดให้มากขึ้น เพราะฉะนั้น ถ้ามีปัญญาแล้วความดีทั้งหลายก็จะเจริญขึ้น ความไม่ดีทั้งหลายก็ลดน้อยลงจนไม่เหลือได้

~ถ้าเป็นผู้ที่หวังดีจริงๆ จะเป็นผู้ที่กล่าวคำที่ถูกต้องเพื่อให้เขาเข้าใจถูก เขาจะโกรธ เขาจะเกลียด เขาจะไม่ชอบ ไม่เห็นสำคัญเลย เขาไม่สามารถที่จะลบล้างความหวังดีของเราได้

~เคยโกรธใคร จะไม่ให้อภัยคนนี้แล้ว แต่ธรรมเตือนใจ มาแล้ว ความโกรธเป็นธรรม ไม่ใช่เรา เป็นอกุศลธรรม เกิดแล้วจะสะสมสืบต่อไปทุกชาติ เพราะฉะนั้น ขณะนั้น อภัยเลยทันทีหรือยัง?

~ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ จะต้องสิ้นสุดความเป็นบุคคลนี้แน่นอน กลับมาเป็นบุคคลนี้อีกไม่ได้ เหมือนกับชาติก่อนที่ผ่านมา การมีโอกาสได้ฟังพระธรรม ประเสริฐกว่าการที่จะตายไปโดยไม่ได้ฟังพระธรรมเลย เพราะไม่ได้ฟังพระธรรม ความไม่รู้จึงมีเพิ่มมากขึ้น

~ถ้าสามารถจะทำให้คนอื่นได้เข้าใจว่าอะไรผิด อะไรถูก เป็นประโยชน์ไหม มีเมตตาไหม ไม่ใช่เห็นแก่ตัว แต่รู้ว่าคนอีกมากที่ไม่ได้เข้าใจพระธรรมอย่างถูกต้อง พระวินัย พระสูตร ก็ไม่ได้ศึกษาเลย เพราะฉะนั้น พระธรรมยิ่งเปิดเผยยิ่งรุ่งเรือง ถ้ามีความเมตตา มีความหวังดี มีความเป็นเพื่อนกับคนที่เห็นผิด ก็ต้องพูด ต้องเปิดเผยพระธรรมวินัย ให้เขาได้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง

~ต่างก็ไม่รู้ ไม่ได้ศึกษาพระธรรมวินัย เพราะฉะนั้น ต่างก็เข้าใจสิ่งที่ตนประพฤติปฏิบัติว่าเป็นการปฏิบัติตามพระธรรมวินัย หรือ คิดที่จะแก้ไขพระธรรมวินัย ไม่ได้สำนึกเลยว่า ใครเป็นผู้ที่ประเสริฐที่สุดในโลก และคำใดของผู้ที่บรรลุเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ไม่มีคำใดที่ใครบังอาจที่จะไปแก้สิ่งที่พระองค์ได้ทรงบัญญัติไว้แล้ว เพราะว่า ถ้าใครคิดจะแก้ไขพระธรรมวินัย หมายความว่า เขาเข้าใจว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารู้น้อยกว่า เขาจึงสามารถที่จะแก้ไขคำที่ผู้ที่เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้วได้ ซึ่งอันนี้ก็เป็นการทำลายพระพุทธศาสนา.
   

ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ


ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๐๕

 


...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...  



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
มกร
มกร
วันที่ 2 มิ.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
panasda
วันที่ 2 มิ.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
peem
วันที่ 3 มิ.ย. 2562

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 3 มิ.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
jaturong
วันที่ 4 มิ.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 4 มิ.ย. 2562

    ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 5 มิ.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 8 มิ.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ