ณ กาลครั้งหนึ่ง
 
nattawan
nattawan
วันที่  21 พ.ค. 2562
หมายเลข  30875
อ่าน  237

     ณ กาลครั้งหนึ่ง  ทุกอย่างมีเมื่อเกิดปรากฏแล้วก็หมดไปไม่กลับมาอีก  เป็นเพียง ณ กาลครั้งหนึ่ง ซึ่งเกิดเพราะเหตุปัจจัย  แต่เมื่อไม่รู้ก็ติดอยู่กับอดีตที่ดับไปแล้ว  จึงควรเห็นประโยชน์ของการเข้าใจสิ่งที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง

     จากการสนทนาธรรมที่บ้านอัมพวารีสอร์ทแอนด์สปา จ.สมุทรสงคราม ๑๑ ต.ค. ๕๕

     ในขั้นการฟังขณะนี้แม้สภาพธรรมะจะเกิดขึ้นและดับไปไม่เหลือเลย  แต่ก็ไม่ใช่จะปรากฏว่าเป็นอย่างนั้น  เพราะฉะนั้น  การฟังก็มีความเข้าใจจริง ๆ อย่างมั่นคงว่าทุกอย่างเป็นอย่างนี้  ฟังจนสาารถชำระจิตที่เคยเต็มไปด้วยเรื่องราวอื่น ๆที่ทำให้มีการผูกพันยึดมั่นว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด  หรือมีความไม่พอใจ  ขุ่นเคืองใจใด ๆ ทั้งหมดที่มีค่อย ๆ จางลงและประกอบด้วยความเห็นถูกตามความเป็นจริงว่าแท้จริงแล้วทุกสิ่งทุกอย่างมีเมื่อปรากฏแล้วหมดไป  ถ้ามีความเข้าใจจริง ๆ และมีความจำที่มั่นคง  เวลาที่สิ่งหนึ่งสิ่งใดจะเกิดปรากฏเฉพาะหน้าก็สามารถเข้าใจความจริงของสิ่งนั้นได้  แต่ไม่ใช่หมายความว่าขณะนี้สภาพธรรมะกำลังเกิดดับแล้วจะรู้ได้อย่างไร...เป็นไปไม่ได้เลย  นอกจากมีความเข้าใจขึ้นและค่อย ๆ มั่นคงขึ้น  เป็นปกติ  เพราะทุกขณะไม่มีใครสามารถบันดาลดลให้เกิดขึ้นตามใจชอบได้เลย  แต่ก็เกิดแล้วทุกวัน  เมื่อวานนี้ก็เป็น ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ผ่านไปแล้วตามวันเดือนปีว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่  อีกไม่นานก็ถึงพันปีสองพันปีต่อ ๆ ไปทุกขณะก็เป็นเพียง ณ กาลครั้งหนึ่ง

     กว่าจะได้ฟังจนมีความเข้าใจที่มั่นคงจริง ๆ ว่าพระผู้มีพระภาคทรงตรัสรู้ความจริงของสิ่งที่กำลังเกิดดับขณะนี้  แต่ก็ได้บำเพ็ญพระบารมีคือคุณความดีทั้งหลายที่จะชำระจิตจากความเน่าเป็นขยะว่าเป็นพิษเป็นโทษภัย  จนสะอาดแข็งแรงมั่นคงพอที่จะกล้าพบกับความจริง คือ ในขณะนี้ทุกสิ่งที่กำลังปรากฏไม่เหลือเลย  แต่ในความจำนานแสนนานมาแล้วหลายภพชาติก็จำว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เที่ยง  มีอัตตาคือความเป็นตัวตนเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด  สัญญาคือความจำ  พอเห็นก็จำได้เลย  แสดงให้เห็นว่ากว่าปัญญาจะค่อย ๆ เข้าใจ  ถ้าไม่มีความเข้าใจเพิ่มขึ้นแล้วคิดว่าจะไปรู้ความจริงของสภาพธรรมะที่กำลังปรากฏในขณะนี้เป็นไปไม่ได้เลย  เพราะขณะนั้นเป็นตัวตน  เป็นเรา  เป็นความต้องการ  เป็นความไม่รู้  ครบทั้งหมดแล้วจะไปรู้ความจริงได้อย่างไร

     ฟังธรรมเพื่อเข้าใจขึ้นในสิ่งที่มี  แล้วจะรู้ว่ามีแล้วโดยไม่ต้องมีใครไปทำอะไรเลยทั้งสิ้น  แทนที่คิดจะทำก็เป็นเข้าใจสิ่งที่มี  ในขณะนี้แต่ละหนึ่งจากการฟังรู้ว่าเป็นสิ่งที่มีปัจจัยเกิดแล้วดับและไม่กลับมาอีก  จะเป็นอันเก่าได้อย่างไร

     ตั้งนานแสนนานมาแล้วก็มีธรรมะสิ่งที่มีจริงเป็นธาตุซึ่งใครก็เปลี่ยนลักษณะนั้นไม่ได้  แล้วธาตุก็มีมากมายประมาณไม่ได้เลย

     แม้ในวันนี้เองจิตเกิดดับสืบต่อ  ขณะนี้ไม่ใช่ขณะก่อนและไม่ใช่ขณะต่อไปด้วย  แต่ละหนึ่งขณะใครจะนับได้ว่าหลากหลายมากมายสักเท่าไหร่  แต่ก็เป็นสิ่งซึ่งเมื่อความจริงเป็นอย่างนี้  ผู้ที่ต้องการรู้ความจริง  เกิดมามีสิ่งที่ปรากฏและความจริงของสิ่งที่ปรากฏเป็นอย่างไร  ถ้าไม่อยากจะรู้เลยก็ไม่มีทางจะรู้ได้เลย  แต่ถ้าคิดว่าเกิดมาแล้วมีสิ่งที่ปรากฏให้เห็นให้ได้ยิน  ควรเข้าใจถูกต้องในสิ่งที่มีหรือเปล่าว่าคืออะไรแน่

     กราบบูชาคุณท่านอ.สุจินต์  บริหารวนเขตต์ด้วยความเคารพยิ่ง



  ความคิดเห็นที่ 2  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 22 พ.ค. 2562

  ณ กาลครั้งหนึ่ง ทุกอย่างมีเมื่อเกิดปรากฏแล้วก็หมดไปไม่กลับมาอีก เป็นเพียง ณ กาลครั้งหนึ่ง ซึ่งเกิดเพราะเหตุปัจจัย แต่เมื่อไม่รู้ก็ติดอยู่กับอดีตที่ดับไปแล้ว จึงควรเห็นประโยชน์ของการเข้าใจสิ่งที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง   

 ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตค่ะ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
Hanoy
Hanoy
วันที่ 23 พ.ค. 2562

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ