อวิชชาก็มาก โลภะก็ฉลาด
 
nattawan
nattawan
วันที่  22 พ.ค. 2562
หมายเลข  30879
อ่าน  276

 

   อวิชชาก็มาก โลภะก็ฉลาด  เดี๋ยวนี้มีสิ่งที่กำลังปรากฏ  อาจหาญที่จะรู้ว่านั่นเป็นธรรมะหรือเปล่า  นั่นส่องให้เห็นถึงการสะสมในอดีตว่าปัญญาน้อยแต่อวิชชามหาศาล  และโลภะก็ฉลาดที่จะพาไปด้วยความไม่เข้าใจ  ต้องเป็นปัญญาจริงๆ จึงจะเป็นหนทางที่จะดับกิเลสได้  จึงควรสะสมอบรมปัญญาและความดีทุกประการ

     จากการสนทนาพระสูตร ที่ มศพ. ๑๓ ส.ค. ๕๔

     รอบรู้จริงๆ จึงจะสามารถเข้าใจลักษณะของสภาพธรรมะเมื่อสติสัมปชัญญะรู้เฉพาะลักษณะของธรรมะทีละอย่าง  แล้ววันนี้ตั้งกี่อย่าง  ธรรมะทั้งนั้นแต่ไม่รู้เลยสักอย่าง  รู้บ้างหรือยังในทีละหนึ่ง  แข็งปรากฏตั้งแต่เช้า  เห็นก็มีสิ่งที่ปรากฏทางตาตั้งแต่เช้ามา  หลากหลายมาก  รวดเร็วมากและไม่กลับมาอีกเลยสักอย่างเดียว 

     ไม่ต้องเป็นห่วงจะไปรู้สิ่งที่ดับไปแล้ว  ไม่ต้องคร่ำครวญหาสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น  แต่เดี๋ยวนี้มีสิ่งที่กำลังปรากฏและฟัง  เป็นผู้ตรงที่จะรู้จักตัวเองว่าฟังแล้วกำลังเข้าใจเห็น  เฉพาะเห็น  วิตกไม่เกิดพาไปที่อื่น  เพราะกว่าวิตกจะมาที่ลักษณะของสภาพธรรมะก็ต้องอาศัยความเข้าใจ  ไม่มีใครไปเดิน  ไปทำ  ไปปฏิบัติให้มาอยู่ตรงนี้ตรงนั้นก็ไม่ได้  แต่รู้ตามความเป็นจริงว่าทั้งหมดเป็นอนัตตา  กล้าหาญ  อาจหาญร่าเริงที่จะเข้าใจว่าเป็นธรรมะซึ่งไม่มีใครสามารถบังคับบัญชาได้  แต่เกิดเพราะเหตุปัจจัย  ถ้ามีปัญญาไม่ต้องห่วงเลยเพราะเป็นเรื่องของปัญญาที่เข้าใจถูกและเข้าใจขึ้นเมื่อมีการฟัง  ไตร่ตรอง  มีความเข้าใจขึ้นอีกก็เป็นความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ใครก็ยับยั้งไม่ได้  รู้ตามความเป็นจริงว่าเป็นธรรมะ  มั่นคงขึ้น  จึงจะเป็นปัจจัยให้ระลึกรู้และเข้าใจลักษณะของสภาพธรรมะที่ปรากฏ

     ขณะนี้มีแข็งก็จริง  ถ้ามีคนบอกให้รู้แข็งก็ได้  ไม่ยากเลย  เพราะแข็งมีแล้ว  แต่ไม่มีความเข้าใจและไม่ใช่สติสัมปชัญญะซึ่งเป็นอนัตตา  ไม่ได้ละความต้องการและไม่ได้ละความไม่รู้  ซึ่งไม่ใช่หนทาง

     อริยสัจ ๔ ลึกซึ้ง  แม้แต่หนทางก็เป็นปกติ  เพราะมีความเข้าใจตามความเป็นจริงว่าทั้งหมดเป็นธรรมะเกิดดับโดยไม่รู้  อวิชชามากมายและอย่างอื่นก็ไม่สามารถละอวิชชาได้เลย  ปราบโลภะด้วยตัวตนไม่ได้  โลภะเกิดมาก  ลองละดูสิ  มีแต่โลภะจะพาไป  เพราะได้ยินเพียงแต่ชื่อและขณะนั้นก็เป็นเราที่กำลังมีโลภะ  เข้าใจว่าเป็นเรา

     การเข้าใจธรรมะแม้ขณะนี้ก็ส่องไปถึงการสะสมที่สะสมมาแล้วนานว่ามีกิเลสมากน้อยแค่ไหน  กิเลสใดบ้าง  ระดับไหนบ้าง  จะละคลายได้อย่างไร  ถ้าไม่ใช่ปัญญาจริงๆ ก็ไม่ใช่หนทางที่จะทำให้อกุศลทั้งหลายลดน้อยลง  เพราะโลภะฉลาดแต่ไม่ใช่เข้าใจถูก  เพียงแต่พาไปตลอดเวลา  ไม่รู้ตัวเลยสักนิดเดียวว่าเป็นไปตามโลภะ  ถ้าปัญญาไม่เกิด  ถ้าต้องการเมื่อไหร่  ฉลาดไหม  รู้จักโลภะไหม  อยู่ไหน  มาหรือยัง  ไม่เห็นเลย  เพราะกำลังต้องการ  แล้วพาไปเลย  เก่งไหม  เพราะฉะนั้น  สะสมปัญญาและความดีทุกอย่างเพื่อจะให้มีกำลัง  ปัญญาไม่ทำให้เกิดอกุศล

      กราบบูชาคุณท่านอ.สุจินต์  บริหารวนเขตต์ด้วยความเคารพยิ่ง


  ความคิดเห็นที่ 2  
 
kullawat
วันที่ 24 พ.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 4 มิ.ย. 2562

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ