การฟังธรรมแต่ไม่ได้เจริญสติปัฎฐานจะเป็นปัจจัยให้บรรลุธรรมได้หรือไม่
 
ฉีฟ่งจื้อ
วันที่  6 ก.พ. 2562
หมายเลข  30454
อ่าน  104

เรียน  ท่านวิทยากร

       ขอเรียนถามว่าในสมัยพุทธกาลผู้ที่ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าแล้วบรรลุธรรมขั้นต่างๆ

ในอดีตชาติท่านเหล่านั้นเคยเจริญสติปัฎฐานมาก่อนหรือไม่ และในชาตินี้อาศัยการฟังอย่างเดียวโดยที่ไม่ได้เจริญสติปัฎฐานจะเป็นปัจจัยให้บรรลุได้หรือไม่ ขออนุโมทนาครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 6 ก.พ. 2562 14:28 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ทางสายเอก สายเดียว คือ การเจริญสติปัฏฐาน หรือ อริยมรรคมีองค์ 8 ซึ่งเป็นปัญญาขั้นปฏฺบัติ แต่กว่าจะถึงปัญญาขั้นปฏิบัติได้ ก็จะต้องเริ่มจากปัญญาขั้นการฟัง คือ ปริยัติ คือ การฟัง ศึกษาพระธรรม เมื่อปัญญาถึงพร้อม ปัญญาก็เกิดรู้ความจริงของสภาพธรรมในขณะนี้ว่าเป็นแต่เพียงธรรมไม่ใช่เรา นั่นคือ สติปัฏฐานเกิด เพราะฉะนั้น ฟังพระธรรม ก็เป็นปัจจัยให้สติปัฏฐานเกิด ครับ  ขณะที่ฟังธรรม ขณะที่เข้าใจ ก็เกิดมหากุศลจิตที่ประกอบด้วยปัญญา และ เมื่ออาศัยการฟังมากขึ้น เกิด กุศลจิตที่ประกอบด้วยปัญญามากขึ้น ในขั้นการฟัง ย่อมถึงปฏิบัติ คือ ขณะที่สติปัฏฐานเกิดรู้ความจริงของสภาพธรรมในขณะนี้ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา และ เมื่อมีการเกิดสติปัฏฐานบ่อยๆ ย่อมถึงปัญญาที่มีกำลัง เกิด วิปัสสนาญาณในแต่ละขั้น ซึ่งมีทั้งหมด 16 ขั้นไปตามลำดับ จนถึง มรรคจิต ผลจิตดับกิเลส ถึงความเป็นพระอริยบุคลได้ ครับ ซึ่งผู้ที่อบรมปัญญาเกิดสติปัฏฐาน ก็ต้องเคยอบรมในอดีต สะสมเหตุมาก่อนครับ

สมดังพระพุทธพจน์ที่ว่า ต้องอาศัยการฟังธรรม พิจารณาธรรมโดยแยบคาย และ

การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม คือ ปัญญาเกิดในขณะที่ฟังธรรมนั่นเอง ย่อมถึง

ความเป็นพระโสดาบันครับ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ - หน้าที่ 279
  
                    ๕.  ทุติยสาริปุตตสูตร           ว่าด้วยองค์ธรรมเครื่องบรรลุโสดา

           [๑๔๒๗]   ครั้งนั้น         ท่านพระสารีบุตรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ    ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว    นั่ง  ณ  ที่ควรส่วนข้างหนึ่งครั้นแล้วพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสถามท่านพระสารีบุตรว่า         ดูก่อนสารีบุตรที่เรียกว่า  โสตาปัตติยังคะ*  ๆ   ดังนี้   โสตาปัตติยังคะเป็นไฉน.           [๑๔๒๘]   ท่านพระสารีบุตรกราบทูลว่า              ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญโสตาปัตติยังคะ  คือ  สัปปุริสสังเสวะ       การคบสัตบุรุษ  ๑       สัทธรรมสวนะฟังคำสั่งสอนของท่าน  ๑  โยนิโสมนสิการ    กระทำไว้ในใจโดยอุบายที่ชอบ ๑ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ  ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ๑.           [๑๔๒๙]  พ.   ถูกละ ๆ  สารีบุตร โสตาปัตติยังคะ  คือ  สัปปุริสสังเสวะ ๑  สัทธรรมสวนะ ๑  โยนิโสมนสิการ ๑  ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ   ๑. ฯลฯ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 6 ก.พ. 2562 18:46 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

 การอบรมเจริญสติปัฏฐาน      เป็นหนทางที่พระอริยเจ้าทั้งหลายดำเนินมาแล้ว การอบรมเจริญสติปัฏฐาน  เป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่การดับกิเลสประการต่าง ๆ ได้ในที่สุด    สภาพธรรมที่ปัญญาจะประจักษ์แจ้งได้นั้น   ไม่พ้นไปจากสภาพธรรมที่กำลังปรากฏเกิดขึ้นเป็นไปในชีวิตประจำวัน ทั้งทางตา  ทางหู  ทางจมูก  ทางลิ้น  ทางกายและทางใจ   เพราะฉะนั้นแล้ว จึงต้องอาศัยการฟังพระธรรม  ศึกษาพระธรรม พิจารณาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ทั้งในเรื่องของรูปธรรม นามธรรมในชีวิตประจำวันบ่อย ๆ เนือง ๆ  เพื่อเป็นเครื่องปรุงแต่งให้สติเกิดขึ้นระลึกรู้ตรงลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ    ซึ่งจะเป็นไปเพื่อการละคลายความยึดถือในสภาพธรรมที่กำลังปรากฏว่าเป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นตัวตนได้  เพราะเหตุว่าไม่มีหนทางอื่นที่จะเป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์หมดจดแห่งสัตว์ทั้งหลายได้เลย   นอกจากการอบรมเจริญสติปัฏฐานในชีวิตประจำวัน  ซึ่งจะต้องมีรากฐานที่สำคัญจากการฟังพระธรรมให้เข้าใจ   ถ้าไม่มีความเข้าใจตั้งแต่ขั้นการฟัง แล้ว ปัญญาขั้นต่อไปๆ จนถึงการบรรลุมรรคผล ก็มีไม่ได้ ครับ 

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
lokiya
วันที่ 9 ก.พ. 2562 23:32 น.

สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ปูมณันญา
ปูมณันญา
วันที่ 13 ก.พ. 2562 10:19 น.

รู้สึกว่าเราโชคดีที่จะฟังธรรมะของท่านอาจารย์สุจินต์ ได้มีโอกาสฟังพระธรรมจริง คำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้านามว่าพระโคดมทรงแสดง ถ้าหากไม่มีท่านอาจารย์สุจินต์ พระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคงอันตธานไปจากใจเรา เพราะเราไม่เคยได้ฟังพระธรรมที่ลึกซึ้งแบบนี้จากใครในประเทศไทยเลย วิธีการสนทนาธรรมของท่านอาจารย์ทำให้เราเข้าใจธรรมะและตรวจสอบความเข้าใจในพระธรรมของเราได้เป็นอย่างดี ถ้าหากชีวิตนี้ของเราไม่มีโอกาสฟังพระธรรมที่ท่านอาจารย์สุจินต์กรุณาสอนพวกเรา เราคงจะเกิดตายเปล่า โดยไม่รู้ความจริงของพระธรรมเพิ่มขึ้นเลย อนุโมทนาบุญกับท่านอาจารย์สุจินต์และทุกท่านในบ้านธรรมะที่มอบสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตให้แก่พวกเราค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ