สิ่งที่ควรทำระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  4 ธ.ค. 2561
หมายเลข  30289
อ่าน  559

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ประมวลสาระสำคัญ
จากการสนทนาธรรม
ที่คณะวนศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วันอังคารที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๑

 

~เป็นสิ่งที่น้อยคนจะคิด ว่า พระพุทธศาสนาที่ทุกคนนับถือสูงสุด  (แต่ละคน)เข้าใจแค่ไหน?

~สิ่งที่กำลังมีตั้งแต่เกิดจนตายทุกขณะ ไม่มีใครสามารถที่จะรู้ได้ จนกว่าจะได้ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยความเคารพในการตรัสรู้ที่พระองค์ทรงบำเพ็ญพระบารมี(คุณความดีที่จะทำให้ถึงฝั่งของการดับกิเลส)ที่จะให้คนอื่นหลังจากที่พระองค์ได้ทรงตรัสรู้แล้วได้เข้าใจคำของพระองค์  เพราะว่า ถ้าไม่มีการฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่มีใครสามารถที่จะเข้าใจอะไรที่กำลังปรากฏในขณะนี้ได้เลย

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีพระคุณที่ตรัสคำที่คนอื่นไม่สามารถที่จะรู้ได้ด้วยตัวเอง และเมื่อได้ฟังแล้ว ก็จะรู้ได้จริงๆว่าเป็นคำที่ลึกซึ้งอย่างยิ่ง  มิฉะนั้นแล้วพระองค์ก็จะไม่ทรงบำเพ็ญพระบารมีนานมากกว่าจะได้รู้ความจริง

~พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง   กล่าวถึงสิ่งที่มีจริงในขณะนี้ทั้งหมด ทุกสมัย เปลี่ยนไม่ได้เลย

~ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม จะพ้นจากธรรมที่เป็นกุศล ธรรมที่เป็นอกุศล และธรรมที่ไม่ใช่ทั้งกุศลไม่ใช่ทั้งอกุศล ไม่ได้

~ธรรมที่ไม่ใช่กุศลและไม่ใช่อกุศล มีจริงๆ ใครรู้บ้าง เดี๋ยวนี้ก็มี  เช่น  แข็ง เป็นรูปธรรม  ไม่ใช่สภาพรู้ ไม่ใช่ธาตุรู้   จึงเป็นกุศล ไม่ได้  เป็นอกุศล ไม่ได้  

~ที่สำคัญที่สุด  ถ้ารู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยการฟังคำของพระองค์ด้วยความเคารพแล้วค่อยๆเห็นความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า   แม้ไม่ไปสังเวชนียสถาน  ก็เป็นบุญ 

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงพระธรรม   เพื่อให้คนสวดพูดตามโดยไม่เข้าใจ หรือว่า ทรงแสดงพระธรรมเพื่อให้คนฟังเข้าใจถูกต้องตามความเป็นจริง?    เพราะฉะนั้น ควรที่จะได้เข้าใจด้วย ว่า  จะพูดคำที่ไม่รู้จัก แล้วก็เสียเวลาเป็นชั่วโมง กับ การที่เวลาหนึ่งชั่วโมง จะฟังพระธรรมให้เข้าใจ  อะไรจะเป็นประโยชน์กว่ากัน?   ก็จะต้องเป็นผู้ตรง 

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงให้รู้ความจริงว่า แท้ที่จริงแล้ว สิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ตามที่ปรากฏในขณะนี้ เกิดแล้วก็ดับ ไม่เหลือเลยทุกขณะ

~ปัญญา คือ  ความเห็นถูกต้องตรงตามความเป็นจริงของสิ่งที่มีจริง

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแยกทุกสิ่งทุกอย่างละเอียดอย่างยิ่งสุดที่จะประมาณได้ นี่คือ พระปัญญาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อให้รู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว ทั้งหมดที่ว่าเป็นเรา ก็คือ ธรรม ทั้งนามธรรม(สภาพรู้ ธาตุรู้) และรูปธรรม(สภาพธรรมที่ไม่รู้อะไรเลย) หลากหลายมาก นี่คือ ปัญญาความเห็นที่ถูกต้อง  เพราะฉะนั้น   เข้าใจสิ่งที่กำลังมีเมื่อไหร่ นั่นคือ ปัญญา

~การเข้าใจธรรม จะทำให้เป็นผู้ที่ตรง คือ สัจจบารมี ที่จะทำให้สามารถตรงต่อความจริงที่จะเห็นถูกต้องในสิ่งที่กำลังปรากฏได้

~เราจะเอากรรมของเราที่ได้กระทำแล้ว ไปให้คนอื่นรับผล  เป็นไปไม่ได้เลย   ด้วยเหตุนี้ คำพูดที่มักจะมีผู้กล่าว คือ ทำไมถึงต้องเป็นเรา  สงสัยเหลือเกิน แต่คำตอบ ก็คือว่า  เพราะต้องเป็นเรา ตามกรรมที่ได้กระทำแล้ว

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้เหตุและผลซึ่งเป็นสภาพธรรมทั้งหมด ตรงตามความเป็นจริง ซึ่งละเอียดยิ่ง ได้ฟังแล้ว ก็รู้ว่า ไม่มีเรา แต่มีธรรมซึ่งเป็นเหตุและเป็นผล

~เวลาที่ลูกป่วย มารดาอยากจะป่วยแทนลูกได้ไหม ไม่ว่าสมัยไหน หรือ มารดาป่วย ลูกอยากจะป่วยแทนได้ไหม ไม่ว่าในสมัยไหน ก็ไม่ได้เลย นี่ก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นจริง ว่า ธรรมเป็นธรรม ละเอียดมาก หลากหลายมาก  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม  ๔๕ พรรษา เพื่อที่จะให้เข้าใจสิ่งที่กำลังมีในชีวิตประจำวัน ตามความเป็นจริง ซึ่งก่อนหน้านั้นที่ไม่ได้ฟังธรรม ก็ไม่รู้เลยจริงๆ     ความไม่รู้ ก็มีจริง เป็นธรรม คือ   อวิชชา

~ความเข้าใจความเป็นจริงของธรรม  ก็จะนำไปสู่กุศลทั้งปวง ไม่รั้งรอโอกาสด้วย เพราะใครจะรู้ว่าจะจากโลกนี้ไปวันไหน เดี๋ยวนี้ก็ได้ เย็นนี้ก็ได้

~เกิดแล้วตายเป็นของธรรมดา แต่ว่าถ้าไม่มีความเข้าใจที่ถูกต้อง ก็มีแต่ความไม่รู้ มีแต่ความเห็นแก่ตัว และมีแต่การทำสิ่งใดๆก็ได้ที่ให้ได้มาซึ่งความสุขส่วนตัว  ไม่คิดแม้จะสละเพียงเล็กน้อย  แต่ถ้าเป็นคนที่มีปัญญา   เศษกระดาษตก  เก็บไหม?  ใครทำตกก็ไม่เป็นไร ช่วยให้สะอาดขึ้นไหมแค่กระดาษชิ้นเดียว ถ้าทุกคนเก็บ  แค่นี้ทำไม่ได้หรือ?  เห็นไหมความเห็นแก่ตัวอย่างยิ่ง กับ การที่สามารถจะรู้ว่าโอกาสที่จะทำความดีหายาก  เพราะฉะนั้น โอกาสที่จะทำความดีเมื่อไหร่ ถ้าไม่ทำ ขณะนั้น ก็เป็นอกุศล ก็สะสมอกุศลต่อไป

~ถ้าเป็นคนที่มีความรู้ความเข้าใจและเห็นโทษของความไม่รู้ ก็จะเริ่มเข้าใจความจริง และปัญญาก็จะค่อยๆละความไม่รู้ จนกระทั่งสามารถที่จะละความเห็นแก่ตัวเพราะรู้ว่าไม่มีตัว เพราะฉะนั้น ก่อนอื่นก็ต้องเข้าใจให้ถูกต้องว่า ความไม่ดีทั้งหมด เป็นอกุศล มาจากความไม่รู้และการยึดถือสภาพธรรมว่าเป็นเรา แต่ความจริง เราอยู่ได้กี่วัน วันไหนจะไม่ใช่เราอีก (ตาย) แน่นอน แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ควรทำระหว่างที่มีชีวิต ก็คือ เข้าใจพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อันเป็นเหตุที่จะทำให้มีความประพฤติที่ดีและค่อยๆละความเข้าใจ(ผิด)ว่ามีเราซึ่งทำให้เกิดความเห็นแก่ตัว  ก็จะหมดปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องตัดต้นไม้ทำลายป่า หรือว่าทุจริตต่างๆ ในทุกวงการ

~สิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุด คือ คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ อนุสาสนีปาฏิหาริย์ จากการที่ไม่เคยรู้เลยว่าขณะนี้ สิ่งที่กำลังมีเดี๋ยวนี้ กำลังเกิดดับ    ก็มีความเข้าใจขึ้น ทีละเล็กทีละน้อย

~ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็เป็นอนัตตา(ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น) ไม่มีใครสามารถที่จะรู้ล่วงหน้าได้เลยจริงๆ ว่าอะไรจะเกิดขึ้น  แต่มีความเข้าใจว่า ไม่ใช่เรา แต่เป็นธรรม คือ  สิ่งที่มีจริง  แต่ละหนึ่งๆ

~ไม่มีใครสามารถที่จะทำให้สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป   เป็นไปอย่างที่ต้องการได้เลย

~มีเหตุที่จะทำให้เกิดสิ่งนั้น สิ่งนั้นจึงเกิดขึ้นได้  เพราะฉะนั้น ผู้ที่เข้าใจในเหตุในผล   จะไม่ใช่ผู้ที่งมงาย

~ชีวิตก็สั้นมาก ไม่รู้ว่าใครจะอยู่ต่อไปอีกนานเท่าไหร่ แต่ว่าลองพิจารณา จะอยู่ในโลกนี้ไม่นานแล้วก็จากไป ระหว่างที่ยังมีชีวิต จะเป็นคนแบบไหน?      มีวิชาความรู้มาก มีเงินทองทรัพย์สินมาก แต่เป็นคนเลว ไม่มีใครชอบเลย เห็นแก่ตัวประทุษร้ายคนอื่น เบียดเบียนคนอื่น กับ ผู้ที่เป็นคนดี?  เพราะฉะนั้น ถึงแม้ว่า จะมีความรู้มีเงินทอง มีทรัพย์สินมาก แต่เป็นคนเลว ก็ไม่เป็นสิ่งที่จะเป็นประโยชน์แก่ใครๆเลยทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น เมื่อจะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้อีกต่อไป  สมควรอย่างยิ่งที่จะรู้ว่า คนดี จะดีขึ้นได้เมื่อได้มีความเข้าใจธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว  มิฉะนั้นแล้ว คำของพระองค์ก็ไม่มีประโยชน์ ทรงบำเพ็ญพระบารมีตรัสรู้มา แต่ว่าไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครศึกษา  แต่ว่าผู้ที่จะได้รับประโยชน์อย่างยิ่ง คือ ผู้ที่รู้ว่าจะอยู่ในโลกนี้อีกไม่นาน แล้วระหว่างทรัพย์สินเงินทองวิชาความรู้ต่างๆ กับ ความเป็นคนดีขึ้น ละชั่ว อย่างไหนจะดีกว่ากัน.

 

 

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
panasda
วันที่ 4 ธ.ค. 2561 22:49 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 5 ธ.ค. 2561 05:31 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
mammam929
mammam929
วันที่ 5 ธ.ค. 2561 09:41 น.

กราบบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ที่เคารพยิ่ง

กราบอนุโมทนากุศลจิตทุกขณะที่ความเข้าใจพระสัทธรรมเกิดขึ้นเกื้อกูลให้ปัญญาปรากฏ

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาผู้จัดสนทนาธรรมและผู้เกี่ยวข้องทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
พรพรรณ
พรพรรณ
วันที่ 5 ธ.ค. 2561 11:22 น.

กราบเท้าท่านอาจารย์ ขออนุโมทนาบุญสาธุๆ คะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ