ธรรม ตรงไปตรงมา ใครก็เปลี่ยนความจริงนี้ไม่ได้
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  29 พ.ย. 2561
หมายเลข  30280
อ่าน  552

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น




ประมวลสาระสำคัญ
จากการสนทนาธรรม
ที่สมาคมแม่บ้านตำรวจ
วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๑












~ใครก็ตามจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ถ้าไม่ได้ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะไม่รู้จักพระองค์

~ธรรม คือสิ่งที่มีจริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ธรรม เพราะฉะนั้น ธรรมมีจริง ถ้าธรรมไม่ใช่สิ่งที่มีจริงๆ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะตรัสรู้อะไร?

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้สิ่งที่มีจริงตั้งแต่เกิดจนตาย,  จะรู้สิ่งที่มีจริง ก็ต่อเมื่อได้ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เช่น ขณะนี้เห็นเป็นธรรมดา มีใครบ้างไม่เห็น เพราะกำลังเห็น เห็นเป็นธรรมที่มีจริง

~ดูหนังดูละคร ก็เพื่อเพลิดเพลิน ขณะนั้นได้อะไร? ได้แต่ความชอบ ไม่เบื่อ ได้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน ติดข้อง แต่ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเปรียบประมาณค่าไม่ได้เลย  คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อเข้าใจจริงๆสามารถที่จะเข้าใจขึ้นอีกๆและสามารถที่จะรู้ว่าความจริงนี้คนอื่นที่ไม่ใช่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่สามารถที่จะทรงแสดงความจริงของสิ่งนั้นได้เลย

~ขอเพียงได้รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ใช่เพียงแค่กราบไหว้แล้วไม่รู้ว่าพระองค์ทรงเป็นใคร, กราบไหว้ในพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระคุณก็คือทำให้เราเข้าใจสิ่งซึ่งมีจริงๆ ซึ่งถ้าชาตินี้ไม่ได้ฟัง ชาติหน้าก็เหมือนชาตินี้ที่ไม่ได้ฟัง แล้วก็ไม่รู้อะไร  แต่ถ้าเริ่มฟังตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ความเข้าใจนี้ก็จะสะสมสืบต่อไปทำให้บุคคลที่ได้ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พระองค์ทรงตรัสรู้และทรงแสดง  สามารถรู้ความจริงได้  เพราะฟังมานาน

~พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ตรัสว่าธรรมทั้งหลาย เป็นอนัตตา หมายความว่า ไม่ใช่เรา  ไม่ใช่สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เที่ยง ไม่ใช่ของเรา และไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของเราด้วย รู้ไหมว่า พรุ่งนี้อาจจะแขนขาดสองข้างก็ได้ ขาขาดก็ได้ ตาบอดก็ได้  อะไรๆก็เกิดได้  เมื่อมีปัจจัยที่จะเกิดก็ต้องเกิด ยับยั้งได้อย่างไร คนสิ้นชีวิตกระทันหันเยอะแยะไปตามข่าว  ด้วยอาการที่ใครๆก็ทำไม่ได้นอกจากกรรม เช่น  ขับรถชนช้าง แล้วช้างก็ทับรถ ทำให้คนที่อยู่ในรถสิ้นชีวิต ใครจะคิดว่าเขาจะต้องตายอย่างนั้น?

~ไม่มีใครสามารถที่จะรู้ว่า หนึ่งขณะต่อจากขณะนี้คืออะไร อะไรจะเกิด ก็ไม่รู้

 

~ธรรมทั้งหมด ไม่เว้นเลย เป็นอนัตตา คือ ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้นเลย  ไม่มีเรา  เพราะเหตุว่า จะเป็นเราได้อย่างไร เห็นอยู่เดี๋ยวนี้ เราไม่ได้ไปทำให้เห็นเกิดขึ้น แล้วเห็นก็ดับ ไม่ให้ดับก็ไม่ได้  พอได้ยินเกิดจะไม่ให้ได้ยินก็ไม่ได้ ก็แสดงว่าแสดงความเป็นธรรมที่เป็นอนัตตาทั้งหมด

~ทุกอย่างที่มีจริงเป็นธรรม เป็นอนัตตา ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น และไม่ใช่ใครด้วย ถ้าเอาชื่อออก ไม่เรียกชื่อเลย โกรธอยู่ตรงไหน ก็ตรงนั้นแหละโกรธ แต่พอมีชื่อก็เป็นคนนั้นคนนี้โกรธ แต่ความจริงแล้ว ไม่ใช่เลย เพราะเอาชื่อออกหมด โกรธตรงไหนก็เป็นโกรธตรงนั้น แล้วก็ดับด้วย แล้วไหนใครอยู่ที่ไหน?

~นับถือพระปัญญาคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทำให้พระองค์ทรงถึงพระบริสุทธิคุณ เป็นผู้ที่บริสุทธิ์จากกิเลสได้ และด้วยพระมหากรุณาคุณจึงมีคำของพระองค์ที่ทำให้เราได้ยินได้ฟังวันนี้ ถ้าพระองค์ไม่ทรงตรัสรู้ ก็ไม่มีใครรู้  แต่เมื่อพระองค์ทรงเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้แล้วทรงบริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสแล้ว  เห็นโทษของกิเลส แล้วรู้ว่าคนไม่สามารถที่จะพ้นจากกิเลสได้ด้วยตนเอง ก็ทรงแสดงเหตุที่จะให้คุณงามความดีทั้งหลายรวมถึงความเห็นที่ถูกต้องตามความเป็นจริงเกิดขึ้นเจริญขึ้น พระองค์จึงทรงแสดงพระธรรมโดยละเอียดโดยประการทั้งปวง

~ถ้าไม่ใช่ปัญญาความเข้าใจถูกเห็นถูก จะไปละความไม่รู้ ไม่ได้ไม่ใช่ไปนั่ง ไปนอน ไปยืนไปเดินไปกำหนดลมหายใจหรือไปทำอะไรที่จะไปละความไม่รู้   แต่ต้องฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เข้าใจเมื่อไหร่ ค่อยๆละความไม่รู้ไปเมื่อนั้น เป็นปกติ นี่เป็นคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งจะต้องรู้ เพราะคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกคำ  ให้เกิดความเข้าใจ

~ธรรม ตรง  ก็ต้องตรง ว่า"ไม่ใช่เรา โกรธก็เป็นโกรธ ชอบก็เป็นชอบ"   ถึงจะเข้าใจธรรมได้   ต้องเป็นผู้ที่ตรงอย่างยิ่ง  เพราะธรรม ตรง    ตรงไปตรงมา เห็นเป็นเห็น ได้ยินเป็นได้ยิน ชอบเป็นชอบ ไม่ชอบเป็นไม่ชอบ   บังคับบัญชาไม่ได้

~ถึงแก่กรรม หมายความว่า กรรมทำให้สิ้นสุดความเป็นบุคคลนี้โดยจิตขณะสุดท้ายเกิดดับ ไม่เป็นปัจจัยให้เป็นบุคคลนี้อีกต่อไปเพราะจิตขณะสุดท้ายของชาตินี้ทำกิจเคลื่อนพ้นสภาพความเป็นบุคคลนี้   มีเงินทองมหาศาลหรือจะกราบไหว้วิงวอนสักเท่าไหร่ที่จะให้อยู่ต่อไปอีกสักหนึ่งขณะ ก็เป็นไปไม่ได้ นี่คือ ธรรมซึ่งเป็นอนัตตา

~ถ้าฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไป ความเข้าใจก็ทำให้รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพิ่มขึ้น ประโยชน์คือได้เข้าใจสิ่งที่มีจริงตั้งแต่เกิดจนตายเพิ่มขึ้น

~ไม่รู้ว่าเราเคยเกิดเป็นอะไรมาแล้วบ้าง เป็นงู เป็นนก เป็นคนเป็นเศรษฐี เป็นคนขอทาน เป็นพระเจ้าแผ่นดิน เกิดได้หมด แต่ไม่เหลือสักอย่าง  ทุกอย่างที่เกิดแล้วก็ต้องดับไป แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย แต่กุศลและอกุศล จะปรุงแต่งเป็นเหตุที่จะทำให้เกิดผลต่อไป

~ปัญญาจะนำไปในกิจทั้งปวงที่ดี  ปัญญา ไม่ทำให้ฆ่าใครโกรธใครเกลียดใคร  เพราะปัญญารู้ว่า ขณะที่โกรธ เกลียด นั้น อกุศลเกิดแล้วที่ตัวเอง   (บุคคลที่เราโกรธ)เขาก็สบายดี เขาไม่เป็นอกุศล  เพราะฉะนั้น  อกุศลที่เกิดกับเรานี่แหละที่จะให้ผลกับเรา(เป็นโทษกับเรา) เพราะฉะนั้น  เมื่อรู้อย่างนี้  ก็มีความเป็นมิตรมากกว่าที่จะโกรธ

~เพื่อนคือขณะที่หวังดี พร้อมที่จะทำประโยชน์เกื้อกูล นั่นคือ เพื่อนหรือมิตร เพราะฉะนั้น มิตรจะไม่หวังร้าย จะไม่โกรธ จะไม่เกลียด จะไม่ทำร้ายใครเลย

~
ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เข้าใกล้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็เป็นอุบาสกอุบาสิกา มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง คือ เรารู้ว่าอย่างอื่นพึ่งไม่ได้   วิชาการทั้งหลาย เรียนมามากมายสักเท่าไหร่ก็ไม่รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว ทุจริตเต็มบ้านเต็มเมือง   แต่ว่า ถ้ามีความรู้ความเข้าใจธรรมที่ถูกต้องตามความเป็นจริง ทุกอย่างที่ไม่ดี ก็จะลดน้อยลง   เพราะรู้ว่า เหตุไม่ดีต้องนำมาซึ่งผลที่ไม่ดีแล้วใครจะอยากได้ผลที่ไม่ดี?

~คนถูกสลากกินแบ่งฯ  เป็นการได้รับผลของกุศลกรรมที่ทำมา ส่วนคนที่ทรัพย์สมบัติสูญหายถูกขโมยหรือไฟไหม้ก็เป็นผลของอกุศลกรรมที่ถึงเวลาให้ผล  ถ้ารู้อย่างนี้เราจะเสียใจไหม (เพราะ)ไม่มีใครทำ  แต่เมื่อมีเหตุ ผลก็ต้องเป็นอย่างนี้แหละ แล้วก็ดับไปแล้วด้วย  เพราะฉะนั้น  เหตุใหม่ต่างหากที่สำคัญว่าควรจะเป็นเหตุที่ดี เพื่อผลที่ดีจะเกิดขึ้น

~สิ่งที่จะติดตามไปที่มีประโยชน์ที่สุด ก็คือ ความเข้าใจถูกเห็นถูก  ไม่ว่าจะเกิดชาติไหนที่ไหน ก็มีความเข้าใจที่ถูกต้อง ว่า เป็นธรรม ไม่ใช่เรา  จนกว่าจะหมดกิเลส

 

~พ่อแม่ป่วยไข้ ลูกขอป่วยแทน ยังไม่ได้ ลูกเจ็บหนัก พ่อแม่ขอแบ่งเบา ยังไม่ได้ เห็นไหมว่าไม่มีใครทำอะไรกับใครได้เลยทั้งสิ้น เพราะเป็นธรรมที่จะต้องเป็นไป ไม่ให้เกิดก็ไม่ได้ เกิดแล้วไม่ให้ดับ ก็ไม่ได้

~ถ้าเป็นผู้ที่เข้าใจจริงๆ ก็จะพูดความจริง ไม่มีอะไรที่จะต้องกลัวเลย ในเมื่อเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ด้วย แล้วทำไมไม่พูดสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้คนอื่นได้เข้าใจ เพราะฉะนั้น ถ้าเข้าใจแล้ว ก็เห็นประโยชน์อย่างยิ่ง คือ ให้คนอื่นได้เข้าใจด้วย ถ้าไม่มีใครเข้าใจเลย พระพุทธศาสนาจะดำรงอยู่ได้ไหม?   เพราะพระพุทธศาสนาคือคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อไม่มีใครเข้าใจ ก็คือ หมด อันตรธาน(สูญสิ้น) เพราะฉะนั้น ใครก็ตามที่ไม่เข้าใจคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมก็อันตรธานจากคนนั้นเลย ไม่มีเหลือ แต่ถ้าความเข้าใจยังอยู่ ก็คือ พระพุทธศาสนา ยังดำรงอยู่.

 

 

 ...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ 
ที่เคารพยิ่ง
และอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
swanjariya
วันที่ 29 พ.ย. 2561 21:48 น.

กราบเท้าท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

กราบอนุโมทนาขอบพระคุณในความเมตตาของท่านอาจารย์ ที่อุทิศเวลาในการสนทนาธรรมเพื่อให้ผู้ฟังมีความรู้ความเข้าใจความจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง

กราบอนุโมทนาขอบพระคุณท่านอาจารย์คำปั่นที่รวบรวมประเด็นสนทนามาให้ผู้สนใจได้มีโอกาสศึกษา

อนุโมทนาขอบพระคุณน้องกุ้ง คณะผู้จัดและทุก ๆ ท่าน

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
สิริพรรณ
วันที่ 30 พ.ย. 2561 05:06 น.

กราบนอบน้อมพระรัตนตรัยด้วยเศียรเกล้า

กราบบูชาพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์เป็นอย่างสูงยิ่ง

เป็นมงคลยิ่งแล้วที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ ได้พบพระพุทธศาสนา ได้อยู่ในประเทศที่สงบและมีเสียงพระธรรม ได้ฟังความจริงที่ถูกต้องตรงตามพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงจากท่านอาจารย์สุจินต์ ผู้มีความรู้จากการศึกษาพระธรรมโดยละเอียดมานานจนเข้าใจสามารถถ่ายทอดได้ถูกต้อง และเป็นไปตามลำดับของทางที่ควรเดิน ไม่ข้ามขั้น ไม่ลัดขึ้นตอน ที่จะไปทำอย่างอื่นด้วยความไม่รู้ และความต้องการ ที่จะเป็นอันตรายและเสี่ยงเหลือเกินที่จะผิดจากทางที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าชี้ทางให้เป็นไปตามลำดับไว้แล้ว

เหตุนี้ จึงขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ เป็นอย่างสูง ด้วยความสำนึกในพระคุณนี้เสมอๆ ตราบจนชีวิตจะหาไม่

กราบอนุโมทนาขอบพระคุณท่านอาจารย์ คำปั่น น้องกุ้ง และคณะเจ้าหน้าที่มูลนิธิเผยแพร่พระพุทธศาสนาทุกท่านด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
paengpuff
paengpuff
วันที่ 30 พ.ย. 2561 07:22 น.

อนุโมทนาค่า

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 30 พ.ย. 2561 07:51 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
mammam929
mammam929
วันที่ 30 พ.ย. 2561 09:07 น.

กราบอนุโมทนากุศลจิตทุกขณะที่เข้าใจพระสัทธรรมคำจริงที่ท่านอาจารย์ทุกท่านเกื้อกูลเนืองๆค่ะ

กราบบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์และอาจารย์วิทยากรทุกท่านด้วยความเคารพยิ่ง

และขออนุโมทนาทุกท่านที่มีส่วนร่วมให้เกิดการสนทนาธรรมค่ะ สาธุ สาธุ สาธุ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
มกร
มกร
วันที่ 30 พ.ย. 2561 14:02 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
anuraks168
anuraks168
วันที่ 30 พ.ย. 2561 18:11 น.

ขอกราบเท้าท่านอาจารย์ สุจินต์บริหารวนเขตน์ กราบอนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
yu_da2554hotmail
yu_da2554hotmail
วันที่ 1 ธ.ค. 2561 09:12 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
yu_da2554hotmail
yu_da2554hotmail
วันที่ 1 ธ.ค. 2561 09:12 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
Selaruck
Selaruck
วันที่ 2 ธ.ค. 2561 00:24 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

เป็นบุญของผู้ที่ได้มีโอกาสได้ฟังสิ่งที่เป็นสาระยิ่งของการดำรงชีวิตอยู่ขณะนี้ กราบแทบเท้าระลึกถึงคุณและความเมตตาท่านอาจารย์สุจินต์ที่แสดงและเผยแพร่ธรรมอันวิเศษของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่างไม่เหน็ดไม่เหนื่อย กราบอนุโมทนาในกุศลผลบุญอันมหาศาลของท่าน กราบขอบคุณอาจารย์คำปั่นผู้รวบรวมการแสดงธรรม

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
jaturong
วันที่ 3 ธ.ค. 2561 15:18 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ