ปัญญาทำในสิ่งที่ถูกต้อง ... พระธรรม เริ่มถูกเปิดเผยที่สิงห์บุรี
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  27 พ.ย. 2561
หมายเลข  30275
อ่าน  527

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น



ประมวลสาระสำคัญ

จากการสนทนาธรรม
"วิกฤตพระพุทธศาสนากับประเทศชาติ"
ที่ห้องประชุมโสมชา โรงแรมชัยแสงพาเลส จ.สิงห์บุรี
วันอังคารที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๑







~ฟังคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว ซึ่งเป็นคำที่มาจากการตรัสรู้ เป็นคำที่เราไม่เคยได้ฟังมาก่อน เพราะว่า ก่อนนั้นไม่มีการตรัสรู้ แต่เมื่อมีผู้ที่ทรงบำเพ็ญพระบารมี(คุณความดีที่ทำให้ถึงฝั่งของการดับกิเลส)มา ถึงเวลาที่จะตรัสรู้ซึ่งยากอย่างยิ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังปรากฏแต่ไม่มีใครรู้ความจริง เพราะเหตุว่าถูกปกปิดไว้ จนกว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะได้ตรัสรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีจริงในขณะนี้จนถึงที่สุดโดยประการทั้งปวง   
คำที่ได้ยินได้ฟัง เป็นคำที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อนและเป็นคำของผู้ที่ไม่มีผู้ใดเปรียบได้ในพระปัญญาคุณ ในพระบริสุทธิคุณ และในพระมหากรุณาคุณ เพราะฉะนั้น แต่ละคำของพระองค์เกิดจากการทรงตรัสรู้ความจริงด้วยพระปัญญาที่เหนือบุคคลใดทั้งสิ้น

~เมื่อมีคนที่ไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ก็ตรัสแสดงธรรมให้เข้าใจสิ่งที่มีจริงในขณะนี้ซึ่งเขาไม่เคยรู้มาก่อน เพราะฉะนั้น ทุกครั้งต้องเป็นการฟังด้วยความเคารพ ถึงจะเป็นชาวพุทธผู้ที่มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้เข้าใจธรรม แต่เมื่อเข้าใจธรรมนั่นแหละ จึงมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ที่จะทำให้รู้ความจริงจนสามารถที่จะค่อยๆคลายอกุศลจนถึงการดับอกุศลได้ตามที่พระองค์ได้ทรงแสดงแล้ว

~ทุกคำที่ได้ฟังในขณะนี้ ก็เป็นคำที่จะทำให้ละความไม่รู้ซึ่งไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน แต่ก็เป็นเรื่องที่ลึกซึ้งละเอียด  ต้องไตร่ตรอง

~กิเลส(เครื่องเศร้าหมองของจิต) เกิดจากอะไร ต้องแก้ที่เหตุ กิเลสทั้งหมดมาจากความไม่รู้ ความไม่รู้มีจริงๆ เช่น ไม่รู้ว่าธรรมคืออะไร เดี๋ยวนี้คืออะไร แล้วก็จะรู้ไม่ได้เลยถ้าไม่ได้ฟังคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การที่จะมีความเคารพสูงสุดในพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ก็คือ ไม่ประมาทว่าคำของพระองค์ใครๆก็เข้าใจได้เล็กน้อย  แต่แท้ที่จริงแล้ว ความจริงเป็นสิ่งที่ละเอียดลึกซึ้งอย่างยิ่ง

~ถ้ามีความเข้าใจความจริงอย่างถูกต้อง ก็จะรู้ว่า ความไม่รู้เป็นเหตุนำมาซึ่งกิเลสซึ่งเป็นความไม่ดีงามทั้งหมด ความทุจริตทั้งหมด ทั้งทางกาย ทางวาจา ทางใจ ทั้งในการทำหน้าที่การงาน เรื่องครอบครัว ทุกอย่าง  เป็นเพราะเหตุว่าไม่รู้ความจริง ว่า ถูกคืออะไร  ผิดคืออะไร และธรรมคืออะไร

~เป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างยิ่งที่จะได้มีความเข้าใจถูก เพื่อที่จะได้เป็นคนดี เพราะมีความเข้าใจถูก ว่า อะไรถูก อะไรผิด,   เป็นคนดี เพราะเข้าใจธรรม   

~ไม่เหลือเลยสักอย่างเดียว เป็นอย่างนี้โดยตลอด ตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่มีอะไรเหลือเลย เห็นเมื่อกี้ หมดแล้ว ได้ยินเมื่อ กี้หมดแล้ว ทุกอย่างผ่านไป

~ถ้าผู้ใหญ่ไม่เข้าใจธรรม เด็กจะเข้าใจธรรมได้อย่างไร? ดูเหมือนว่าผู้ใหญ่ทุกคนมีความหวังดีต่อเด็ก แต่ลืมไปหรือเปล่าว่าถ้าผู้ใหญ่เองไม่เข้าใจธรรมแล้วจะไปนำเด็กได้อย่างไร เด็กก็จะต้องผิด เพราะความไม่เข้าใจของผู้ใหญ่  ความจริงแล้ว ผู้ใหญ่ต่างหากที่จะมีความเข้าใจที่ถูกต้อง จึงจะสามารถเกื้อกูลเด็กให้มีความเข้าใจถูกต้องได้

~เป็นสิ่งที่ถูก ที่จะทำให้ผู้ใหญ่ ได้คิดว่า หนังสือบทเรียนทั้งหลายของเด็ก มาจากผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้น ถ้าผู้ใหญ่เข้าใจถูก หนังสือบทเรียนของเด็ก ก็จะถูกด้วย

~เวลาไปงานศพ ถ้ามีการถวายซองเงินแก่พระภิกษุ แล้วผู้ใหญ่ก็บอกว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องทำอย่างนั้น  แต่ตามความเป็นจริงแล้ว ถ้าผู้ใหญ่ ไม่ถวายเงินแก่พระภิกษุ ย่อมเป็นตัวอย่างที่ดีที่คนอื่นๆก็จะไม่ถวายเงินด้วย  (เพราะเงินทอง ไม่ควรแก่เพศบรรพชิตโดยประการทั้งปวง  ภิกษุในธรรมวินัย ไม่รับและไม่ยินดีในเงินและทอง)

~เกิดคนเดียว ตายคนเดียว จะเป็นคนนี้ได้เพียงชาตินี้ชาติเดียว เพราะฉะนั้น โอกาสที่จะทำความดี โอกาสที่จะเข้าใจธรรม ซึ่งเป็นหนทางที่จะแก้ทุกสิ่งทุกอย่างได้ ควรที่จะต้องเร่งรีบทำ เพราะมิฉะนั้นแล้ว ก็ไม่สามารถจะแก้ไขอะไรได้  แต่ละคนเริ่มที่ตนเองแล้วต่อไปทั้งหมดก็จะมีกำลังขึ้น

~เราหวังว่า ต้องมีพระภิกษุ ไม่มีพระภิกษุ ไม่ได้ ถูกต้องไหม?แทนที่จะเข้าใจว่าต้องมีผู้เข้าใจพระธรรมประพฤติปฏิบัติตามพระธรรม พระพุทธศาสนาจึงจะดำรงต่อไปได้ เพราะว่า พระพุทธศาสนาไม่ได้อยู่ที่วัดวาอารามอิฐหินปูนทราย แต่อยู่ที่ผู้ที่เข้าใจพระธรรมและเผยแพร่สิ่งที่ถูกต้องให้คนอื่นได้เข้าใจถูกต้องด้วย

~สัมมาทิฏฐิ(ปัญญา) ไม่ใช่เรา แต่เป็นธรรมคือสิ่งที่มีจริง เพราะฉะนั้น ทั้งหมด ต้องไม่ลืมว่าประมวลมาที่คำว่าธรรมคือสิ่งที่มีจริง และต่อไป ก็คือ เป็นอนัตตา (ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตน ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น) ถ้ามีความเข้าใจอย่างนี้ ก็จะรู้ว่า ไม่ใช่เราที่ละกิเลส และที่กำลังเข้าใจ ก็ไม่ใช่เรา ต้องมั่นคงต่อคำว่าธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ๔๕ พรรษาโดยละเอียด เมื่อไม่ใช่เราแล้วเป็นอะไร (ก็เป็นธรรม) ถ้าไม่มีความเข้าใจอย่างนี้ ก็ยังคงเป็นเราไปเรื่อยๆ

~ถ้าไม่เข้าใจธรรม ก็ต้องวิกฤต(ความเสื่อม,ความเสียหายอย่างหนัก) แน่นอนที่สุด  เพราะเหตุว่าไม่รู้ว่าความถูกต้อง ความจริงคืออะไร แต่ว่าเมื่อเป็นชาวพุทธ ก็ต้องมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง สิ่งเดียว ก็คือ ต้องเป็นผู้ตรง  พึ่ง คือ ศึกษาให้เข้าใจพระธรรม มิฉะนั้นแล้ว จะไม่ได้พึ่งอะไรจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลยทั้งสิ้น แต่ทุกคำที่ทำให้เกิดความเข้าใจ ขณะนั้น เป็นที่พึ่งที่จะพ้นจากความไม่รู้และพ้นจากกิเลสทั้งหลาย

~เป็นไปไม่ได้เลยที่กล่าวว่ามีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งแต่ไม่เข้าใจธรรม เพราะฉะนั้น ต้องเป็นคนตรง เมื่อมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ก็คือ ต้องฟัง ศึกษาพระธรรมโดยความเคารพในความละเอียดยิ่งของพระปัญญาคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~หนทางที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง เป็นหนทางที่ทำให้พ้นจากความไม่รู้ รวมถึงความติดข้องยินดีพอใจ และกิเลสประการอื่นๆด้วย

~เมื่อไม่รู้ จึงเป็นวิกฤต เพราะเมื่อไม่รู้แล้วก็นำมาซึ่งอกุศลนานาประการ ทุจริตทุกวงการ

~จะแก้วิกฤตไหม? ไม่ได้ถามใคร ถามตัวเอง  เพราะเหตุว่า ไม่รู้ จึงวิกฤต หนทางแก้ความวิกฤต ความทุจริต ความเสียหาย ความล่มจมทั้งหมด ก็คือ ความเข้าใจถูกต้องตามความเป็นจริง

~ถ้ามีความเข้าใจเพียงเล็กน้อย ก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ที่จะเห็นประโยชน์แล้วก็รู้ว่าแค่นี้ไม่พอ ฟังแค่นี้ไม่พอ เข้าใจแค่นี้ไม่พอ  (เมื่อ)เข้าใจเพิ่มขึ้นอีก ก็เข้าใกล้ที่จะได้เห็นพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากยิ่งขึ้น

~จะแก้ปัญหาไหม จะกล้าที่จะกล่าวคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องซึ่งเป็นการแก้วิกฤตไหม? แต่รู้ไหมว่าอะไรทำให้ทำไม่ได้หรือทำได้?  ถ้ามีปัญญา ปัญญาทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ได้กลัวอะไรเลย เพราะเหตุว่า ความถูกต้อง น่ากลัวหรือ  ความจริง น่ากลัวหรือ?

~ใครก็ตามที่กล่าวคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อประโยชน์กับโลกไม่ว่าใครทั้งสิ้น  เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่สุดในชาติหนึ่งๆ

~ไม่ใช่กิจของปัญญาที่จะไม่ทำสิ่งที่ควร แต่เมื่อปัญญาเกิดขึ้นตามกำลังของปัญญา ใครจะกล้าทำอะไรแค่ไหน ก็เพราะปัญญาที่เห็นประโยชน์เท่านั้น เห็นว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง จะมีโทษอะไร ไม่ว่าโทษอะไรๆที่จะเกิดกับใครนั้น ไม่ใช่เพราะปัญญา แต่เพราะกรรมที่ได้กระทำแล้ว

~ความตายจะเกิดเมื่อใด ก็เพียงหนึ่งขณะจิต เกิดแล้วก็ดับ จิตนั้นทำกิจหน้าที่เคลื่อนพ้นสภาพความเป็นบุคคลนี้โดยสิ้นเชิง จะกลับมาเป็นบุคคลนี้อีกไม่ได้เลยแม้หนึ่งขณะ จะเอาเงินมากมายมหาศาลที่จะ(ทำให้อยู่)ต่อไปอีกหนึ่งขณะ  ก็ไม่ได้

~เมื่อต้องตาย อาจจะเป็นวันนี้หรือพรุ่งนี้หรือเดือนหน้าหรือปีหน้า ก็ได้ ทำไมไม่ทำความดี ทำไมไม่เริ่มฟังธรรมให้เข้าใจให้ถูกต้อง เพราะจะเป็นที่พึ่งต่อไปเหมือนสาวกในอดีตกาลท่านได้ฟังธรรม ท่านได้สะสมความเข้าใจธรรม จนในที่สุดท่านก็รู้แจ้งอริยสัจจธรรม เพราะฉะนั้น สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง  ก็คือ ไม่รู้ต่อไปซึ่งจะเป็นเหตุให้เป็นอกุศลต่อไป  แต่สิ่งที่ควร คือ เริ่มรู้เริ่มเข้าใจ  กุศลเพิ่มขึ้น เป็นการแก้ความวิกฤตทั้งของพระพุทธศาสนาและของประเทศชาติ

~คนไม่รู้ ก็พูดไป สอนไป ตามความไม่รู้ ใช่ไหม? ใช่ ทำให้วิกฤต เพราะฉะนั้น จะแก้วิกฤต ก็คือ เห็นประโยชน์ของความเข้าใจถูก เมื่อมีความเข้าใจถูกแล้ว ก็อนุเคราะห์ช่วยเหลือเผยแพร่คำจริงให้คนอื่นได้เข้าใจถูกด้วยเหมือนในครั้งพุทธกาล

~ใครจะช่วยทำกิจใดที่จะทำให้คนอื่นได้เข้าใจถูกต้องด้วย ก็ตามกำลังปัญญาของบุคคลนั้น สิ่งที่ถูกต้อง ควรให้คนอื่นได้รู้ด้วย ก็ทำทุกวิถีทาง เพราะฉะนั้น ผู้ที่มีความเห็นที่จะดำรงรักษาพระพุทธศาสนา ก็ศึกษาคำสอนแล้วก็เผยแพร่เต็มกำลังความสามารถของแต่ละท่าน

~เมื่อเข้าใจพระธรรมแล้วก็ทำทุกอย่างตามกำลังความสามารถเต็มกำลัง เพื่อที่ว่าจะให้พระพุทธศาสนาดำรงอยู่ แล้วก็ให้พ้นจากความวิกฤตซึ่งเราก็รู้ว่ายาก เพราะเหตุว่า คนที่จะศึกษาธรรม มีน้อย แต่ถึงอย่างไร เราก็ไม่ท้อถอย

~คนที่มีปัญญาแล้ว  ปัญญาจะนำไปในการที่เห็นประโยชน์ของการที่มีชีวิตอยู่เพื่อความดี แต่ก็ไม่พอ ต้องเข้าใจพระธรรมด้วย แล้วความดีนั้นจะเพิ่มขึ้น นำมาซึ่งประโยชน์ทั้งในชาตินี้และชาติต่อไป

~เข้าใจธรรม  เมื่อมีปัญญาแล้ว ปัญญาก็นำไปในกิจทั้งปวง สิ่งที่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่สิ่งที่ผิด เพราะฉะนั้น ไม่สำคัญว่าใครจะรักใครจะชังหรืออย่างไร แต่ได้ทำสิ่งที่ถูก ก็เป็นประโยชน์ที่สุดในชีวิต

~ไม่รู้ว่าจะจากโลกนี้ไปวันไหน สิ่งใดที่ควรทำ ก็ควรทำทันที จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง.



...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ 
ที่เคารพยิ่ง
และอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
panasda
วันที่ 27 พ.ย. 2561 19:48 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
jirat wen
jirat wen
วันที่ 27 พ.ย. 2561 20:01 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
meenalovechoompoo
meenalovechoompoo
วันที่ 27 พ.ย. 2561 20:15 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
mammam929
mammam929
วันที่ 27 พ.ย. 2561 20:44 น.

กราบอนุโมทนากุศลจิตทุกขณะที่เข้าใจพระธรรมและกราบบูชาคุณท่านอาจารย์ผู้เกื้อกูลแสดงคำจริงค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
abhirak
abhirak
วันที่ 27 พ.ย. 2561 21:09 น.

คำที่นำมาถ่ายทอดทุกคำเมื่อพิจารณาด้วยดีก็จะเห็นว่าจริงทุกคำ ไม่มีคำใดกล่าวเพื่อให้ร้ายแก่ผู้ใดเลย

เป็นคำที่ประกอบด้วยเมตตาโดยส่วนเดียว

น้อมกราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ฯด้วยความเคารพยิ่งครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
Nataya
วันที่ 27 พ.ย. 2561 22:58 น.

 

                             กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
Selaruck
Selaruck
วันที่ 28 พ.ย. 2561 02:13 น.

ทุกคำของท่านอาจารย์มีค่ายิ่ง เมื่อฟังและพิจารณาให้ดีแล้วมีแต่นำมาซึ่งความเจริญในปัญญา 

กราบแทบเท้าระลึกถึงคุณท่านอาจารย์

กราบขอบคุณและอนุโมทนากับอาจารย์คำปั่นที่นำคำท่านอาจารย์มาถ่ายทอด และอนุโมทนากับทุกท่านที่ได้อ่านคำที่มีค่านี้คะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
Thanapolb
Thanapolb
วันที่ 28 พ.ย. 2561 06:33 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ 
ที่เคารพยิ่ง
และอนุโมทนาในกุศลวิริยะของอาจารย์คำปั่น และกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 

แต่ละคำแต่ละประโยค ไพเราะ มีคุณค่า ยิ่งครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
มกร
มกร
วันที่ 28 พ.ย. 2561 10:51 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
papon
papon
วันที่ 28 พ.ย. 2561 15:52 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
jaturong
วันที่ 3 ธ.ค. 2561 15:03 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ