ภาพธรรมเตือนใจ..ความจริงเรื่องพระเวสสันดรให้บุตร ภรรยาเป็นทาน(ตามพระไตรปิฎก)
 
paderm
paderm
วันที่  2 พ.ค. 2561
หมายเลข  29707
อ่าน  1,127

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ความจริงเรื่องพระเวสสันดรให้บุตร ภรรยาเป็นทาน(ตามพระไตรปิฎก)

# ผู้มีปัญญา มีพระโพธิสัตว์ ย่อมมีปัญญาเหนือบุคคลทั่วไป ท่านคิดรอบคอบแล้ว จึงทำ มองไกล ไม่มองใกล้ ที่รักตัวเองเป็นสำคัญ เพราะท่านคิดช่วยสัตว์อื่น ไม่ใช่เฉพาะตัวเองเท่านั้น

พระโพธิสัตว์ทั้งหลายย่อมบำเพ็ญบารมี สละทุกสิ่งทุกอย่าง อันน้อมไปพื่อโพธิญาณถึงการตรัสรู้ด้วยพระองค์เองและยังสัตว์ทั้งหลายให้ตรัสรู้ตามด้วย ดังนั้นพระองค์บำเพ็ญบารมี 30 ทัศ และต้องบำเพ็ญ มหาบริจาค 5 ประการอันประกอบด้วย

ธนบริจาค คือ การสละทรัพย์สิน ภายนอกทั้งหมด มี พระราชสมบัติ เป็นต้น อันน้อมไปเพื่อโพธิญาณ(การตรัสรู้)

อังคบริจาค การสละอวัยวะน้อยใหญ่ของท่าน เช่ย สละดวงตา แขน ขา เพื่อเป็นไปในพระโพธิญาณ(ตรัสรู้) เพื่อช่วยสรรพสัตว์

ชีวิตบริจาค สละชีวิต เพื่อพระโพธิญาณ(ตรัสรู้)

ปุตตบริจาค การสละ บริจาค ให้บุตรอันเป็นที่รักเพื่อพระโพธิญาณ(ตรัสรู้)

ภริยบริจาค การบริจาค สละ ให้ภริยาอันเป็นที่รัก เพื่อพระโพธิญาณ(ตรัสรู้)

พระเวสสันดร จึงให้บุตรเป็นทาน กับ ชูชก เพื่อการสละความผูกพัน เพื่อเจริญกุศล เพื่อถึงความเป็นพระพุทธเจ้า ถ้าสละไม่ได้ ไม่ได้สละสิ่งเหล่านี้ ก็จะไม่ถึงความเป็นพระพุทธเจ้าเลย และก็จะไม่สามารถช่วยกัณหา ชาลี และสัตว์โลก พ้นจากทุกข์ใหญ่ คือ การเกิดในสังสารวัฏฏ์ ที่จะต้องเกิดตาย นับชาติไม่ถ้วน และต้องตกนรกอีกมากมาย ดังนั้น ทุกข์เพียง ถูก ชูชกตี เพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับทุกข์ใหญ่ มีนรก เป็นต้น

ดังนั้น พระองค์มองไกล ไม่มองใกล้ เพราะมองถึงเหตุแห่งทุกข์ที่แท้จริงว่าคือ กิเลส และจะทำอย่างไร จะดับกิเลสได้ ก็ต้องทำกุศลสูงสุด คือ สละ บุตร ภรรยาและก็จะทำให้ช่วย บุตร ภรรยา ในอนาคต จากทุกข์ใหญ่ ทุกข์ที่แท้จริง ที่น่ากลัว กว่าการถูกชูชกตี ทรมาน กว่ามากได้ ครับ

ในพระไตรปิฎก ท่านได้เปรียบไว้ครับว่า เปรียบเหมือนว่า คนในครอบครัวได้ทำผิด ทั้งครอบครัวจะต้องถูกลงโทษเข้าคุกทุกคน(คุก คือ สังสารวัฏฏ์) (ทำผิด คือ ทำอกุศลกรรม เพราะมีกิเลส) ถูกปรับสินไหม ครอบครัวไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ ลูกยังเล็ก มีแต่หัวหน้าครอบครัวเท่านั้นที่จะช่วยเหลือได้ คือ หาเงินมาจ่าย ดังนั้น จึงให้ ลูกและภรรยา เป็นตัวประกันให้เข้าคุกไปก่อน ตัวเองก็ไปหารายได้ มาเพียงพอแล้ว ก็จ่ายค่าปรับ ทั้งตนเองและครอบครัว มีบุตร และ ภรรยา ก็พ้นภัย พ้นจากความผิด เพราะ จ่ายค่าสินไหม แล้วไม่ได้หมายความว่า หัวหน้าครอบครัวเอาตัวรอด แต่ที่ให้ลูกและภรรยา ติดคุกก่อน
เพราะ พระราชาจะได้ไม่เอาผิด เพราะมีตัวประกันแล้ว และตัวเองก็จะหาทรัพย์มาให้

พระโพธิสัตว์ก็เช่นกัน สละทุกอย่าง และ บริจาค บุตร ภรรยา เพื่อเจริญกุศลให้เต็ม เพื่อที่จะได้ถึงความเป็นพระพุทธเจ้า เพื่อที่จะได้ช่วย บุตร ภรรยาและสัตว์โลกทั้งหมด ให้พ้นจากทุกข์ใหญ่จริงๆ และ พ้นจาก คุก ที่น่ากลัว คือ สังสารวัฏฏ์ ครับและกัณหา ชาลี ก็พ้นทุกข์แล้ว เพราะเกิดเป็น พระราหุล และ พระอุบลวรรณาเถรีและปรินิพพาน เพราะอาศัยการตรัสรู้ของพระองค์ พ้นจากทุกข์ใหญ่ ที่เป็นทุกข์ที่น่ากลัวกว่า การถูกชูชกตี หาประมาณไม่ได้

ความประพฤติของพระโพธิสัตว์ จึงเป็นอจินไตย ยากที่จะคิดตามได้ ด้วยความคิดปุถุชน เพราะไม่มีปัญญาถึงขนาดท่าน แต่เมื่อได้ฟังพระธรรม ด้วยความละเอียดรอบคอบ และมองไกล ไม่มองใกล้ และมองเหตุผลโดยประมวล อย่างถี่ถ้วนก็พอเข้าใจได้บ้าง ย่อมเข้าใจเหตุผลตามความเป็นจริง ตามที่กล่าวมาทั้งหมด ครับ

การกระทำของพระองค์ เมื่อครั้งเป็นพระโพธิสัตว์ย่อมมีเหตุมีเหตุผล
และ ท่านไม่มองใกล้ๆ อย่างเราชาวโลก ที่คิดว่า เมื่อทำอย่างนี้ ทำให้คนใกล้ตัวเดือดร้อน มีการให้บุตรกับชูชก เป็นต้น แต่ในความเป็นจริง ทุกคนย่อมเดือดร้อนแน่นอน ตราบใด ยังมี ขันธ์ 5 ไม่ช้าก็เร็ว เพราะ เคยทำกรรม คือ อกุศลกรรมไว้ เมื่อมีเหตุปัจจัย ย่อมเดือดร้อนทางกายเป็นธรรมดา แม้แต่กัณหา ชาลี ครับ หากเรามองเหตุการณ์ใกล้ๆ ก็คิดว่า กัณหา ชาลี ลำบาก ทุกข์กาย เป็นต้น เพราะพระเวสสันดรแต่ในความเป็นจริง หากมองที่สัจจะ ความจริงแล้ว ถ้า กัณหา ชาลี ไม่มีกรรมที่จะทำให้ลำบาก ไม่มีอกุศลกรรมที่จะให้ผลแล้ว กัณหา ชาลี ก็จะไม่ถูกตีจาก ชูชก ไม่ถูกทรมาน ไม่ตกระกำลำบากเลย ครับ เพราะใคร ก็เพราะกรรมของตนเองที่ทำมา ซึ่ง
หากอธิบายกับผู้ที่ไม่เข้าใจพระธรรมอย่างละเอียด หรือ ไม่มีศรัทธาในพระธรรม ย่อมไม่เชื่อ เพราะไม่ได้เข้าใจเหตุผลที่เป็นสัจจะ ความจริงอย่างละเอียด ครับ

ดังนั้น การทำกุศลสูงสุด คือ สละสิ่งที่ติดข้องมากที่สุดเท่ากับว่าจิตสละสิ่งที่ผูกพัน เพื่อไปถึง บุคคลที่ไม่ผูกพันอะไรเลย คือ ถึงความเป็นพระพุทธเจ้า จึงสละ บุตร ภรรยา และมีชีวิตนเอง ให้ผู้อื่นเพื่อสละความผูกพันทั้งหมด อันเป็นการเจริญสูงสุดสูงสุด เพื่อไปถึงความเป็นบุคคลสูงสุดและก็สามารถช่วยผู้อื่นได้ ครับ

จึงเป็นเรื่องของปัญญาจริงๆครับ ถ้าเราเอาความคิดของตนเองมาตัดสิน ไปเปรียบเทียบกับผู้มีปัญญาแล้ว ก็จะเข้าใจผิดได้ และไม่เข้าใจเหตุผลของบุคคลผู้ที่มีปัญญาทำเลยเปรียบเหมือน คนตระหนี่ก็ไม่เข้าใจคนที่ชอบให้ทานและไม่เข้าใจเหตุผลว่าจะให้ไปทำไม เปรียบเหมือน คนโกรธ ก็ไม่เข้าใจว่าจะมีเมตตาไปทำไม โกรธซิดี คนอื่นจะได้กลัว เปรียบเหมือน คนที่ยังมีปัญญาน้อยยังติดข้องมากในครอบครัว หรือ กามคุณรูป เสียง.. ต่างก็ไม่เข้าใจว่าจะต้องบริจาคหรือสละสิ่งนี้ไปทำไม ได้ประโยชน์อะไร ก็เพราะเราติดข้อง ปัญญาน้อย จึงไม่เข้าใจเหตุผลของผู้ที่มีปัญญา ที่อบรมมาเพื่อจะเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าครับ การบริจาคทาน เป็นบารมีหนึ่งและการบำเพ็ญ มหาบริจาค 5 ที่จะทำให้ถึงความเป็นพระพุทธเจ้า เพื่อตัวเองหรือเปล่า หรือท่านทำเพื่อพวกเราครับ เพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ ถ้าไม่บริจาคทุกอย่างแล้ว ก็ไม่สามารถทำบารมีให้เต็มได้ และก็ไม่สามารถเป็นพระพุทธเจ้าได้ครับ

ซึ่งข้อความในพระไตรปิฎก แสดงว่า บุคคลไม่ควรเอาอย่างพระโพธิสัตว์ ในการสละทุกสิ่ง เพราะ ไม่ได้บำเพ็ญบารมี เพื่อถึงความเป็นพระพุทธเจ้า

-----------------

ส่วนได้มีประเด็นผู้กล่าวอ้างว่า กัณหา ที่เป็นอดีตชาติของท่านพระอุบลวรรณาเถรี ที่ไม่ขอมาเกิดเป็นลูกอีก แล้วจึงสรุปว่า กัณหา มองพระเวสสันดรเห็นแก่ตัว การไม่เชื่อ และไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพระเวสสันดร ไม่ใช่สิ่งที่ผิด เพราะสรุปว่า ท่านพระอุบลวรรณาเถรี บรรลุเป็นพระอรหันต์ในอนาคต

นั่นเป็นคำกล่าวที่ผิด เพราะ ท่านพระอุบลวรรณาเถรี บรรลุเป็นพระอรหันต์เพราะการอบรมปัญญาในอดีตชาติ ไม่ใช่เพราะ การไม่เห็นด้วยกับพระเวสสันดร จะเป็นเหตุที่ถูกต้องที่ทำให้บรรลุ ท่านพระองคุลิมาล ก่อน เป็นพระอรหันต์ ท่านฆ่าคนมากมาย แต่ก็บรรลุ การฆ่าคนนั้น ไม่ใช่เหตุที่ดี โดยสรุปว่า ท่านเป็นพระอรหันต์ได้ แต่การฆ่าคน ยังไงเสัยก็เป็นสิ่งที่ผิด แต่ ท่านบรรลุเพราะท่านอบรมปัญญามาอย่างยาวนาน เช่นเดียวกับ กัณหา ที่เกิดความคิดที่เป็นกิเลสได้ของปุถุชน และ ไม่มีปัญญาเท่าพระเวสันดร เมื่อเกิดความทุกข์กาย เกิดความกลัว ก็ย่อมเป็นธรรมดาที่จะคิดไม่เห็นด้วยในขณะนั้น แต่จะกล่าวว่า การไม่เห็นด้วย จะเป็นสิ่งที่ถูกต้องโดยการโยงว่าท่านเป็นพระอรหันต์ในอนาคต ไม่ถูกต้อง เหตุไม่ตรงกับผล ครับ

# การวิเคราะห์โดยความคิดของปุถุชน ไม่เทียบเคียบกับพระธรรม ตามพระไตรปิฎก ย่อมทำให้พระธรรมลบเลือนเสื่อมสูญ

# เพราะฉะนั้น ชาดก ที่จะลบเลือนเสื่อมสูญก่อน คือ เวสันดรชาดก เพราะความคิดของบุคคลที่ไม่เข้าใจพระธรรม อธิบายตามความคิดตนเอง ไม่เทียบเคียงกับพระไตรปิฎก ย่อมทำให้พระธรรมนั้นลบเลือนไป เป็นโทษมากกับผู้อธิบายผิดและเชื่อตาม ครับ

# ผู้มีปัญญา มีพระโพธิสัตว์ ย่อมมีปัญญาเหนือบุคคลทั่วไป ท่านคิดรอบคอบแล้ว จึงทำ มองไกล ไม่มองใกล้ ที่รักตัว เพราะท่านคิดช่วยสัตว์อื่น ไม่ใช่เฉพาะตัวเองเท่านั้น ขออนุโมทนา

ขออนุโมทนา

ศึกษาธรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.dhammahome.com

โดย มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
napapongsumran
napapongsumran
วันที่ 2 พ.ค. 2561 11:49 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
วรศักดิ์
วรศักดิ์
วันที่ 2 พ.ค. 2561 11:56 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
พรสุข
พรสุข
วันที่ 2 พ.ค. 2561 12:41 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
Dusita
Dusita
วันที่ 2 พ.ค. 2561 13:23 น.

ขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 2 พ.ค. 2561 15:21 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
panasda
วันที่ 2 พ.ค. 2561 15:49 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 2 พ.ค. 2561 19:40 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
lada
lada
วันที่ 8 พ.ค. 2561 18:54 น.

อนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
kullawat
วันที่ 9 พ.ค. 2561 13:49 น.

ปุถุชนมักคิดและสรุปธรรมะง่ายๆตามกิเลสของตน

ขอบคุณและขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
peem
วันที่ 21 พ.ค. 2561 21:37 น.

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ