Print 
ภาพธรรมเตือนใจ..อานาปานสติ จดจ้องดูลมหายใจ(ลืมอนัตตา)วิกฤตพระพุทธศาสนา
 
paderm
paderm
วันที่  15 พ.ค. 2561
หมายเลข  29735
อ่าน  975

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

อานาปานสติ จดจ้องดูลมหายใจ(ลืมอนัตตา)วิกฤตพระพุทธศาสนา

พอฟังใครบอกให้ทำ ก็จะทำตาม ให้ดูลมหายใจ อานาปานสติ ลืม แม้คำว่า อนัตตา(บังคับไม่ได้) คำว่าสติ คำว่า ปัญญา และ ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา บังคับบัญชาไม่ได้ แม้สติ และ ปัญญาก็เป็นธรรม บังคับไม่ได้ พยายามไปตามดู จดจ้องที่ลมหายใจในชีวิตประจำวัน ก็เป็นการจดจ้องด้วยกิเลสโลภะ ความต้องการ นี้คือ วิกฤตพระพุทธศาสนาอีกประการหนึ่ง การอ่านพระสูตร หรือ ฟังจากใคร ต้องแยบคาย ไม่ลืมอนัตตา เพราะฉะนั้น หนทางที่ถูก คือ ฟังพระธรรมเข้าใจสภาพธรรม ไม่ต้องไปตามจดจ้อง สติและปัญญาเกิดเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น นี่คือ ไม่ถูกหลอกด้วยโลภะและเข้าใจอนัตตา

ท่าน อ.สุจินต์..ทุกคนมีลมหายใจ แต่การที่จะรู้ที่ลมหายใจด้วยโลภะได้ไหม ตามความเป็นจริง ลองย้อนคิดซิว่า ลมหายใจมี เป็นที่ตั้งของโลภะได้ไหม ตามปกติ ทุกอย่างเป็นอารมณ์ของโลภะได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นรูป เป็นเสียง เป็นกลิ่น เป็นรส เป็นโผฏฐัพพะ ลมหายใจก็คือโผฏฐัพพารมณ์ อารมณ์ที่ปรากฏเมื่อกระทบสัมผัสในช่องจมูก หรือเบื้องบนริมฝีปาก เช่นเดียวกับโผฏฐัพพะอื่นที่กระทบส่วนอื่นของร่างกาย และมีความปรารถนา มีความต้องการ มีความจำเป็นอะไรที่คิดว่า เมื่อจดจ้องที่ลมหายใจแล้ว จิตจะสงบ ลมอื่นได้ไหม

เพราะฉะนั้น ข้อที่ควรระลึกก็คือว่า เมื่อลมหายใจเป็นสภาพธรรมะที่มีจริง ที่เป็นโผฏฐัพพารมณ์ ที่ปรากฏเมื่อกระทบกาย เป็นที่ตั้งของความพอใจได้หรือไม่ได้ ได้ เพราะฉะนั้น เมื่อจิตระลึกที่ลมหายใจโดยปราศจากปัญญา แต่พอใจให้รู้อยู่ที่ลมหายใจ ขณะนั้นจะเป็นโลภะหรือจะเป็นความสงบ เพราะเหตุว่ามีความต้องการให้จิตอยู่ที่นั่น ลักษณะของของการจดจ้องอยู่ที่อารมณ์หนึ่งอารมณ์ใด เป็นลักษณะของสมาธิ ไม่ใช่ลักษณะของความสงบ

เพราะฉะนั้น ไม่ว่าอารมณ์ใดก็ตามย่อมเป็นที่ตั้งของโลภะได้ทั้งสิ้น ถ้าปราศจากปัญญาที่จะรู้สภาพของจิตขณะนั้นว่า เป็นกุศลหรือเป็นอกุศลเพราะเหตุใด เหตุนี่สำคัญมาก ถ้าปราศจากเหตุที่ถูกต้อง สติปัฏฐานและปัญญาขั้นวิปัสสนาก็เกิดไม่ได้ ถ้าปราศจาเหตุที่ถูกต้อง ความสงบและปัญญาขั้นสมถะก็เกิดไม่ได้ ไม่ใช่อยู่ดีๆ ทุกคนที่ไม่รู้อะไรเลยก็ไปนั่งจดจ้องอยู่ที่ลมหายใจแล้วจิตก็จะสงบ จะไม่มีกล่าวไว้ในพระไตรปิฎกเลยว่า การอบรมเจริญภาวนาสามารถกระทำได้ด้วยความไม่รู้

เพราะฉะนั้น ผู้หนึ่งผู้ใดก็ตาม ซึ่งไม่รู้อะไร เพียงแต่รู้ว่า ให้จดจ้องที่ลมหายใจ รู้เพียงแค่ให้จดจ้องที่ลมหายใจ ไม่สามารถจะช่วยให้จิตสงบได้ รู้อะไรคะ เพียงแต่ให้จดจ้องอยู่ที่ลมหายใจ นั่นไม่ใช่ลักษณะของปัญญาอะไรเลย ไม่รู้ด้วยว่า ทำไม เหตุอะไรจึงควรระลึกที่ลมหายใจ เมื่อไม่มีเหตุที่เป็นปัจจัยให้สงบ ความสงบก็เกิดไม่ได้ เพราะว่าเพียงแต่ไม่รู้ และได้รับคำสั่งมาให้จดจ้องที่ลมหายใจ ก็ไม่ใช่ความรู้อะไรเลย

ขออนุโมทนา

ศึกษาธรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.dhammahome.com

โดย มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
Napong klakhaeng
Napong klakhaeng
วันที่ 15 พ.ค. 2561 13:04 น.

กราบอนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
Selaruck
Selaruck
วันที่ 16 พ.ค. 2561 11:40 น.

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ