Print 
น่าเสียดายเวลาที่ไปประพฤติปฏิบัติผิด
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  8 ธ.ค. 2560
หมายเลข  29350
อ่าน  1,528

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ประมวลสาระสำคัญของการสนทนาพิเศษ
ที่บ้านคุณทักษพล-คุณจริยา เจียมวิจิตร
วันศุกร์ที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๐

(ภาพขณะสนทนา)

(ทีมงานบันทึกการถ่ายทำการสนทนาพิเศษในครั้งนี้)

 

~ธรรม ลึกซึ้ง ไม่มีใครมีปัญญาเทียบเท่ากับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ ด้วยเหตุนี้ ก็จะต้องฟังคำของพระองค์ ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง จะต้องศึกษาด้วยความละเอียดรอบคอบ เพราะคำของพระองค์ไม่ใช่ว่าใครจะเข้าใจได้ทันที

~ธรรมคืออะไร (คือสิ่งที่มีจริงๆ) ถ้าเราไม่ศึกษา เราก็ทำตามกันไป หลงคิดว่าเราเข้าใจธรรมแล้ว แต่ว่าเพราะได้ตระหนักว่าพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ที่ไม่มีใครที่จะมีปัญญาเปรียบปานได้ เพราะฉะนั้น คำของพระองค์ ต้องละเอียดลึกซึ้ง การศึกษา ต้องศึกษาด้วยความละเอียดจริงๆทุกคำ จึงสามารถที่จะทำให้มีพระองค์เป็นที่พึ่งได้

~คนส่วนใหญ่สนใจธรรมแล้วทำอะไร เห็นไหม (ส่วนใหญ่)ไม่ได้คิดเลยที่จะเข้าใจธรรม

~แม้แต่คำว่าธรรมคำเดียว ถ้าประมาท ไม่ศึกษาให้เข้าใจจริงๆ ก็ปกปิดทุกอย่าง

~แม้แต่คำเดียวของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าไม่ศึกษาด้วยความเคารพ ก็ปกปิดความจริง แล้วทำให้หลงทางไปด้วย เพราะคิดว่าเข้าใจแล้ว

~ทำด้วยความไม่เข้าใจ แล้วจะเข้าใจอะไรได้ ไม่มีคำตอบเลย

~ต้องเป็นผู้ที่ละเอียดมาก เพราะเหตุว่า ถ้าเป็นคนเผิน เขาว่าอะไร ก็ใช่ไปหมด ไม่คิดเลยว่าอย่างไร เข้าใจจริงๆหรือเปล่า

~ต้องเข้าใจธรรมจริงๆทีละคำ ถ้าไม่เข้าใจก็สับสนหมด แม้แต่คำว่าปฏิบัติธรรม ถ้าไม่เข้าใจคำว่า ธรรม ไม่เข้าใจคำว่า ปฏิบัติ ก็ผิด

~ถ้าไม่ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะเข้าใจไหม เพราะมีแต่คำของครูบาอาจารย์ แต่ก็ไม่ได้กล่าวถึงคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้

~ทุกคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คล้อยไป นำไปที่จะเข้าใจสิ่งที่กำลังมี

~ทุกคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็เพื่อพ้นจากความมืดบอดที่ไม่เข้าใจสิ่งที่มีมานานแสนนานทำให้เริ่มที่จะเข้าใจไปทีละเล็กทีละน้อย

~ยาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็คือ พระธรรมทุกคำที่ทำให้เข้าใจความจริง เพราะขณะนั้น สามารถที่จะละความไม่เข้าใจได้

~ขณะที่กำลังให้ทาน ไม่เหมือนคิดอย่างอื่น ไม่เหมือนคิดว่าจะไปซื้อของไว้สะสม แต่นี่คิดที่จะให้เพื่อประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น ขณะนั้นเพราะมีสภาพธรรมที่ระลึกได้เป็นไปในการที่จะสละสิ่งที่เรามี เพื่อประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น

~น่าเสียดายเวลาที่ไปประพฤติปฏิบัติผิด แทนที่จะเป็นเวลาฟังพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เหมือนอย่างบุคคลในสมัยพุทธกาลที่ไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พระวิหารเชตวัน พระวิหารเวฬุวัน เพื่อฟังธรรม

~ถ้าเขาไม่มีความสนใจที่จะเข้าใจความจริง ก็หมดหนทาง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า แล้วเราจะทำอะไรเขาได้, พวกเดียรถีย์ในสมัยโน้น เยอะ ครูอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น ก็มาก คนก็ไปเป็นศิษย์มากมาย ทั้งๆที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ประทับอยู่ไม่ไกล แต่เขาก็ไปสู่ความเห็นผิด


~ไปทำสมาธิแล้วบอกว่าสบายดี แล้วคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าอย่างไร พระองค์ตรัสไว้ว่านั่น เป็นอกุศล เพราะสบายดีเป็นอกุศล ก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้น คำของคนอื่นตรงข้ามกันกับคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~แต่ละคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประมาทไม่ได้ เพราะกล่าวถึงสิ่งที่มีจริงเดี๋ยวนี้

~ข้อสำคัญที่สุดต้องมั่นคงว่าไม่ใช่เราแต่เป็นธรรม คือ สิ่งที่มีจริง หลากหลายมาก แต่ละหนึ่ง ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น

~เห็นเป็นอะไร เห็นเป็นสภาพรู้ เป็นเราหรือเปล่า ตามความเป็นจริงไม่ใช่เรา เพราะบอกแล้วชัดเจนว่า เป็นสภาพรู้ จึงไม่ใช่เรา

~ชีวิต ก็คือ แต่ละหนึ่งขณะที่เกิดดับสืบต่อกัน

~ที่กล่าวถึงความละเอียดของสภาพธรรมที่เป็น จิต(สภาพธรรมที่เป็นใหญ่เป็นประธานในการรู้แจ้งอารมณ์) เจตสิก (สภาพธรรมที่เกิดประกอบพร้อมกับจิต) และ รูป ก็เพื่อให้เข้าใจถึงความไม่ใช่เรา


~ผู้ที่เป็นบรรพชิต สละเพศคฤหัสถ์เหมือนตายจากคฤหัสถ์ เกิดใหม่ในเพศบรรพชิตโดยมีศีลเป็นกำเนิด ต้องสะสมอุปนิสัยใหญ่มากที่สามารถที่จะสละเพศคฤหัสถ์ คือ เป็นคฤหัสถ์อีกต่อไปไม่ได้ จะเป็นเหมือนอย่างคฤหัสถ์ ไม่ได้

~ไม่ว่าจะเป็นบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ มีวิถีชีวิตต่างกัน แต่หนทางไปสู่การรู้แจ้งอริยสัจจธรรม ย่อมเป็นหนทางเดียวกัน (หนทางแห่งการอบรมเจริญปัญญา)

~ไม่ว่าอะไรจะเกิด เกิดแล้ว ไม่มีใครทำ เป็นแล้วตามเหตุตามปัจจัย

~ถ้าไม่มีปัญญา ไม่เป็นภิกษุในพระธรรมวินัย รักษาพระธรรมวินัยไม่ได้

~ไม่ใช่ว่าใครอยากจะบวชก็บวช แต่ต้องรู้ว่าบวช ยากแค่ไหน ที่จะสละทั่วซึ่งความเป็นคฤหัสถ์ที่เคยเป็นทั้งหมด จะเป็นอย่างคฤหัสถ์อีกต่อไปไม่ได้เลย

~เขารู้ไหมว่าคนที่จะบวชให้เขา(พระอุปัชฌาย์)รับเงินและทอง แล้วไง ถ้าเขาบวชไป ก็ต้องสอนให้เขารับเงินและทองเหมือนตน ใช่ไหม เพราะฉะนั้น ก็ไม่เป็นไปตามพระธรรมวินัย ก็เป็นบาป

~ไม่ต้องบวช ก็สามารถที่จะเข้าใจพระธรรมได้ตลอดชีวิต เมื่อได้ศึกษาพระธรรม

~ธรรมทุกอย่างที่เกิด ต้องมีปัจจัย ไม่ใช่เรา

~เราต้องพูดความจริง ตามสถานการณ์ให้คนที่ไม่รู้ ซึ่งในขณะนี้ก็ระบาดแพร่หลายไปทั่วโลกในเรื่องเข้าใจว่าพระพุทธศาสนาคือสำนักปฎิบัติ เข้าใจว่าสมาธิ นั่น เป็นพระพุทธศาสนา เพราะฉะนั้นถ้าคนเข้าใจอย่างนี้ก็คือพระพุทธศาสนาอันตรธาน ถ้ามีคนที่เชื่ออย่างนี้มากขึ้นๆ เพราะฉะนั้น ก็เป็นทางเดียวที่เราจะเห็นประโยชน์แก่คนอื่นที่สมควรที่จะมีโอกาสได้ยินได้ฟังพระธรรม โดยเฉพาะกล่าวว่าเป็นชาวพุทธ ที่จะไม่ประมาทโดยการที่ว่าเชื่อคำของคนอื่นแต่ไม่ศึกษาพระธรรมให้เข้าใจ เพราะฉะนั้น การที่เรามีความหวังดี จึงต้องพูดทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสำนักปฏิบัติ เรื่องพระธรรมวินัย หรือแม้แต่เรื่องภิกษุรับเงินและทอง ซึ่งต้องแก้ไข เพราะเหตุถ้าไม่แก้ไข ไม่มีทางที่จะจบสิ้นลงไปได้ มีแต่เลวลง

~ภิกษุรับและยินดีในเงินและทอง ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ตราบใดที่ยังเป็นของภิกษุนั้น ก็ยังต้องมีความยินดีในเงินและทอง และพระภิกษุรับไปทำไม ในเมื่อชีวิตของพระภิกษุสละเพศคฤหัสถ์เพื่อที่จะมีชีวิตเพื่อศึกษาพระธรรมอย่างมั่นคง โดยการที่ว่าสามารถที่จะดำรงเพศบรรพชิตตามพระธรรมวินัยได้ จึงเป็นภิกษุในธรรมวินัย ถ้าใครก็ตามไม่สามารถที่จะดำรงเพศตามพระธรรมวินัย ก็ไม่ต้องบวช เพราะเป็นโทษกับตนเอง เป็นโทษกับพระศาสนา และทำลายประเทศชาติด้วย เพราะว่าเงินทอง เสียไปโดยการที่ไม่ได้เข้าใจธรรม มากมาย

~ ชอบไม่รู้ ก็ไม่รู้ต่อไป.

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ที่เคารพยิ่ง
และในอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
มกร
มกร
วันที่ 9 ธ.ค. 2560 04:14 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
papon
papon
วันที่ 9 ธ.ค. 2560 07:27 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
worrasak
worrasak
วันที่ 9 ธ.ค. 2560 07:52 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ อาจารย์

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
จิตโอภาส
จิตโอภาส
วันที่ 9 ธ.ค. 2560 08:27 น.

กราบเท้าท่านอาจารย์สุจินต์ด้วยความเคารพยิ่ง และอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
mammam929
mammam929
วันที่ 9 ธ.ค. 2560 10:44 น.

กราบบูชาพระรัตนตรัยและกราบอนุโมทนากุศลจิตที่เกิดขึ้นเป็นไปในสังสารวัฏค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
thilda
thilda
วันที่ 9 ธ.ค. 2560 14:28 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
peem
วันที่ 9 ธ.ค. 2560 18:17 น.

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
เพียงดิน
เพียงดิน
วันที่ 11 ธ.ค. 2560 08:01 น.

ขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
วิริยะ
วันที่ 12 ธ.ค. 2560 09:38 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 12 ธ.ค. 2560 14:06 น.

    ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 15 ธ.ค. 2560 20:20 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 16 ธ.ค. 2560 10:34 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ