พิจารณาอย่างไร เมื่อใจเกิดกิเลส
 
manawan1234
วันที่  30 ก.ย. 2559
หมายเลข  28244
อ่าน  524

กราบนอบน้อมแด่ท่านผู้รู้ทุกท่าน

มีเพื่อนร่วมงานที่เราไม่ชอบความเห็นแก่ตัวและประจบสอพลอของเขา พอเห็นหน้าเขาทีไร ความไม่พอใจ จะเกิดทุกครั้ง ตอนนี้เขาถูกจับได้ว่ายักยอกเงิน พอเราได้ยินปั๊บ ความรู้สึกแรกคือ สะใจ แต่นึกได้ก็เตือนตัวเอง ว่าไม่ดี น่าจะให้ความเมตตาเขาดีกว่า พยายามนึกเมตตาแต่ก็รู้ตัวว่าไม่จริงใจเท่าไร ก็พยายามวางเฉย แต่อดคิดไม่ได้ โดยลึกๆ เมื่อมานั่งพิจารณาก็ยังรู้สึกว่า เราสะใจที่เขาถูกจับได้อยู่ดี ทำให้รู้สึกไม่สบายใจว่าทำไมเราไม่มีเมตตา กรุณา หรือ ทำใจให้วางเฉยไม่ได้ 

ขอกราบเรียนถามว่าจะมีวิธีปฎิบัติหรือเตือนสติตัวเองอย่างไร เพื่อไม่ให้ใจหลงไปในกิเลส

ขอขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ 


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 2 ต.ค. 2559

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา มีเหตุปัจจัยก็เกิดขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องที่จะทำยังไง เพราะ ทำไม่ได้ ถ้าทำได้ ให้เป็นกุศล จิตก็จะคงดีตามความต้องการ  แต่ หนทางการอบรมปัญญา คือ เข้าใจขึ้นว่าสิ่งที่เกิดคืออะไร คือ ธรรมไม่ใช่เรา อกุศลก็เป็นธรรม เพราะ ยึดถือว่าเป็นเราที่ไม่ดี เป็นเรา ไม่มีเมตตา จึงเดือดร้อนในอกุศล เพราะ ยึดถือว่าอกุศลเป็นเรา แท้ที่จริงมีแต่ธรรม เพราะฉะนั้น ก็ค่อยๆ ฟังต่อไป สะสมปัญญาทีละเล็กละน้อย ก็สามารถค่อยๆ เกิด กุศลขึ้นทีละน้อยและแม้อกุศลเกิดขึ้นก็เข้าใจความจริงได้ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา อันเป็นหนทางการละกิเลสที่ถูกต้อง ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 2 ต.ค. 2559

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ชอบไม่รู้จบ ไม่ชอบไม่รู้จบ ตราบใดที่ยังมีกิเลสอยู่    ความจริงเป็นอย่างนี้ กิเลสที่สะสมมาเมื่อได้เหตุได้ปัจจัยก็เกิดขึ้นทำกิจหน้าที่แต่ละคนก็มีกิเลสด้วยกันทั้งนั้น ถ้าไม่ขัดเกลาไม่ละคลาย ด้วยพระธรรม   ก็ยิ่งจะมากไปด้วยกิเลสมากยิ่งขึ้น เคยได้ฟังข้อความหนึ่งที่ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์   ได้กล่าวไว้น่าพิจารณาทีเดียวว่า"เพียงแค่เห็นหน้าก็ไม่ชอบแล้ว  ถ้ายิ่งกว่าเห็นหน้าแล้วจะเป็นอย่างไร" แสดงถึงกิเลสอกุศลธรรมที่สะสมมาอย่างแท้จริง   ก็ต้องอาศัยพระธรรมคำสอนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปทีละเล็กทีละน้อย  ไม่มีใครสามารถขัดเกลาของตนเองได้    นอกจากจะเป็นผู้ฟังพระธรรมแล้วน้อมประพฤติตามพระธรรม สิ่งไหนไม่ดี ก็ไม่ควรสะสมให้มีมากขึ้น   จากที่โกรธมากๆ   แล้วเป็นไม่โกรธได้    สิ่งอื่นไม่สามารถทำให้เป็นอย่างนี้ได้  แต่ปัญญาทำให้เป็นไปได้  และเป็นไปได้จริงๆ  ครับ 

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
hetingsong
hetingsong
วันที่ 2 ต.ค. 2559

สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 2 ต.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
manawan1234
วันที่ 2 ต.ค. 2559

ขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ จะพยายามศึกษาและรับฟังพระธรรมต่อไปนะคะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
Avitathata
Avitathata
วันที่ 3 ต.ค. 2559

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
peem
วันที่ 3 ต.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
worrasak
worrasak
วันที่ 4 ต.ค. 2559

ขออนุโมทนาครับ ตั้งใจฟังพระธรรมด้วยความวิริยะครับ เกียจคร้านฟังธรรมเมื่อใด กิเลสมาละตามการสะสม

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 5 ต.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
สิริพรรณ
สิริพรรณ
วันที่ 16 ต.ค. 2559

ได้ฟังท่านอ.สุจินต์ กล่าวว่า "มีใครบ้างคะ ที่ขัดเกลากิเลสได้ ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรม"

ขอเป็นกำลังใจในการฟังพระธรรมด้วยความเคารพต่อไป

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาวิทยากรทั้ง 2 ท่านด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 17 ต.ค. 2559

เพราะเราสะสมมาที่จะคิดแบบนั้น  เราห้ามกิเลสไม่ให้เกิดไม่ได้ แต่เราสามารถอบรมปัญญาจนกว่าจะรู้ว่าแม้อกุศลที่คิดขณะนั้นก็เป็นธรรมอย่างหนึ่งไม่ใช่เราค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
Komsan
วันที่ 19 ต.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
Lertchai
Lertchai
วันที่ 10 ธ.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ