พิจารณาอย่างไร เมื่อใจเกิดกิเลส
 
manawan1234
วันที่  30 ก.ย. 2559
หมายเลข  28244
อ่าน  459

กราบนอบน้อมแด่ท่านผู้รู้ทุกท่าน

มีเพื่อนร่วมงานที่เราไม่ชอบความเห็นแก่ตัวและประจบสอพลอของเขา พอเห็นหน้าเขาทีไร ความไม่พอใจ จะเกิดทุกครั้ง ตอนนี้เขาถูกจับได้ว่ายักยอกเงิน พอเราได้ยินปั๊บ ความรู้สึกแรกคือ สะใจ แต่นึกได้ก็เตือนตัวเอง ว่าไม่ดี น่าจะให้ความเมตตาเขาดีกว่า พยายามนึกเมตตาแต่ก็รู้ตัวว่าไม่จริงใจเท่าไร ก็พยายามวางเฉย แต่อดคิดไม่ได้ โดยลึกๆ เมื่อมานั่งพิจารณาก็ยังรู้สึกว่า เราสะใจที่เขาถูกจับได้อยู่ดี ทำให้รู้สึกไม่สบายใจว่าทำไมเราไม่มีเมตตา กรุณา หรือ ทำใจให้วางเฉยไม่ได้ 

ขอกราบเรียนถามว่าจะมีวิธีปฎิบัติหรือเตือนสติตัวเองอย่างไร เพื่อไม่ให้ใจหลงไปในกิเลส

ขอขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ 



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 2 ต.ค. 2559

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา มีเหตุปัจจัยก็เกิดขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องที่จะทำยังไง เพราะ ทำไม่ได้ ถ้าทำได้ ให้เป็นกุศล จิตก็จะคงดีตามความต้องการ  แต่ หนทางการอบรมปัญญา คือ เข้าใจขึ้นว่าสิ่งที่เกิดคืออะไร คือ ธรรมไม่ใช่เรา อกุศลก็เป็นธรรม เพราะ ยึดถือว่าเป็นเราที่ไม่ดี เป็นเรา ไม่มีเมตตา จึงเดือดร้อนในอกุศล เพราะ ยึดถือว่าอกุศลเป็นเรา แท้ที่จริงมีแต่ธรรม เพราะฉะนั้น ก็ค่อยๆฟังต่อไป สะสมปัญญาทีละเล็กละน้อย ก็สามารถค่อยๆเกิด กุศลขึ้นทีละน้อยและแม้อกุศลเกิดขึ้นก็เข้าใจความจริงได้ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา อันเป็นหนทางการละกิเลสที่ถูกต้อง ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 2 ต.ค. 2559

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ชอบไม่รู้จบ ไม่ชอบไม่รู้จบ ตราบใดที่ยังมีกิเลสอยู่     ความจริงเป็นอย่างนี้ กิเลสที่สะสมมาเมื่อได้เหตุได้ปัจจัยก็เกิดขึ้นทำกิจหน้าที่แต่ละคนก็มีกิเลสด้วยกันทั้งนั้น ถ้าไม่ขัดเกลาไม่ละคลาย ด้วยพระธรรม     ก็ยิ่งจะมากไปด้วยกิเลสมากยิ่งขึ้น เคยได้ฟังข้อความหนึ่งที่ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์   ได้กล่าวไว้น่าพิจารณาทีเดียวว่า"เพียงแค่เห็นหน้าก็ไม่ชอบแล้ว  ถ้ายิ่งกว่าเห็นหน้าแล้วจะเป็นอย่างไร" แสดงถึงกิเลสอกุศลธรรมที่สะสมมาอย่างแท้จริง     ก็ต้องอาศัยพระธรรมคำสอนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปทีละเล็กทีละน้อย  ไม่มีใครสามารถขัดเกลาของตนเองได้    นอกจากจะเป็นผู้ฟังพระธรรมแล้วน้อมประพฤติตามพระธรรม สิ่งไหนไม่ดี ก็ไม่ควรสะสมให้มีมากขึ้น   จากที่โกรธมาก ๆ     แล้วเป็นไม่โกรธได้    สิ่งอื่นไม่สามารถทำให้เป็นอย่างนี้ได้  แต่ปัญญาทำให้เป็นไปได้  และเป็นไปได้จริง ๆ  ครับ 

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
hetingsong
hetingsong
วันที่ 2 ต.ค. 2559

สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 2 ต.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
manawan1234
วันที่ 2 ต.ค. 2559

ขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ จะพยายามศึกษาและรับฟังพระธรรมต่อไปนะคะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
Avitathata
Avitathata
วันที่ 3 ต.ค. 2559

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
peem
วันที่ 3 ต.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
worrasak
worrasak
วันที่ 4 ต.ค. 2559

ขออนุโมทนาครับ ตั้งใจฟังพระธรรมด้วยความวิริยะครับ เกียจคร้านฟังธรรมเมื่อใด กิเลสมาละตามการสะสม

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 5 ต.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
สิริพรรณ
วันที่ 16 ต.ค. 2559

ได้ฟังท่านอ.สุจินต์ กล่าวว่า "มีใครบ้างคะ ที่ขัดเกลากิเลสได้ ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรม"

ขอเป็นกำลังใจในการฟังพระธรรมด้วยความเคารพต่อไป

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาวิทยากรทั้ง 2 ท่านด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 17 ต.ค. 2559

เพราะเราสะสมมาที่จะคิดแบบนั้น  เราห้ามกิเลสไม่ให้เกิดไม่ได้ แต่เราสามารถอบรมปัญญาจนกว่าจะรู้ว่าแม้อกุศลที่คิดขณะนั้นก็เป็นธรรมอย่างหนึ่งไม่ใช่เราค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
Komsan
วันที่ 19 ต.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
Lertchai
Lertchai
วันที่ 10 ธ.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ