Print 
รู้สึกผิดและรู้สึกบาปอย่างมาก ควรสงบใจอย่างไรดีคะ
 
Nutthy
วันที่  23 พ.ย. 2558
หมายเลข  27256
อ่าน  1,935

ดิฉันรู้สึกผิดมากที่ไม่ได้พาหมาไปหาหมอ น้องหมาเลยตายในคืนนั้นค่ะ  เรื่องมีอยู่ว่าดิฉันเลี้ยงหมาอายุ 4 เดือนไว้หนึ่งตัว แต่น้องป่วยไม่อยากอาหารและเซื่องซึม ให้ยากินแล้วตัวก็หายร้อนแต่ยังไม่ยอมกินอะไร เลยตั้งใจว่าจะพาไปหาหมอในวันรุ่งขึ้น เพราะเห็นว่าที่ผ่านมาน้องเคยป่วยแบบนี้แล้วกินยาประมาณ 2 วัน ก็หายเป็นปกติ ดิฉันเลยคิดว่าครั้งนี้อาจป่วยเหมือนเดิมแต่ถ้าวันรุ่งขึ้นอาการยังไม่ดีขึ้นก็จะพาไปหาหมอ แต่สุดท้ายแล้วไม่ทันค่ะ น้องตายในคืนนั้น ดิฉันจึงรู้สึกผิดที่รอเวลา ไม่พาน้องไปหาหมอตอนนั้นเลย ตอนนี้เครียดและคิดซ้ำๆ อยู่แต่ว่าถ้าพาน้องไปในคืนนั้นน้องคงไม่ตาย น้องหมาคงหายป่วย คิดถึงแต่สายตาน้องที่มองในวันนั้นว่าเขาอาจจะบอกว่าให้พาไปหาหมอก็ได้ แต่เราไม่พาไปคืนนั้นเขาถึงตาย พยายามทำบุญตักบาตรไปให้ และอุทิศส่วนกุศลไปให้เขา แต่ทุกครั้งก็ยังเศร้าเสียใจ และรู้สึกผิดมากอยู่ในใจ จิตใจไม่สงบเลยค่ะ คิดถึงทีไรน้ำตาก็ไหล และรู้สึกว่าดิฉันดูแลเขาไม่เต็มที่ "รู้สึกผิดและรู้สึกบาป" ที่ไม่พาเขาไปหาหมอคืนนั้นค่ะ

ดิฉันควรทำอย่างไรกับความรู้สึกแบบนี้คะ รบกวนขอคำแนะนำ ที่พึ่งทางใจจากกระดานสนทนาธรรมด้วยค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 23 พ.ย. 2558 15:53 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ตราบใดที่ยังมีกิเลส ก็ยังจะต้องมีทุกข์เป็นธรรมดา ไม่ว่าใคร หรือ บุคคลใด  ผู้ที่ไม่ทุกข์อีกเลย คือ ผู้ที่ดับกิเลสจนหมดสิ้น   เพราะฉะนั้น หนทางที่ถูก ที่จะแก้ทุกข์คือ เข้าใจทุกข์ที่เกิดขึ้นเป็นธรรมดา     อยู่กับความทุกข์ด้วยความเข้าใจ  เข้าใจว่าจะต้องทุกข์  วิธีแก้ทุกข์ จะต้องมีปัญญาความเข้าใจถูก    ซึ่งปัญญาจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม จากพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง

     ซึ่งควรพิจารณาความจริงว่า สัตว์แต่ละชีวิตก็มีกรรมเป็นของๆ ตน  สัตว์ตายหรือใครจะตายก็เพราะ กรรมของตนเอง ไม่มีใครจะสามารถทำให้ใครตายได้ เมื่อสัตว์เกิด สุนัขเกิด ก็มาด้วยกรรมของสัตว์นั้นเอง และ เมื่อตายก็ตายด้วยกรรมของสัตว์ ต่างคนต่างมา ต่างคนก็ต่างไป      ที่สำคัญที่สุด เมื่อสัตว์ตายแล้วก็ต้องเกิดทันทีเพราะฉะนั้น     สุนัขที่ตายไปแล้ว    ก็เกิดแล้ว เขาก็อาจเกิดในสถานที่ดีๆ ควรจะเศร้าโศก ถึงสัตว์ สุนัข ที่ไปในสถานที่ หรือ เกิดในที่ดีแล้วหรือไม่

     หากจะเศร้าโศกถึงสัตว์ที่จากไป ก็ควรคิดถึงตนเองที่จะต้องจากไป     ดังเช่นสัตว์นั้น ควรที่จะไม่ประมาทในชีวิต ที่จะศึกษาธรรม อบรมปัญญา ในช่วงเวลาที่มีชีวิตที่เหลือน้อย ความตายก็ใกล้มาทุกขณะ ความตายของผู้อื่น ย่อมเป็นเครื่องเตือนให้น้อมเข้ามาในตนว่า ควรใช้ชีวิตที่ไม่ประมาท สิ่งที่ติดตัวไปได้ คือ ความดี และความไม่ดี แต่สิ่งที่เป็นที่พึ่ง คือ กุศล บุญที่กระทำ  และสัตว์ หรือ ญาติที่เสียชีวิตไป สิ่งที่เป็นประโยชน์กับเขา คือ ไม่ใช่ความเศร้าโศกของเรา แต่ คือ การทำบุญ อุทิศส่วนกุศลไปให้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้รับ คือ ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ครับ

เชิญคลิกอ่านที่นี่ ครับ

ขับรถชนสุนัข ไม่หยุดรถให้คนตาบอดข้ามถนนในที่จราจรหนาแน่น 

ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 23 พ.ย. 2558 17:11 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ตายแล้ว เกิดทันที  ตราบใดที่ยังมีกิเลสอยู่ สัตว์โลก มีกรรมเป็นของของตน   การเศร้าโศกเสียใจ  ไม่มีผลต่อการจากไปของผู้ที่ละจากโลกนี้ไปแล้ว   มีแต่จะทำให้ตนเอง ผ่ายผอม ซูบซีด     เพราะผู้นั้น ก็ไปตามกรรมของตนจริง ๆ  
     สภาพธรรมเกิดเพราะเหตุปัจจัยจริง ๆ     ชีวิตประจำวันจึงไม่พ้นไปจากธรรม  ขณะที่เศร้าโศกเสียใจมีจริง ๆ  เป็นธรรม ไม่ใช่เรา   ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น   บุคคลผู้ที่ยังมีความเศร้าโศกอยู่นั้น ก็เพราะยังมีกิเลส ยังมีความติดข้อง  ยินดีพอใจ  ยังมีอวิชชาอยู่  จึงต้องมีความเศร้าโศกเป็นธรรมดา   เมื่อมีความติดข้อง ผลที่ตามมาคือ ความเศร้าโศกเสียใจ เมื่อสิ่งที่ติดข้องนั้นพลัดพรากจากไป แต่เมื่อได้อาศัยการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดง ย่อมจะทำให้เข้าใจสภาพธรรมตามความเป็นจริงว่า     เป็นสภาพธรรมแต่ละอย่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ไม่เที่ยง  ไม่ยั่งยืน  และเป็นความจริงที่ว่าขึ้นชื่อว่าสัตว์โลก แล้ว  ล้วนมีความตายเป็นเบื้องหน้า ด้วยกันทั้งนั้น เมื่อมีชาติ ชราย่อมติดตาม พยาธิก็ครอบงำและท้ายที่สุดก็ถูกมรณะคือความตายห้ำหั่น ไม่มีใครรอดพ้นได้เลย 
     จากกรณีการตายของสัตว์อื่น ของคนอื่น ก็สามารถพิจารณาได้ว่า ในที่สุดเราก็จะตายเหมือนกัน  ไม่ใช่ตายแต่คนอื่น    ก็จะเป็นเครื่องเตือนใจตนเองอยู่เสมอ  เพื่อเป็นผู้ไม่ประมาทในชีวิต   ไม่ประมาทกำลังของอกุศล      และไม่ประมาทในการเจริญกุศล    ซึ่งรวมถึงการอบรมเจริญปัญญาเพื่อความเข้าใจถูก เห็นถูกยิ่ง ๆขึ้นไปด้วย เพราะเมื่อวาระสุดท้ายของชีวิตในภพนี้ชาตินี้มาถึง ต้องบ่ายหน้าไปสู่ความตาย ไม่มีใครสามารถที่จะขอร้อง หรือผัดเพี้ยนได้เลย ครับ.

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
Nutthy
วันที่ 24 พ.ย. 2558 13:12 น.

ขอบพระคุณทุกท่านมากค่ะ

ตอนนี้พยายามคิดเสียว่าเป็นกรรมของเขา เขาหมดเวรหมดกรรมเท่านี้ ได้แต่หวังว่าเขาจะไปเกิดในสถานที่ดีๆ พยายามทำบุญและอุทิศส่วนกุศลไปให้เขาค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
pat_jesty
วันที่ 25 พ.ย. 2558 15:40 น.

เมื่อเกิด ก็ต้องตาย เป็นสิ่งแน่แท้

ความตาย จึงเหมือนเงาตามตัวไปตลอดที่ยังมีชีวิตอยู่

แต่เพราะติดข้องในสุขและทุกข์  เมื่อมีการพลัดพราก จึงเป็นทุกข์

และเพราะไม่รู้ จึงติดข้อง หลงคิดว่าสิ่งเหล่านั้นจะอยู่กับเราไปตลอด ทั้งที่มันไม่จีรังยั่งยืน...

 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 24 ก.พ. 2559 10:40 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 24 ก.พ. 2559 14:35 น.

ในพระไตรปิฏกแสดงไว้  มีรักหนึ่ง ก็ทุกข์หนึ่ง  มีรักสอง ก็ทุกข์สอง ฯลฯ  ไม่ว่าเราจะเจอกับความทุกข์อะไรเราก็ไม่ทิ้งธรรม  เพราะขณะที่ตั้งใจฟังธรรมขณะนั้นจิตเป็นกุศลค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
Tommy9
Tommy9
วันที่ 24 ก.พ. 2559 15:22 น.

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ