Print 
เรียนท่านอาจารย์ทั้งสอง
 
phuttha
phuttha
วันที่  22 พ.ย. 2558
หมายเลข  27249
อ่าน  589

เนื่องจากผมได้ฟังธรรมแล้วรู้สึกเบื่อหน่ายในการมีอัตตาเป็นเพราะอะไรหรือครับ ขอความกรุณาท่านอาจารย์ชี้แนะด้วยความเคารพครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
phuttha
phuttha
วันที่ 22 พ.ย. 2558 02:39 น.

สืบเนื่องมาจากการฟังพระธรรมบทอนันตลักขณะสูตรน่ะครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 22 พ.ย. 2558 06:39 น.

 ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ความเบื่อหน่าย องค์ธรรม คือ ปัญญาที่รู้ตามความเป็นจริง แต่ไม่ใช่ความเบื่อหน่ายที่เป็นโทสะ ไมชอบใจในความไม่สบาย ป่วยของร่างกาย แต่เห็นตามความเป็นจริง ที่เป็นวิปัสสนาญาณ เบื่อหน่ายในขันธ์ เพราะเห็นถึงลักษณะของสภาพธรรมตามความเป็นจริงในขณะนั้นด้วยปัญญา ระดับสูง จึงเบื่อหน่ายด้วยปัญญาและถึงการดับกิเลสด้วยวิปัสสนาญาณขั้นอื่นๆ เกิดขึ้น ครับ เพราะฉะนั้น จึงไม่พ้นไปจากเรื่องของปัญญาเป็นสำคัญ หากไม่มีปัญญา ตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว ก็สำคัญ เบื่อหน่าย ด้วยความเป็นเราไม่รู้ว่าเป็นแต่เพียงธรรมเป็นไป การสะสมปัญญาที่จะถึงความเบื่อหน่ายที่เป็นปัญญาระดับสูง จึงต้องเริ่มจากการฟังพระธรรมให้เข้าใจ ปัญญาที่เกิดขึ้น จึงเป็นไปตามลำดับไม่ข้ามขั้น ไม่มีตัวตนที่จะทำให้เบือ่หน่าย แต่เมื่อปัญญาถึงพร้อม ความเบื่อหน่ายย่อมเกิดขึ้น ในสภาพธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนี้ เพราะหากเบื่อหน่ายตัวเอง เบื่อหน่ายร่างกายที่สำคัญว่ามีร่างกายอยู่ ก็ไม่มีทางที่จะพ้นจาก กรง คือ ความเห็นผิดที่สำคัญว่ามีเรา มีร่างกายที่สมมติบัญญัติได้เลย

     ดังนั้น เบื่อหน่ายแล้วไม่ได้เกิดปัญญาที่รู้ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา ก็เป็นความเบื่อหน่ายที่เกิดพร้อมกับความไม่รู้ และ ก็ไม่รู้ต่อไป จนกว่าจะเข้าใจว่าเดินหนทางผิดอยู่ ที่ไม่เข้าใจความเบื่อหน่ายที่เกิดขึ้นว่าไม่ใช่เรื่องของปัญญา หนทางที่ถูก คือ ฟังพระธรรมต่อไป แล้วเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติ แม้ความเบื่อหน่ายด้วยความไม่รู้นั้นก็เป็นธรรมไม่ใช่เรา ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
tanrat
tanrat
วันที่ 22 พ.ย. 2558 08:07 น.

สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
peem
วันที่ 22 พ.ย. 2558 10:18 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 22 พ.ย. 2558 12:36 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ความเบื่อหน่ายต้องเป็นเรื่องของปัญญาที่เข้าใจถูก ไม่ใช่ด้วยความเบื่อด้วยอำนาจของโทสะ ไม่ใช่ด้วยความเดือดร้อนกระวนกระวายใจไม่สบายใจ ที่ไม่ชอบ ถ้าเริ่มต้นจากความไม่รู้ แล้วไปทำอะไรด้วยความไม่รู้ (โดยที่เข้าใจผิดว่ารู้แล้ว ถูกต้องแล้ว) ก็มีแต่จะสะสมความไม่รู้ สะสมความเห็นผิดมากยิ่งขึ้น  พอกพูนอกุศลให้มีมากขึ้น เพราะเหตุว่า พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงตลอด ๔๕ พรรษา เป็นไปเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกในลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังมีกำลังปรากฏตามความเป็นจริง ไม่ใช่เพื่อความไม่รู้ ผู้ที่ได้ฟังได้ศึกษาเท่านั้นถึงจะเข้าใจไปตามลำดับ แต่ถ้าไม่ได้ฟัง ไม่ได้ศึกษาเลย ย่อมไม่มีทางที่จะเข้าใจ

     สำคัญที่ความเข้าใจถูกเห็นถูกตั้งแต่ต้นจริง ๆ ควรอย่างยิ่งที่จะได้เริ่มต้นที่การฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมให้เข้าใจเพราะธรรมมีจริง ๆ ในขณะนี้ มีจริง ๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องไปแสวงหาธรรมที่ไหนเลย สำคัญที่ความเข้าใจถูกเห็นถูกอย่างแท้จริง ครับ
...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
panasda
วันที่ 22 พ.ย. 2558 16:29 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
chaweewanksyt
chaweewanksyt
วันที่ 16 ธ.ค. 2558 00:29 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 17 ธ.ค. 2558 11:35 น.

  ขณะที่ฟังธรรมแล้วเข้าใจ  ขณะนั้นจิตสงบจากกิเลสชั่วขณะสั้น ๆ  กุศลเกิดสลับกับอกุศลก็ได้ ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 24 ก.พ. 2559 10:48 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ