ผัสสะ

  
papon
วันที่  27 ก.พ. 2558
หมายเลข  26247
อ่าน  2,243

เรียนอาจารย์ทั้งสองท่าน

"ผัสสะ" ขอความอนุเคราะห์อาจารย์ช่วยกรุณาให้อรรถาธิบายเกี่ยวกับคำนี้ด้วยครับ

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
  
paderm
วันที่ 27 ก.พ. 2558

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ความเป็นจริงของธรรม เป็นจริงอย่างไรก็เป็นจริงอย่างนั้น และธรรมก็หลากหลายมาก ไม่พ้นไปจากจิต เจตสิก รูป และพระนิพพาน สิ่งที่มีจริงๆ ไม่พ้นไปจากธรรมเหล่านี้เลย เมื่อกล่าวถึงผัสสเจตสิก ก็เป็นสภาพธรรมที่มีจริงๆ เป็นเจตสิกธรรมที่เกิดกับจิตทุกขณะ ทุกประเภท ไม่มีเว้นเลย ไม่ว่าจะเป็นจิตประเภทใดก็ตาม จะไม่ปราศจากผัสสเจตสิกเลย เกิดขึ้นทำกิจหน้าที่กระทบกับอารมณ์ กล่าวคือ ถ้าจิตเกิดขึ้นรู้อารมณ์ใด ผัสสะก็กระทบอารมณ์นั้นๆ ที่จิต รู้ ขณะที่เห็นก็มีผัสสะเกิดร่วมกับจิตเห็น เป็นชาติวิบาก คือ เป็นผลของกรรม และถ้าเกิดความติดข้องยินดีพอใจ ขณะนั้นก็มีผัสสะเกิดร่วมกับอกุศลจิตที่มีโลภะเกิดร่วมด้วย ผัสสะในขณะนั้นก็เป็นชาติอกุศล ครับ

เชิญอ่านคำบรรยายท่านอาจารย์สุจินต์ได้ที่นี่ ครับ

ผัสสเจตสิกเกิดกับจิตและเจตสิกทุกดวง

เพราะฉะนั้น ท่านผู้ฟังก็ควรที่จะศึกษาสภาพธรรมที่เป็นจิตปรมัตถ์ เจตสิกปรมัตถ์ รูปปรมัตถ์ โดยละเอียดยิ่งขึ้น ซึ่งท่านผู้ฟังจะเห็นได้ว่า แม้จะกล่าวถึงสภาพธรรมหนึ่งสภาพธรรมใดเพียงสภาพธรรมเดียว เช่น ผัสสเจตสิก ก็รวมไปถึงจิตทุกดวงได้เพราะเหตุว่าผัสสเจตสิกเกิดกับจิตทุกดวง แล้วยังรวมไปถึงเจตสิกทุกดวงได้ เพราะเหตุว่าผัสสเจตสิกเกิดกับจิตทุกดวงและเกิดกับเจตสิกทุกดวง และยังรวมไปถึงรูปทุกชนิดได้ เพราะเหตุว่า เมื่อผัสสะเกิดกับจิตและเจตสิกทุกดวง ก็เป็นปัจจัยให้รูปทุกชนิดเกิดขึ้นได้ด้วย

ขออนุโมทนา

  
  ความคิดเห็นที่ 2  
  
khampan.a
วันที่ 27 ก.พ. 2558

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ความเข้าใจถูกเห็นถูกเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะธรรม คือ ขณะนี้ เป็นการแสดงถึงสิ่งที่มีจริงๆ ในขณะนี้ ตามความเป็นจริง ซึ่งต้องเริ่มที่ค่อยๆ ฟัง ค่อยๆ ศึกษาไปเรื่อยๆ สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปทีละเล็กทีละน้อย เพราะก่อนศึกษาพระธรรม ย่อมเข้าใจผัสสะผิดไป จนกว่าจะได้ฟังความจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ตามความเป็นจริงของนามธรรมที่เกิดขึ้น ได้แก่ จิต (และเจตสิกธรรมที่เกิดร่วมด้วย) จิตเกิดดับสืบต่อกันอย่างไม่ขาดสาย จิตขณะหนึ่งดับไปเป็นปัจจัยให้จิตขณะต่อไปเกิดขึ้น แต่จะไม่มีจิตเกิดพร้อมกัน ๒ - ๓ ขณะ ทุกขณะที่จิตเกิดขึ้นนั้น จะต้องมีเจตสิกธรรมเกิดร่วมด้วยตามควรแก่จิตประเภทนั้น ซึ่งจะไม่ปราศจากผัสสะ (สภาพธรรมที่กระทบอารมณ์) เลย และยังมีเจตสิกธรรมประการอื่นๆ ด้วย นี้คือความเกิดขึ้นเป็นไปของธรรม ที่ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น จิตเกิดขึ้นรู้อารมณ์อะไร ผัสสะก็รู้อารมณ์นั้น ตามกิจหน้าที่ของตน คือ รู้อารมณ์ด้วยการกระทบอารมณ์ จิตรู้อารมณ์ใด ผัสสเจตสิกก็กระทบอารมณ์นั้น ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

  
  ความคิดเห็นที่ 3  
  
papon
วันที่ 27 ก.พ. 2558

เรียนอาจารย์ทั้งสองท่าน

ผัสสะเป็นปัจจัยให้เกิดโลภะ โทสะหรือโมหะได้หรือไม่ อย่างไรครับ?

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

  
  ความคิดเห็นที่ 4  
  
peem
วันที่ 27 ก.พ. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

  
  ความคิดเห็นที่ 5  
  
siriporn2509
วันที่ 28 ก.พ. 2558

กรรมทั้งปวงมี " ผัสสะ "เป็นปัจจัย

ขอบคุณ และขออนุโมทนาคะ่

  
  ความคิดเห็นที่ 6  
  
ธุลีพุทธบาท
วันที่ 28 ก.พ. 2558

กราบเท้าบูชาพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ที่เคารพอย่างสูงยิ่ง

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาอาจารย์ทั้งสองท่าน ครับ.

  
  ความคิดเห็นที่ 8  
  
wannee.s
วันที่ 6 มี.ค. 2558

ผัสสะ รู้ตามการศึกษา จากที่ไม่เคยรู้ก็ค่อยๆ รู้ เช่น เพราะมีผัสสะจึงมีเวทนา ฯลฯ ค่ะ

  
  ความคิดเห็นที่ 9  
  
kullawat
วันที่ 18 มี.ค. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

  
  ความคิดเห็นที่ 10  
  
Sea
วันที่ 1 มิ.ย. 2565

กราบอนุโมทนาค่ะ

  
  ความคิดเห็นที่ 11  
  
เฉลิมพร
วันที่ 29 พ.ย. 2566

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

  
  ความคิดเห็นที่ 12  
  
chatchai.k
วันที่ 2 ธ.ค. 2566

ยินดีในกุศลจิตครับ

  
  ความคิดเห็นที่ 13  
  
Jarunee.A
วันที่ 6 ก.พ. 2567

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

  
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ