ในพระไตรปิฎกมีคำว่า ผู้แสวงบุญ จาริกแสวงบุญหรือไม่
 
natural
วันที่  22 ก.พ. 2558
หมายเลข  26207
อ่าน  1,447

เรียนถามว่า ในพระไตรปิฎกมีคำว่า "ผู้แสวงบุญ" "จาริกแสวงบุญ" หรือไม่คะ ถ้ามี หมายความว่าอย่างไร

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ


  ความคิดเห็น 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 22 ก.พ. 2558

  ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

 

   คำว่า แสวงบุญ มีในพระไตรปิฎก  แต่ จาริกแสวงบุญ ไม่มี ครับ  ซึ่งคำว่า แสวงบุญ ในพระไตรปิฎก ไม่ใช่ด้วยการอยากได้บุญด้วยโลภะ ตามที่ทำกัน ด้วยตัวตน    ที่อยากได้บุญ จึงแสวงบุญ ไปสถานที่ต่างๆ    แท้ที่จริง บุญ อยู่ที่จิตที่ดงามเกิดขึ้นในขณะนั้น  ซึ่งในพระไตรปิฎก ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ที่ได้จุติไปเกิดในสวรรค์ เป็นเทพบุตร ได้กล่าวคาถาว่า

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เล่ม ๓ ภาค ๒- หน้าที่ 420

  พระเชตวันนี้มีประโยชน์  อันสงฆ์ผู้

แสวงบุญอยู่อาศัยแล้ว   อันพระองค์ผู้เป็น

  ธรรมราชาประทับ  เป็นที่เกิดปิติแก่ข้า-

พระองค์  สัตว์ทั้งหลายย่อมบริสุทธิ์ด้วย

ธรรม  ๕  อย่างนี้  คือ  กรรม  ๑  วิชชา  ๑

ธรรม  ๑  ศีล  ๑  ชีวิตอุดม  ๑  ไม่ใช่บริสุทธิ์

  ด้วยใครหรือด้วยทรัพย์  เพราะฉะนั้นแล

  บุคคลผู้เป็นบัณฑิต เมื่อเล็งเห็นประโยชน์

ของตน  พึงเลือกเฟ้นธรรมโดยแยบคาย

จะบริสุทธิ์ในธรรมนั้นได้ด้วยอาการนี้

พระสารีบุตรนั้นแล  ย่อมบริสุทธิ์ได้ด้วย

ปัญญา  ด้วยศีล และด้วยความสงบ

ความจริง  ภิกษุผู้ถึงฝั่งแล้ว   จะอย่างยิ่ง 

ก็เท่าพระสารีบุตรนี้.

   แสดงให้เห็นถึง การแสวงบุญของพระสงฆ์ คือ ที่พระวิหารเชตวัน  เป็นที่ที่พระสงฆ์อยู่  และเป็นที่แสวงบุญ คือ เจริญอบรมปัญญา คือ กุศลเกิด ณ ที่นั้น  เพราะท่านเหล่านั้นมีความเข้าใจพระธรรมอันเกิดจากการฟัง  ศึกษาพระธรรมจากพระพุทธเจ้า   จึงเกิดกุศลที่เข้าใจถูกในความเป็นจริงของสภาพธรรม   ขณะนั้น ก็เป็นการแสวงบุญ คือ  บุญ เกิดที่ใจแล้วในขณะนั้น ครับ หากแต่ว่า  ถ้าไม่มีความเข้าใจพระธรรม จะจาริกแสวงบุญ ไปที่ไหน อย่างไร ก็ไม่สามารถเกิด กุศล จะไปแสวงหาบุญได้เลย   เพราะบุญเกิดที่จิต อันมีเหตุจากความเข้าใจพระธรรมเป็นสำคัญที่ทำให้กุศลเจริญ ครับ

   ส่วนอีกนัยหนึ่ง  สำหรับที่มีฉันทะ เห็นประโยชน์ในการเจริญกุศล มีขั้นทาน เป็นต้น ที่จะต้องมีผู้รับ  ผู้ที่เห็นประโยชน์ในกุศล ที่ไม่ใช่ด้วยต้องการบุญ ก็เป็นผู้แสวงบุญ คือ ให้ทานในบุคคลที่ควรให้ มีคุณธรรม ครับ ดังข้อความในพระไตรปิฎกซึ่ง การแสวงบุญ ในที่นี้    จึงหมายถึง การเป็นผู้เห็นประโยชน์ คุณค่าของกุศลธรรม บุญ ความดี  ว่าควรเจริญ อบรม แต่ไม่ใช่เพราะอยากได้บุญ ด้วยโลภะ จึงแสวงบุญ จาริกไปแสวงบุญ ครับ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๒ - หน้าที่ 546

   ส. ท้าวสักกะผู้เป็นจอมแห่งเทวดา  ได้กราบทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่าดังนี้  มนุษย์ทั้งหลาย  ผู้จะบูชา  เป็นผู้แสวงบุญ   เมื่อจะทำบุญส่วนวัฏฏคามี   ให้ทานในที่ไหน   จึงจะมีผลมาก    พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า  บุคคลผู้ตั้งอยู่ในมรรค  ๔  จำพวก   และผู้ตั้งอยู่ในผล  ๔  จำพวก   นี้ชื่อว่าพระสงฆ์  เป็นผู้ตรง  ดำรงอยู่ในศีล  สมาธิ  ปัญญา  มนุษย์ทั้งหลาย  ผู้จะบูชา  เป็นผู้แสวงบุญ  เมื่อจะทำบุญส่วนวัฏฏคามีให้ทานในพระสงฆ์นี้  จึงจะมีผลมาก  ดังนี้

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็น 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 22 ก.พ. 2558

  ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

   ประโยชน์ คือ ความเข้าใจถูกเห็นถูกเป็นสำคัญ  ว่า บุญ คือ อะไร เป็นธรรมหรือไม่?  บุญ เป็นสภาพธรรมที่ชำระจิตให้สะอาด (เพราะโดยปกติแล้วจิตสกปรกด้วยอำนาจของอกุศลธรรม)  จากที่เป็นอกุศล  ก็ค่อยๆ   เป็นกุศลขึ้นในชีวิตประจำวัน   ซึ่งก็ไม่พ้นไปจากขณะที่จิตเป็นกุศล   เป็นไปในทาน   เป็นไปในศีล  เป็นไปในการอบรมเจริญความสงบของจิต และเป็นไปในการอบรมเจริญปัญญา โดยที่ไม่มีตัวตนที่จะไปทำบุญ เพราะบุญอยู่ที่สภาพจิต จิตเป็นกุศลเป็นบุญ  ในทางตรงกันข้าม ถ้าจิตเป็นอกุศล  ก็ไม่ใช่บุญ  

   ดังนั้น  ผู้ที่เห็นประโยชน์ของการขัดเกลากิเลส    ก็จะไม่ละเลยโอกาสในการเจริญกุศลประการต่างๆ ในชีวิตประจำวัน  เพราะถ้ากุศลไม่เกิด  ก็จะเป็นโอกาสให้อกุศลเกิด พอกพูนหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็น 3  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 23 ก.พ. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ