พจนาท่านอาจารย์
 
papon
papon
วันที่  2 ก.ย. 2557
หมายเลข  25453
อ่าน  420

เรียน​อาจารย์​ทั้งสอง​ท่าน 

"พระธรรมที่ทรงแสดงทั้งหมดเป็นสมมติสัจจะ เพื่อให้​เข้าถึงลักษณะของปรมัตถสัจจะ"

 

 

 

 

 

พจนา​ท่าน​อาจารย์​ใน​พระ​อภิธรรมพื้นฐาน ๑๙๒    ขอความอนุเคราะห์อาจารย์ช่วยให้ราย

ละเอียดด้วยครับ ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 2 ก.ย. 2557

 ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ความหมายของ สมมติสัจจะ กับ ปรมัตถสัจจะ

โดย ท่านอาจารย์ สุจินต์ บริหารวนเขตต์

     ปรมัตถธรรมเป็นสิ่งที่มีจริง    มีลักษณะเฉพาะแต่ละอย่างจริงๆ แต่ว่าสิ่งที่รวมกัน แล้วก็เกิดความทรงจำว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด      หรือแม้แต่คำภาษาที่ใช้ไม่ใช่ปรมัตถธรรม  แต่เป็นบัญญัติ หมายความว่าเป็นสิ่งที่กล่าวขานให้รู้ความหมายของสิ่งนั้น

     เพราะฉะนั้นชื่อทั้งหมดเป็นบัญญัติ       แต่สภาพธรรมแม้ไม่มีชื่อก็มีลักษณะของสภาพธรรมนั้นๆ แต่จำเป็นต้องใช้ชื่อ  เพื่อที่จะได้ให้เข้าใจว่า หมายความถึงสภาพธรรมอะไร ทุกคนมีชื่อหมดเลย ใช่ไหมคะ  ความจริงก็คือขันธ์ ๕ รูปขันธ์  เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์  สังขารขันธ์  วิญญาณขันธ์  แล้วจะเรียกยังไงคะ  ถ้าไม่มีชื่อทำให้สะดวกขึ้น ขันธ์ทางซ้าย ขันธ์แถวที่ ๖ หรืออะไรอย่างนี้ ก็ลำบาก   หรือว่าขันธ์ ๕ สร้างพระวิหารเชตวันอย่างนี้    แต่ถ้ากล่าวว่า   ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างพระวิหารเชตวัน  เราก็เข้าใจได้ แล้วก็ไม่เข้าใจผิดว่า  หมายถึงขันธ์ ๕  ไหน  ก็ขันธ์ ๕ ที่ใช้คำว่า ท่านอนาถบิณฑิกะ ใช้ชื่อนั้นเป็นผู้สร้าง

     นี่ก็เป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจว่า  มี ๒ อย่าง   สมมุติสัจจะ กับ ปรมัตถสัจจะ  ถ้าสมมุติสัจจะก็เป็นบัญญัติ     ถ้าปรมัตถสัจจะก็เป็นปรมัตถ์   พอจะเข้าใจความต่างของสัจธรรมที่เป็นปรมัตถสัจจะกับสมมุติสัจจะว่า      เพราะถ้าเป็นปรมัตถสัจจะ    หมายความถึงเป็นปรมัตถธรรม มีจริงๆ เป็นสิ่งที่มีจริง เป็นปรมัตถ์ แต่ถ้าเป็นสมมุติสัจจะก็คือเป็นสิ่งที่มีจริงโดยคำที่ใช้ให้เข้าใจความหมายนั้นเท่านั้น เช่น ถ้วยแก้วเป็นสัจจะไหนคะ ปรมัตถสัจจะหรือสมมุติสัจจะ ถ้วยแก้ว สมมุติสัจจะ จาน ช้อน  ซ้อมพวกนี้ก็สมมุติสัจจะ แต่ลักษณะที่แข็ง เป็นปรมัตถสัจจะ

     เพราะฉะนั้นก็สามารถจะแยกว่า  สิ่งที่มีลักษณะจริงๆ ที่เป็นปรมัตถธรรม จริงโดยความที่เป็นลักษณะนั้น ที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เป็นปรมัตถสัจจะ

********************************

     ซึ่ง สมมติสัจจะ คือ ชื่อเรื่องราว ปรมัตถสัจจะ คือ ลักษณะของสภาพธรรม ที่อาศัยชื่อ  เรื่องราว  ที่เป็นสมมติสัจจะ  เพื่อเข้าถึงสภาพธรรม คือ ปรมัตถสัจจะ คือ อาศัยพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ทรงแสดง  ที่เป็น ชื่อ เริ่องราว จากการอ่าน ได้ยินได้ฟัง เพื่อให้เกิดปัญญา ความเข้าใจ ย่อมจะทำให้เกิดปัญญารู้ความจริงที่เป็นปรมัตถสัจจะได้ครับ

     ถ้าหากพระพุทธเจ้าไม่ตรัสอะไรเลย  ทรงนิ่งเงียบ   ก็คงไม่สามารถที่จะเข้าใจอะไรได้   แต่เพราะอาศัยพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม  ที่เป็นสมมติเรื่องราวให้เข้าใจ  ก็ทำให้เข้าใจพระธรรม  จนถึงปัญญาที่รู้แจ้งลักษณะของสภาพธรรม  ตามความเป็นจริงได้ ครับ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 2 ก.ย. 2557

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา  ไม่ใช่สัตว์  ไม่ใช่บุคคล  ไม่ใช่ตัวตน  ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น  แต่ธรรมเกิดขึ้นตามเหตุตามปัจจัย ไม่มีใครทำอะไรให้เกิดขึ้นได้  มีแต่ความเป็นไปของสภาพธรรมที่มีจริงเท่านั้นเอง

     ในการฟังในการศึกษาพระธรรม ต้องอาศัยคำ ต้องอาศัยชื่อของธรรม  มิฉะนั้นก็จะไม่สามารถเข้าใจได้ว่ากล่าวถึงอะไร    แต่ไม่ใช่เพื่อจำชื่อ   แต่เพื่อเข้าใจความจริงของสภาพธรรมตามความเป็นจริง    คำที่กล่าวถึง   ต้องเป็นคำที่กล่าวให้เข้าถึงตัวจริงของสภาพธรรม

     การฟังพระธรรมให้เข้าใจในสิ่งที่กำลังฟังบ่อย ๆ เนือง ๆ  สังขารขันธ์ย่อมปรุงแต่งน้อมไปให้เข้าใจในสิ่งที่กำลังปรากฏ  ไม่ใช่ตัวตนที่ไปประพฤติตาม  เป็นธรรมที่เกิดขึ้นทำกิจหน้าที่  ซึ่งต้องอาศัยการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม  สะสมปัญญาไปตามลำดับเท่านั้น ครับ.

                               ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 2 ก.ย. 2557

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ประสาน
วันที่ 3 ก.ย. 2557

การศึกษาพระธรรมต้องเป็นผู้ละเอียด

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
tanrat
tanrat
วันที่ 5 ก.ย. 2557

     การที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจ นั้นนับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่ง พระธรรมนั้นยากที่จะเข้าใจ การที่เราได้ยินได้ฟังเพราะพระปัญญาธิคุณที่ทรงตรัสรู้ ความจริงซึ่งมีอยู่จริงและยากที่จะเข้าใจ พระองค์ทรงแสดงเพื่อผู้ฟังจริงๆ ประโยชน์อยู่ที่ผู้ฟังมิใช่อยู่ที่พระองค์    และกัลยาณมิตรอย่างท่านอาจารย์สุจินต์   และท่านวิทยากรทุกท่านของมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา

กราบอนุโมทนาในกุศลจิตค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
napachant
napachant
วันที่ 5 ก.ย. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ผู้ร่วมเดินทาง
ผู้ร่วมเดินทาง
วันที่ 6 ก.ย. 2557

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ