ไม่มีคำสอนที่ให้ไปทำอะไรด้วยความไม่รู้
 
Guest
วันที่  31 ส.ค. 2557
หมายเลข  25438
อ่าน  1,043

      สำคัญที่ต้องเริ่มต้นที่การฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมให้เข้าใจ  เพราะเหตุว่าถ้าไม่มีความเข้าใจถูกเห็นถูกแล้ว  ไม่สามารถที่จะปฏิบัติถูกต้องตรงตามความเป็นจริงได้เลย  มีแต่ปฏิบัติผิด  เพิ่มพูนความไม่รู้  ความติดข้องและความเห็นผิดให้มีมากขึ้น ได้ยินคำว่า สมาธิ   ก็จะไปนั่งสมาธิ  ไปทำอะไรก็ไม่รู้ เป็นต้น  ทั้งหมดเป็นเรื่องของความไม่เข้าใจทั้งนั้น ธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ไม่ว่าจะโดยนัยใดก็ตาม ล้วนเป็นไปเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกโดยตลอด  ไม่มีคำสอนแม้แต่บทเดียวที่ให้ไปทำอะไรด้วยความไม่รู้ ด้วยความติดข้องต้องการ ด้วยความเห็นผิด เป็นต้น   มีแต่เพื่อให้เข้าใจถูกเห็นถูกตรงตามความเป็นจริง ซึ่งจะต้องฟัง ต้องศึกษาไตร่ตรองในเหตุในผล ตามความเป็นจริง เพราะทุกขณะเป็นธรรม มีสภาพธรรมเกิดขึ้นเป็นไปอยู่ตลอด การรู้สภาพธรรม ก็รู้ในสิ่งที่มีจริง เหล่านี้ ที่มีจริง ๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใดก็ตาม   


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 1 ก.ย. 2557 00:23 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

      พระพุทธศาสนา เป็นคำสอนที่เป็นไปเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกโดยตลอด ไม่มีคำสอนที่ส่งเสริมหรือสนับสนุนให้ไปทำอะไรด้วยความไม่รู้  เพราะถ้าไปทำอะไรด้วยความไม่รู้ ด้วยความเป็นตัวตน  นั่นไม่ใช่เห็นทางแห่งปัญญา  ไม่ใช่หนทางที่จะเป็นไปเพื่อละ เลย มีแต่จะเพิ่มอกุศล มีความไม่รู้ ความติดข้อง ความเห็นผิด เป็นต้น  ให้หนาแน่นมากยิ่งขึ้นจนยากที่จะแก้ไขได้

      ก่อนอื่นที่สุด ก็ควรตั้งต้นด้วยความเข้าใจจากการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมไปตามลำดับ ไม่ควรตั้งต้นด้วยการไปทำอะไรด้วยความไม่รู้หรือด้วยความเป็นตัวตน มีความจดจ้องต้องการ เพราะทั้งหมดนั้น เป็นไปกับด้วยความไม่รู้ เมื่อตั้งต้นด้วยความไม่รู้แล้ว ผลก็คือ สะสมความไม่รู้ให้มีมากขึ้น พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ดีแล้วเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องป้องกันความเข้าใจผิดความเห็นผิด เมื่อได้ศึกษาให้เข้าใจอย่างถูกต้อง ซึ่งจะต้องเป็นผู้ที่ละเอียด ไม่ประมาทในพระธรรมแต่ละคำ

      ถ้ามีความเข้าใจอย่างถูกต้องแล้ว ที่จะปฏิบัติผิด  ก็ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะได้เข้าใจอย่างถูกต้องแล้วนั่นเอง  ดังนั้น จึงสำคัญอยู่ที่การค่อย ๆ  เข้าใจไปทีละเล็กทีละน้อย  จากการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม เป็นปกติในชีวิตประจำวัน   ปัญญาเป็นพืชที่โตช้าซึ่งจะต้องอาศัยความอดทน  ความเพียรที่จะฟัง ที่จะศึกษาต่อไป  เพราะผู้ที่เป็นสาวกต้องได้ฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง  ไม่ฟังพระธรรมแล้ว ไม่มีทางที่ปัญญาจะเจริญขึ้นได้เลย ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 1 ก.ย. 2557 00:48 น.

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
danai2523
วันที่ 2 ก.ย. 2557 13:32 น.

สาธุ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ