Print 
"เหตุ" "ปัจจัย" "เหตุปัจจัย" "สมุฏฐาน" เกี่ยวข้องกันอย่างไร
 
natural
วันที่  28 ธ.ค. 2556
หมายเลข  24249
อ่าน  1,685

เรียนรบกวนช่วยอธิบายคำว่า "เหตุ" "ปัจจัย" "เหตุปัจจัย" และ "สมุฏฐาน" ว่าเหมือนแตกต่าง และเกี่ยวข้องกันอย่างไรคะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 28 ธ.ค. 2556 13:06 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
     สำคัญที่ความเข้าใจอย่างถูกต้อง เพราะเหตุว่า ไม่ว่าจะเป็นคำใดก็เพือให้เข้าใจอย่างถูกต้อง แม้ดูเหมือนว่าจะเป็นคำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน  เมื่อได้ศึกษาแล้วจะได้เห็นถึงความละเอียดของคำแต่ละคำ   ซึ่งจะเข้าใจอย่างถูกต้องได้   นั้น จะขาดการฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมไม่ได้เลยทีเดียว

     เมื่อว่าโดยศัพท์แล้ว  สมุฏฐาน  ส่วนใหญ่แล้วใช้กับรูปธรรม  หมายถึง  ที่ตั้งที่จะทำให้รูปนั้น ๆ เกิดขึ้นเช่น  จักขุปสาทะ (ตา) เป็นรูปธรรมที่มีจริง  เป็นรูปที่เกิดจากกรรมเป็นสมุฏฐาน ที่ตั้งที่จะทำให้รูปธรรมประเภทนี้เกิดขึ้น ไม่ใช่อย่างอื่น  แต่เป็นกรรม เท่านั้นที่จะทำให้จักขุปสาทะเกิดขึ้น  ดังนั้น กรรม จึงเป็นสมุฏฐานให้จักขุปสาทะเกิดขึ้น  สมุฏฐานอื่น ๆ  ที่ทำให้เกิดรูปอื่น ๆ  ก็ต้องตามสมควรแก่สมุฏฐาน นั้น ๆ  

     ส่วน ปัจจัย  หมายถึง  สภาพธรรมที่อุปการะเกื้อกูลให้สภาพธรรมนั้น ๆ เกิดขึ้นและดำรงอยู่   มีความหมายกว้างขวางมาก   สภาพธรรมหนึ่ง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น  เพราะปัจจัย
หลายปัจจัย แสดงให้เห็นถึงความเป็นจริงของสภาพธรรมที่เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ไม่มีสภาพธรรมใด ๆ ที่เกิดขึ้นลอย ๆ โดยปราศจากปัจจัย  เช่น จิตเห็น (จักขุวิญญาณ) เกิด  ขึ้นเพราะปัจจัยหลายอย่าง  กล่าวคือ จะต้องมีอารมณ์   จะต้องมีเจตสิกที่เกิดร่วมด้วย  จะต้องมีกรรมเป็นปัจจัยให้จิตเห็นเกิดขึ้น  และจะต้องมีที่อาศัยให้จิตเห็นเกิดด้วย

     ซึ่งเมื่อดูความหมายทั้ง สมุฏฐานและปัจจัยแล้ว มีความหมายใกล้เคียงกัน คือ เป็นเหตุให้เกิดสภาพธรรมนั้น แต่ความแตกต่างก็คือ คำว่า ปัจจัย มีความหมายที่กว้างกว่า สมุฏฐานมากครับ เพราะปัจจัย ยังแยกเป็นปัจจัยต่างๆ ที่แสดงลักษณะ ความสัมพันธ์ที่  ทำให้เกิดสภาพธรรมต่าง ๆ โดยนัยแตกต่างกันไป ตามลักษณะปัจจัยต่าง ๆ ที่มี 24  ปัจจัย  ปัจจัย จึงมีความหมายที่กว้างกว่า สมุฏฐาน  ตามที่กล่าวมาครับ 

     ประโยชน์ของการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม ก็เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกตามความ เป็นจริง  ซึ่งจะต้องอาศัยคำหรือพยัญชนะในการสื่อสารเพื่อให้เข้าใจอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ให้ไปติดที่คำ  แต่เพื่อเข้าใจจริง ๆ  เมื่อกล่าวถึงคำไหน  ก็ต้องเข้าใจในคำนั้น ๆ ด้วย   ครับ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
natural
วันที่ 28 ธ.ค. 2556 16:08 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 28 ธ.ค. 2556 18:53 น.

  ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     เมื่อกล่าวถึง ปัจจัย แล้ว  มุ่งหมายถึงสิ่งที่อุปการะเกื้อกูลหรือเป็นเหตุให้ผลเกิดขึ้นเป็นไป  ซึ่งกว้างขวางมาก  ถึง ๒๔  ปัจจัย   เหตุ  ก็เป็นปัจจัยหนึ่งในปัจจัยเหล่านั้นด้วย  ที่เรียกว่า เหตุปัจจัย  ได้แก่ เจตสิก ๖ ประเภท คือ โลภะ โทสะ  โมหะ  และ  อโลภะ อโทสะ อโมหะ  อันเป็นเหตุให้ผลธรรมเกิดขึ้นเป็นไป ได้แก่  จิต  และเจตสิกอื่น ๆ ที่เกิดร่วมกัน  ตลอดจนถึงรูปที่เกิดเพราะเหตุปัจจัยนั้น ด้วย   

     แต่ถ้ากล่าวอย่างกว้าง ๆ  ว่า  สภาพธรรมเกิดเพราะเหตุปัจจัย  เหตุปัจจัยในที่นี้ก็เป็นการกล่าวโดยรวมให้เข้าใจว่า สภาพธรรมไม่ได้เกิดขึ้นเองลอย ๆ  แต่ต้องอาศัยเหตุปัจจัยหลายอย่าง ที่จะเป็นเครื่องอุปการะเกื้อกูลให้สภาพธรรมนั้น ๆ เกิดขึ้นเป็นไปเช่น  ขณะที่เห็นเกิดขึ้น ก็ต้องอาศัย ทั้ง ที่เกิดของจิตเห็น   ต้องมีเจตสิกธรรมเกิดร่วมด้วย  ต้องมีสีเป็นอารมณ์  ต้องมีกรรมที่ได้กระทำแล้วในอดีตให้ผลทำให้จิตเห็นเกิดขึ้นด้วย  

     สำหรับรูปธรรมแล้ว ก็เกิดขึ้นเพราะสมุฏฐาน (ที่ตั้งขึ้น) ต่าง ๆ  ไม่พ้นไปจากเกิดเพราะมีจิตเป็นสมุฏฐาน  มีอุตุเป็นสมุฏฐาน  มีกรรมเป็นสมุฏฐาน  มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 28 ธ.ค. 2556 19:21 น.

เหตุปัจจัย คือ การสะสม เช่น ถ้าเราสะสมความดี สะสมปัญญา สะสมกุศล ก็เป็นเหตุปัจจัยให้รับวิบากที่ดีในอนาคต ตรงกันข้าม ถ้าเราสะสมความโกรธ ความโลภ หรือ การล่วงศีล 5 ก็เป็นเหตุให้ได้รับวิบากที่ไม่ดี เช่น เกิดในอบายภูมิ ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
natural
วันที่ 29 ธ.ค. 2556 06:52 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาอาจารย์และผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นทุกท่านที่กรุณาให้ความเข้าใจเสมอมาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
mon-pat
mon-pat
วันที่ 29 ธ.ค. 2556 22:22 น.

กราบอนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 30 ธ.ค. 2556 13:59 น.

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ

ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ