พระธรรมคำสอนตามพระตรัยปิฏก
 
masterkabo
วันที่  18 ธ.ค. 2556
หมายเลข  24200
อ่าน  2,527

กราบเรียนอาจารย์ครับ
กระผมมีข้อสงสัยในศาสนาพุทธ ดังนี้ครับ ขออนุญาตถามครับ

  เรื่องนรก  นรกตามภูมิต่างๆ ถ้าหากเรานั้นใช้ปัญญา หรือว่าสมมติฐานตามสิ่งจริง ตามจิตเรานั้น เราก็จะเห็นได้ใน ร่างกายมนุษย์นี้เลยครับ นรก มีจริง สัมผัสได้ แต่ไม่ได้เป็นขุม เป็นโลกอีกโลกหนึ่ง เช่น การคบชู้นั้น เมื่อตกนรกแล้วต้องปีนต้นงิ้ว แล้วปีนขึ้นไปก็โดนกาปากเหล็กจิก  ใต่ลงมาโดนนายทวารเอาหอกเหล็กแทงก้น

  อธิบายได้โดยการใช้ชีวิต  การที่คนเราคบชู้นั้น ถ้ายังไม่มีใครจับได้ก็ใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง ดังปีนต้นงิ้วมีหนามแหลมแทง จะไปหาคนอีกฝากหนึ่งก็ไปได้ไม่สุด ก็อยากมาหาคนอีกคน ดังจะปีนขึ้น ปีนลง จะมีวิธีให้ต้องกลับไป-มาเรื่อยๆ ไม่มีความสุขดังโดนกาจิก กับหอกทิ่ม

  นรกเกือบทุกขุม ก็อธิบายได้ทางโลกทั้งหมด  ดังจะพิสูจน์สิ่งใดถูกทั้งหมด ไม่พิสูจน์หาแต่ทางถูก เพียงหาเพียงหนึ่งทางที่ผิด ก็  ดังนั้น ขออนุญาตชี้แจงรายละเอียดคำถาม

๑. คำสอนที่รวบรวมในพระตรัยปิฏก มีการบิดเบือนจากสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้หรือไม่
๒. ความรู้ทางศาสนาพุทธ นั้นสามารถอธิบาย ความจริงแท้ของโลกได้หมดหรือไม่ หรือว่า พุทธศาสนา อธิบายได้แค่เพียงจิตบุคคลๆ เดียว 

ขอบพระคุณครับ  ขออนุโมทนา

   


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 19 ธ.ค. 2556

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
1.คำสอนที่รวบรวมในพระตรัยปิฏก มีการบิดเบือนจากสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้หรือไม่

  พระไตรปิฎก เป็นพระธรรมคำสอนที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง และ สืบทอดกันมาโดยพระสาวกทั้งหลาย จนมาถึงปัจจุบัน  ซึ่งพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงนั้นพระพุทธเจ้าก็ทรงแสดงว่าอย่าเชื่อเพียงเพราะได้ฟังตามๆ กันมา  เป็นต้น นั่นแสดงว่า อย่าเชื่อ หรือ ปฏิเสธทันที เมื่อได้ยินคำอะไรก็ตาม แต่ จะต้องศึกษา  ในสิ่งนั้นด้วยตนเอง ก็จะรู้ด้วยปัญญาของตนเองว่า จริงเท็จหรือไม่อย่างไรที่สำคัญความสงสัยจะหมดไปไม่ได้เลยในคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า พระไตรปิฎกมีจริงหรือไม่ ครบถ้วนหรือไม่ และ ถูกต้องหรือไม่ หากผู้นั้นไม่ได้ศึกษา พระธรรมด้วยตนเองเสียก่อน เมื่อไม่ศึกษา ก็ย่อมสงสัยเป็นธรรมดา แต่หากได้ศึกษาพระธรรมแล้ว เมื่อปัญญาเจริญขึ้น ย่อมเห็นตามความเป็นจริงว่า  พระธรรมของพระพุทธเจ้า เป็นจริงอย่างไร  และ  ละคลายความสงสัยในพระธรรม  เพราะได้ศึกษาพระธรรม  และปัญญาเกิดแล้วนั่นเอง ครับการที่จะเป็นผู้มีความเข้าใจถูกเห็นถูกตรงตามความเป็นจิรงของธรรม  ก็ต้องมาจากการได้ฟัง ได้ศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง  ความละเอียดของพระธรรม  ต้องหาจากคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พระองค์ทรงตรัสรู้แล้วทรงแสดงธรรมเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ซึ่งสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้  จากการได้เห็นประโยชน์ของพระธรรมของพระอริยเจ้าทั้งหลายที่ดำรงรักษาไว้ซึ่งพระธรรมคำสอนเพื่อประโยชน์แก่ชนรุ่นหลังๆ   พระธรรมเป็นเรื่องยาก  จึงต้องค่อยๆ ฟัง  ค่อยๆ  ศึกษา ไตร่ตรองในเหตุในผลของธรรม  ไปตามลำดับ เข้าใจตามกำลังปัญญาของตนเอง แค่ไหนก็แค่นั้น ขอเพียงมีความจริงใจที่จะศึกษา  เพราะธรรมที่พระองค์ทรงแสดง เป็นวาจาสัจจ  เป็นคำจริงทุกคำ  และที่สำคัญทุกคำในพระไตรปิฎก  เป็นไปเพื่อปัญญา เป็นเรื่องของปัญญาโดยตลอด ซึ่งผู้ศึกษาจะต้องเป็นผู้ตรงต่อตนเอง  ว่าศึกษาเพื่ออะไร เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูก เพื่อขัดเกลากิเลส เพื่อละคลายความไม่รู้  ละคลายความเห็นผิด  เป็นต้น  ซึ่งเป็นกิเลสที่แต่ละคนสะสมมาอย่างยาวนานในสังสารวัฏฏ์  ไม่ใช่เพื่ออย่างอื่นเลย  ครับ 

เชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่ 

มีชาวพุทธบางส่วนมักกล่าวว่าพระไตรปิฎกไม่ใช่พุทธพจน์100% - บ้านธัมมะ
----------------------------------------------------
2. ความรู้ทางศาสนาพุทธ นั้นสามารถอธิบาย ความจริงแท้ของโลกได้หมดหรือไม่หรือว่า พุทธศาสนา อธิบายได้แค่เพียงจิตบุคคลๆ เดียว 

  ความรู้ทางพระพุทธศาสนา ก็คือ พระปัญญาคุณของพระพุทธเจ้า ที่ทรงแสดงธรรมเพื่อประโยชน์ คือ ละกิเลสเป็นสำคัญที่สุด ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า สิ่งที่เราแสดงกับเธอ เพียงเล็กน้อย แต่ที่เรารู้มากกว่านั้น หาประมาณไม่ไ้ด้ ซึ่ง ไม่ว่าเรื่องทางโลก ทุกอย่าง พระองค์ทรงตรัสรู้ รู้ทุกอย่าง หากแต่ว่า พระองค์ทรงรู้ว่า สิ่งเหล่านั้น แม้แสดงไป ก็ไมไ่ด้เป็นประโยชน์เท่ากับ การแสดงความจริง เพื่อให้เกิดปัญญา ละคลายกิเลส เพราะ ความรู้ทางโลกไม่ได้ช่วยให้ละกิเลสได้เลย เพราะฉะนั้น ชีวิตที่เหลือน้อย ก็ควรที่จะ ฟังในสิ่งที่จะให้เกิดประโยชน์กับชีวิต คือ ฟังสิ่งทีเ่ป้นโืทษ เพื่อละ อกุศล และ ฟังที่เป้นประโยชน์ คือ กุศล และ ปัญญา อันจะนำมาซึ่งความสุข และ ละกิเลสได้ในที่สุดครับ 

  ธรรมที่พระพุทะเจ้าทรงแสดง ทรงแสดงในสิ่งที่มีประโยชน์ คือกุศลธรรม ความดีประการต่างๆ และ แสดง อกุศลธรรมที่เป็นธรรมที่มีโทษ  ให้ละขัดเกลา และที่สำคัญที่สุด พระองค์ทรงแสดง ธรรมที่มีประโยชน์ คือ หนทางดับทุกข์ ทีเ่ป็นอริยสัจ 4 เพราะ ประกอบด้วยประโยชน์ คือ ให้ละกิเลส ดับทุกข์ได้ในที่สุด ครับ

   สมดังข้อความที่พระุพุทธเจ้าทรงแสดในสูตรนี้ว่า ธรรมที่พระองค์ทรงแสดง และมีประโยชน์ คืออะไร ครับ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑- หน้าที่ 449
๑. สีสปาสสูตร

  พ.  อย่างนั้นเหมือนกัน  ภิกษุทั้งหลาย  สิ่งที่เรารู้แล้วมิได้บอกเธอทั้งหลายมีมาก  ก็เพราะเหตุ ไร เราจึงไม่บอก. เพราะสิ่งนั้นไม่ประกอบด้วยประโยชน์  มิใช่พรหมจรรย์เบื้องต้น  ย่อมไม่เป็นไปเพื่อความหน่าย  ความคลายกำหนัด  ความดับ  ความสงบ  ความรู้ยิ่ง  ความตรัสรู้ นิพพานเพราะเหตุนั้น  เราจึงไม่บอก

  [๑๗๑๓]  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  สิ่งอะไรเราได้บอกแล้ว  เราได้บอกแล้วว่า  นี้ทุกข์... นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา  ก็เพราะเหตุไร  เราจึงบอกเพราะสิ่งนั้น  ประกอบด้วยประโยชน์  เป็นพรหมจรรย์เบื้องต้น  ย่อมเป็นไปเพื่อความหน่าย... นิพพาน  เพราะฉะนั้น  เราจึงบอก ดูก่อนภิกษุทั้งหลายเพราะฉะนั้นแหละ  เธอทั้งหลายพึงการทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่านี้ทุกข์ ฯลฯ  นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา.
--------------------------------------------------------

ส่วนธรรมที่ไม่เป็นประโยชน์ คือ สิ่งที่เป็นเรื่องราวทางโลก ที่ไม่นำมาซึ่งการละคลายกิเลส ไม่เป็นไปเพื่อเจริญขึ้นของปัญญา เช่น เรื่องของโลก จักรวาล เป็นต้น เพราะแม้รู้ไปก็ไม่สามารถละกิเลสได้ กลับเพิ่มกิเลส เพิ่มความสงสัย ครับ ดังข้อความในพระไตรปิฎก

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒-หน้าที่ 463
จินตสูตร

..........  .เพราะฉะนั้นแหละ  เธอทั้งหลายจงอย่าคิดเรื่องโลกว่า  โลกเที่ยงโลกไม่เที่ยง  โลกมีที่สุด  โลกไม่มีที่สุด  ชีพก็อันนั้น  สรีระก็อันนั้น  ชีพเป็นอื่น  สรีระก็เป็นอื่น  สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเป็นอีก  สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่เป็นอีก  สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว ย่อมเป็นอีกก็มี  ย่อมไม่เป็นอีกก็มี  สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเป็นอีกก็หามิได้  ย่อมไม่เป็นอีกก็หามิได้  ข้อนั้นเพราะเหตุไร  เพราะความคิดนั้นไม่ประกอบด้วยประโยชน์ไม่ใช่พรหมจรรย์เบื้องต้น  ย่อมไม่เป็นไปเพื่อความหน่าย  ความคลายกำหนัดความดับ  ความสงบ  ความรู้ยิ่ง  ความตรัสรู้  เพื่อนิพพาน.
-----------------------------------------------

ดังนั้น ปัญญาของพระพุทธเจ้าทรงตอบปัญหาทางโลกได้หมด แก้ปัญหาได้ทุกสิ่ง แต่ แม้ชาวโลก แก้ปัญหาทางโลกได้ แต่ แก้ปัญหาทางใจไม่ได้ ก็เปล่าประโยชน์ดังนั้น พระองค์จึงทรงเลือกที่จะแสดงสิ่งที่มีประโยชน์กับชีวิตจริงๆ คือ แสดงพระธรรม เพื่อละเหตุแห่งทุกข์ ด้วยการฟัง ศึกษาพระธรรมเป้นสำคัญ ครับ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 19 ธ.ค. 2556

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
  -สิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และทรงแสดงแก่สัตว์โลกนั้น เป็นจริงทั้งหมด ไม่มีความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง  ควรอย่างยิ่งที่ผู้ศึกษาจะได้ศึกษาด้วยความละเอียดรอบคอบเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกตามความจริงความเข้าใจถูกจะเป็นเครื่องป้องกันไม่ให้ตกไปในฝ่ายผิด 
  -พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้สภาพธรรมที่มีจริงทุกประการ ไม่ใช่เฉพาะธรรมที่เป็นโลกซึ่งเกิดเพระเหตุปัจจัยแล้วก็ดับไปเท่านัั้น ทรงตรัสรู้ธรรมที่พ้นจากโลก คือ พระนิพพาน ด้วย  พระปัญญาของพระองค์ไม่มีใครที่จะเสมอเหมือน ผู้ที่มีโอกาศได้ฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมก็ศึกเพื่อให้เข้าใจถูกเห็นถูกในสิ่งที่มีจริงตามที่พระองค์ทรงแสดง ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 19 ธ.ค. 2556

พระธรรมคำสอนพระพุทธเจ้ารวบรวมโดยภิกษุ ท่องจำ ปากต่อปาก เช่นพระอานนท์ที่ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า แล้วมาบอกกับพระภิกษุต่อ ก็เป็นคำสอน และเป็น
พระไตรปิฎกที่มีจริง ค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ