ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ มูลนิธิฯ วันแสดงเครื่องบูชาพระรัตนตรัย ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

 
วันชัย๒๕๐๔
วันที่  9 พ.ย. 2556
หมายเลข  23991
อ่าน  2,178

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๖ มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา โดย ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ประธานมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ได้จัดให้มีการตั้งแสดง เครื่องบูชาพระรัตนตรัย ที่ทางมูลนิธิฯ ได้จัดสร้างขึ้น โดยการอนุมัติของสมาคมมหาโพธิ์ ประเทศอินเดีย ซึ่งประกอบไปด้วย พระสุวรรณฆระ

คือ เครื่องประกอบการอัญเชิญพระรัตนบุษยภาชน์อโศกมหาราชปริวรรต ขึ้นจากตู้เซฟที่เก็บรักษาไว้ใต้ดิน ภายในพระมูลคันธกุฎีวิหาร เมืองสารนาท พาราณสี (พระรัตนบุษยภาชน์อโศกมหาราชปริวรรต คือ ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่มูลนิธิฯ สรัางและนำไปถวายไว้ ณ พระมูลคันธกุฏี เมืองสารนาท พาราณสี เมื่อปีก่อน) ท่านที่สนใจ สามารถคลิกชม พิธีถวายพระรัตนบุษยภาชน์ฯ เมื่อปีที่แล้วได้ที่ลิงค์นี้ครับ ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ประเทศอินเดีย ๒๓ - ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ [ตอนที่ ๓]

"เรือนที่ประดิษฐาน" พระบรมสารีริกธาตุ และ พระธาตุ ของพระอัครสาวก

ซึ่งเป็นเครื่องประกอบภายในของที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และ พระธาตุของพระอัครสาวก คือ ท่านพระสารีบุตร และ ท่านพระมหาโมคคัลลานะ ที่ทางมูลนิธิฯได้สร้างและถวายไว้แล้ว ณ สมาคมมหาโพธิ์ พุทธคยา เมื่อหลายปีก่อนโน้น และ ในครั้งนี้ ได้จัดสร้าง "เรือนที่ประดิษฐาน" ใหม่ เพื่อจะนำไปติดตั้งไว้ภายในขององค์ที่ประดิษฐานเดิม เพื่อให้ผู้ที่เข้าชมและกราบถวายสักการะ ได้เห็นองค์พระบรมสารีริกธาตุ และ พระธาตุ ได้ชัดเจน ในระยะไกล ด้วยเลนส์ขยายที่ติดตั้งบนตัวเรือนที่ประดิษฐานใหม่

ซึ่งได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นอย่างงดงาม ประณีต โดย อาจารย์พีรพล คล้ายณรงค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องประดับอัญมณี กาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง และ พลตรี ดร.วีระ พลวัฒน์ กรรมการและเลขานุการ มศพ. ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างโลหะ รวมถึงการจัดสร้าง "บุษบกคานหาม" ที่ทำจากไม้สักทอง แกะสลักลวดลายงดงาม เพื่อใช้สำหรับอัญเชิญ พระบรมสารีริกธาตุ และ พระธาตุของพระอัครสาวก เข้าขบวนแห่ ที่ทางสมาคมมหาโพธื์ จะจัดขบวนแห่พระบรมสารีริกธาตุ และ พระธาตุของพระอัครสาวก ขึ้นเป็นประจำทุกปี ที่ เมืองพุทธคยา เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบสักการะ ซึ่งจะเป็นความงดงามอย่างยิ่ง แก่ผู้ที่ได้พบเห็น ท่ามกลางดินแดนอันสำคัญยิ่งของพระพุทธศาสนา ณ อาณาบริเวณที่ทรงตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ แห่งนั้น

โดยในช่วงแรกของภาคเช้าในวันนี้ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ได้เชิญให้ท่านพลตรี ดร.วีระ พลวัฒน์ และ อาจารย์พีรพล คล้ายณรงค์ อธิบายให้ทราบถึงความเป็นมา และ ขั้นตอนของการสร้าง เครื่องบูชาพระรัตนตรัย ดังกล่าว ซึ่งเครื่องบูชาพระรัตนตรัยทั้งหมดนี้ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ และ คณะฯ ได้เดินทางไปถวาย ณ สมาคมมหาโพธิ์ พุทธคยา และ พระมูลคันธกุฏีวิหาร เมืองสารนาท พาราณสี ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ ๗ - ๑๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๖ นี้

หลังจากนั้น จึงเป็นการสนทนาธรรม ซึ่งข้าพเจ้าขออนุญาต นำความบางตอน จากการสนทนา มาฝากให้ทุกๆ ท่าน ได้พิจารณาไปพร้อมๆ กับภาพบรรยากาศในวันนั้นซึ่งอบอวลไปด้วยความปีติ ความชื่นชมยินดี ในความงดงามอลังการ จากกุศลศรัทธาของทุกๆ ท่าน ที่ร่วมกันจัดสร้างเครื่องบูชาอันยอดเยี่ยมในครั้งนี้ ดังนี้

คุณอรวรรณ ท่านอาจารย์คะ สืบเนื่องจากตอนเช้า หลังจากที่ได้ฟังเบื้องหลังการทำ (เครื่องบูชาฯ) ที่จะนำไปถวายที่อินเดีย ท่านอาจารย์กล่าวว่า การทำสิ่งเหล่านี้ การบูชาเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ยาก แต่ท่านอาจารย์ก็จะวกกลับมาว่าไม่ยากเท่ากับการมีชีวิตอยู่ เพื่อการศึกษา และ เข้าใจพระธรรม ก็จะขอความกรุณาจากท่านอาจารย์ ให้รายละเอียด และ ขยายความ ค่ะ

ท่านอาจารย์ ค่ะ "เห็น" นี่ยากไหม?

คุณอรวรรณ "เห็น" ถ้าไม่ไตร่ตรอง ก็ดูเหมือนง่าย แต่จริงๆ แล้ว ยากมาก

ท่านอาจารย์ เพราะอะไรคะ?

คุณอรวรรณ เพราะว่า พระธรรม ลึกซึ้ง แล้วก็เข้าใจยาก ค่ะ ท่านอาจารย์คะ

ท่านอาจารย์ ยาก ที่ว่า ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใคร เพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่ง สิ่งใดที่สะสมมา ที่จะทำให้เป็นผู้ที่สามารถในสิ่งหนึ่งสิ่งใด เป็นธรรมดา ทุกคน หลากหลายมาก ถ้าพิจารณาให้ถูกต้อง ก็คือว่า " กำลังประพฤติ ตามที่เป็นไป " คำนี้ คำเดียว สามารถจะทำให้ เป็นผู้ที่มีสติสัมปชัญญะ เข้าใจสิ่งที่ปรากฏ เพราะ เกิดแล้ว

ไม่ไปคิดว่า จะไปทำอะไรเลย เพราะรู้ว่า แม้ในขณะนี้ ก็กำลังประพฤติ ตามที่เป็นไปถูกต้องไหม? ยืน นั่ง นอน เดิน พูด คิด ตามที่เป็นไป จะคิดเกินปัจจัยที่สะสมมา ก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ก็แสดงให้เห็นว่า การที่เราจะสามารถเข้าใจพระธรรมได้ ต้องรู้ว่า ยาก ไม่ใช่ ง่าย แต่เข้าใจได้ ทีละเล็ก ทีละน้อย โดยการ "เข้าใจทีละเล็ก ทีละน้อย" จากการ "ฟัง"

คุณอรวรรณ ดูเหมือนท่านอาจารย์เคยกล่าวว่า ในการบูชาสิ่งเหล่านี้ต้องเกิดจากความเข้าใจพระธรรม แล้วก็ เห็นพระคุณอันลึกซึ้ง อันยิ่งใหญ่ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็เหมือนว่า ถ้าไม่ศึกษาให้เข้าใจ ถึงแม้จะบูชาด้วยสิ่งมีค่าอย่างไร ก็ไม่เท่ากับการที่ ปฎิบัติบูชา ด้วยการศึกษาพระธรรมให้เข้าใจในสิ่งที่กำลังมี กำลังปรากฏ

ท่านอาจารย์ ค่ะ เพราะแม้ข้อความในพระไตรปิฏก ก็มีนะคะ ไม่ว่าจะเป็นทานที่เลิศ มากมาย ไพบูลย์ สักเท่าไหร่ ก็ไม่เท่า ทานของผู้ที่ประพฤติชอบ หมายความว่า เป็นผู้ที่เข้าใจธรรม เพราะอะไรคะ? ผลของทาน มีแน่ ให้ทานที่ประณีต แต่ว่า ไม่ได้ศึกษา ไม่ได้เข้าใจธรรมะ ทานนั้น ก็ให้ผลเพียง ทรัพย์สมบัติบ้าง เกียรติยศชื่อเสียงบ้าง ชั่วคราว อาจจะคิดว่า มาก แต่ความจริง เล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับ สมบัติมหาศาล ของเทวดา หรือว่า ของพรหม ก็ตามแต่

(ภาพเรือนที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า)

(ภาพเรือนที่ประดิษฐานพระธาตุของท่านพระสารีบุตร)

(ภาพเรือนที่ประดิษฐานพระธาตุของท่านพระมหาโมคคัลลานะ)

.........

แต่ว่า สำหรับผู้ที่เข้าใจธรรมะ สมบัติที่มี ไม่ว่าจะทุกชาติ ก็หมดไป มหาศาลสักเท่าไหร่ ก็หมด แต่สมบัติที่แท้จริง คือ สามารถเข้าใจ "คำ" ที่พระผู้มีพระภาคฯ ทรงแสดงเพื่ออนุเคราะห์ให้เกิดปัญญา เพื่อจะได้ สมบัติมหาศาลยิ่งกว่านั้นอีก คือ สามารถที่จะรู้ความจริง ถึงความเป็นพระอริยบุคคล

สมบัติมากไหม? ยิ่งกว่าอะไรหรือเปล่า? เพราะเหตุว่า ผู้ที่ได้เข้าใจว่า ตนเองได้รับสมบัติมาก จากผลของทาน ก็ชั่วแต่ละหนึ่งชาติ แต่ ผู้ที่เป็นพระอริยบุคคล มีอริยทรัพย์ ซึ่งจะทำให้ พ้นจากการที่จะต้องเกิด อย่างที่เมื่อวานนี้ถามว่า รูปเป็นทุกข์ เห็นง่าย แต่ความจริง ทุกอย่างก็เป็นทุกข์ ไม่ใช่แต่เฉพาะรูปอย่างเดียว ตัวอย่าง เมื่อกี้นี้นะคะ ถ้าใครนั่งฟังแต่เช้า ไม่ลุกไปไหนเลย ทุกข์หรือเปล่า? คะ? หิวไหม? เมื่อยไหม? ง่วงไหม? ทุกข์ทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้น ก็แสดงให้เห็นว่า ถ้าคิดจริงๆ การดำเนินชีวิตทุกขณะ เป็นไปเพราะทุกข์ไม่หายใจ ได้ไหม?

คุณอรวรรณ ท่านอาจารย์คะ ก็ทำให้ไตร่ตรองไปว่า ตอนนี้จริงๆ แล้ว เป็นต้นเดือนพฤศจิกายน ปรกติอากาศก็จะเย็น หนาว แต่ปรากฏว่าตอนนี้ร้อนเหมือนเดือนเมษาฯ เลย แต่ก็มีศรัทธาที่จะอยู่ฟังด้วยดี เพราะรู้ว่า สิ่งนี้สำคัญ ถึงแม้จะฟัง แล้วๆ เล่าๆ ว่า เป็นเรื่อง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ "เห็น" เพียงสิ่งที่ปรากฏ หรือว่า "ได้ยิน" เพียงเสียงแต่ก็จะรู้ว่า จะปรุงแต่งให้เข้าใจมากยิ่งขึ้นไป ตามการที่ได้ฟัง บ่อยๆ เนืองๆ ก็ฟัง

ท่านอาจารย์ ค่ะ จนกว่าจะรู้ว่า เข้าใจสิ่งที่ปรากฏ ที่ได้ยินได้ฟังมาแล้ว นั่นเอง

คุณอรวรรณ เมื่อกี้นี้ ท่านอาจารย์กล่าวถึง อริยทรัพย์ ก็เป็นทรัพย์ที่ประเสริฐ เป็นทรัพย์ประเภทเดียว ที่จะทำให้สามารถออกจากสังสารวัฏฏ์ได้ ทรัพย์อื่น อาจจะเป็นพระมหากษัตริย์ เป็นเทวดา เป็นอะไรก็แล้วแต่ แต่ก็ต้องกลับมา เวียนว่ายตายเกิด คือ ไม่สามารถออกจากสังสารวัฏฏ์ได้ เพราะฉะนั้น ผู้ที่ฉลาด หรือ ผู้ที่มีปัญญา ก็ต้องรู้ว่า ควรสะสมอะไร

ท่านอาจารย์ ค่ะ (สะสม) ความเห็นถูก

คุณอรวรรณ ก็คือ สะสมอริยทรัพย์ ไม่ใช่ไปมุ่งสะสมอะไร ที่ถึงแม้จะมีมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถทำให้ออกจากสังสาวัฏฏ์ได้

ท่านอาจารย์ ไม่สามารถทำให้หมดทุกข์ได้ ค่ะ

คุณอรวรรณ ท่านอาจารย์คะ ทีนี้ขอกลับมาสู่ เมื่อเช้านี้ อาจารย์พีรพล ก็เล่าถึงความประหลาดหลายอย่าง ที่ว่ามีโอกาสให้ได้ทำอะไร เช่นนั้นเช่นนี้ จริงๆ แล้ว ไม่ใช่เป็นเรื่องบังเอิญ เพราะว่า อย่างเราเคยฟังพระสูตร หรือฟังอะไร ที่เหมือนอัศจรรย์มาก มหัศจรรย์มาก ในความคิดก็เหมือนว่า ทางมูลนิธิฯ ได้ศึกษา ได้สอนความเห็นถูก เข้าใจถูก ก็เป็นเรื่องไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรืออะไร

แต่ว่า เป็นเหตุปัจจัย ที่จะให้ได้เจริญกุศล ที่มีความพิเศษ ที่จะได้เจริญกุศลเช่นนี้จริงๆ แล้ว องค์การที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ทั้งในโลก หรือ ในประเทศไทย ก็มีมากแต่ก็จะไปคิดต่อ ว่า ทำไมถึงต้องเป็นมูลนิธิฯ ก็คิดว่า เป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเรื่องเหตุปัจจัยจริงๆ ค่ะ ท่านอาจารย์คะ

ท่านอาจารย์ ค่ะ ถ้าไม่มีเหตุปัจจัย เกิดไม่ได้เลย แล้วก็คือ ณ กาลครั้งหนึ่ง แน่นอน นะคะ ซึ่งอีกไม่กี่วัน ก็จะถึงสมัย หรือ ขณะ ที่หายาก คือ ขณะที่ได้มอบถวาย เครื่องบูชาทั้งหมด เพื่อบูชาพระรัตนตรัย

ใครก็ตาม ที่อยู่ห่างไกล หรือจากไป นานแสนนาน ๒๕๐๐ กว่าปี มีโอกาส ที่จะระลึกถึงบุคคลนั้นได้บ่อยไหม? บางท่าน ได้ยินคำว่า พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วก็ ผ่านไปเลย ไม่มีโอกาส ที่จะได้ฟัง ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก ถึงความเป็นผู้ที่มีคุณอันยิ่งใหญ่แก่ชาวโลก ทั่วจักรวาล

เพราะฉะนั้น ก็จะเห็นได้ว่า สิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ตาม ที่จะเตือนให้ระลึกถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ ผู้นั้น ก็ไม่ใช่เพียงแต่ว่า "เห็น" แล้วก็ไม่ได้รู้อะไรทั้งสิ้น แต่ "เห็นอะไร?" พระกายส่วนหนึ่ง ซึ่งเมื่อยังไม่ปรินิพพาน ถ้าเราจะใช้คำธรรมดา ก็คือว่า กระดูกทุกชิ้น ยังรวมกันอยู่ สามารถที่จะเคลื่อนไหว ทำกิจได้ ตลอดมากมาย

แต่ว่า เมื่อไม่สามารถที่จะเป็นอย่างนั้นได้แล้ว แม้แต่พระกายที่ยังคงเหลืออยู่ ที่ใช้คำว่า "พระบรมสารีริกธาตุ" เตือนให้ระลึกถึงอะไร? "พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า"

ถ้าเรารู้ว่า นั่นคือ พระบรมสารีริกธาตุ ระลึกถึงพระคุณ ที่ได้ทำมาตลอด หลังจากที่ได้ตรัสรู้แล้ว ก็แสดงธรรม อนุเคราะห์สัตว์โลก เพราะฉะนั้น เวลาที่มีโอกาสที่จะได้เห็น ส่วนที่จะทำให้ ระลึกถึงพระคุณ โดยเป็นส่วนของพระกายจริงๆ ส่วนหนึ่ง หลังจากที่ปรินิพพานแล้ว ก็เป็นที่เคารพอย่างสูง ที่จะทำให้รู้ว่า คุณของพระกายส่วนนี้ เมื่อครั้งที่ยังไม่แตกทำลายเป็นส่วนๆ ก็ได้ทำประโยชน์มากมาย ที่เราสามารถจะได้ยินคำว่า "พระธรรม" มาจากไหน? ถ้าพระกายนี้ไม่มี

แต่ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดแล้ว ไม่คงอยู่เลย ไปตลอด เปลี่ยนตลอด ตั้งแต่แสนโกฏิกัปป์ มาจนถึงขณะนี้ และ ต่อไป ก็ไปอีกเรื่อยๆ ตามการสะสมของแต่ละวัน แต่ละวันก็คือว่า ย่อมประพฤติเป็นไป ตามที่ได้สะสมมา

เพราะฉะนั้น การที่ได้เห็นพระกาย หรือว่า พระบรมสารีริกธาตุ ก็เตือนให้ระลึกถึง ทั้งหมดของพระธรรม ที่ได้ศึกษา ที่ทำให้สามารถที่จะเข้าใจ สิ่งที่มีจริงๆ ซึ่งถ้าไม่มีโอกาสได้ฟัง ไม่มีทางที่จะเข้าใจได้

และ แต่ละครั้ง ก็จะเห็นได้ว่า การที่จะมีผู้ที่ทรงบำเพ็ญพระบารมี ตรัสรู้เป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่บ่อย ไม่ใช่มากมาย นาน แสนนาน กว่าจะถึงความสมบูรณ์ของพระบารมี ที่จะทำให้เป็นถึง ความเป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้

แล้วเราก็อยู่ในยุคสมัย ที่มีโอกาส แม้ขณะนี้ ชาตินี้ ไม่ได้เฝ้า แต่ก็ยังได้มีส่วน ที่จะได้เห็น ส่วนหนึ่งของพระกาย แล้วก็มีโอกาส ที่จะระลึกถึง "คำ" ที่ได้ยิน ซึ่งสามารถที่จะทำให้ "ปัญญา นำไป ในกิจทั้งปวง" ซึ่งก่อนที่จะได้ฟัง อกุศล นำไป ในกิจทั้งปวง นี่ก็เป็นความต่างกัน

[เล่มที่ 21] พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ เล่ม ๒ ภาค ๒ หน้าที่ ๔๕

รัฏฐปาลสูตร

ทั้งคนมั่งมี ทั้งคนยากจน ย่อมกระทบผัสสะ ทั้งคนพาล ทั้งนักปราชญ์ ก็กระทบผัสสะเหมือนกัน แต่คนพาล ย่อมนอนหวาดอยู่ เพราะความที่ตนเป็นพาล ส่วนนักปราชญ์ อันผัสสะถูกต้องแล้ว ย่อมไม่หวั่นไหว

เพราะเหตุนั้นแล ปัญญาจึงประเสริฐกว่าทรัพย์ ปัญญาเป็นเหตุถึงที่สุดในโลกนี้ได้ คนเป็นอันมากทำบาปกรรม เพราะความหลงในภพน้อยภพใหญ่ เพราะไม่มีปัญญา เครื่องให้ถึงที่สุด

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขออนุโมทนาในกุศลจิต กุศลศรัทธา ของทุกๆ ท่าน ครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
papon
วันที่ 9 พ.ย. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
natural
วันที่ 9 พ.ย. 2556

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 10 พ.ย. 2556

ขอบคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
orawan.c
วันที่ 10 พ.ย. 2556

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขออนุโมทนาในกุศลจิต ,กุศลวิริยะของคุณวันชัย และทุกๆ ท่าน ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 10 พ.ย. 2556

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ภาพล่าสุด จากสมาคมมหาโพธิ์ พุทธคยา ประเทศอินเดีย

ในพิธีถวายเครื่องบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และ พระธาตุ

ซึ่งเป็นส่วนประกอบใหม่ ที่บรรจุเข้าในองค์เดิมเสร็จสิ้นแล้ว และ ได้ทำพิธีถวายแล้ว

เมื่อวันเสาร์ ที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา

กราบเท้าอนุโมทนา ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขอขอบพระคุณและขออนุโมทนาคุณวิทวัส เสวกาพานิช สำหรับภาพถ่ายจากพุทธคยา

ขออนุโมทนาในกุศลจิต กุศลศรัทธาของทุกๆ ท่าน ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
panasda
วันที่ 10 พ.ย. 2556

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขออนุโมทนาในกุศลจิต กุศลศรัทธาของทุกๆ ท่าน ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
peem
วันที่ 10 พ.ย. 2556

ขอกราบอนุโมทนาคะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
เข้าใจ
วันที่ 10 พ.ย. 2556

ขอกราบอนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
khampan.a
วันที่ 10 พ.ย. 2556

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของพี่วันชัย ภู่งาม เป็นอย่างยิ่ง

และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
เมตตา
วันที่ 10 พ.ย. 2556

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เพราะฉะนั้น การที่ได้เห็นพระกาย หรือว่า พระบรมสารีริกธาตุ

ก็เตือนให้ระลึกถึง ทั้งหมดของพระธรรม ที่ได้ศึกษา

ที่ทำให้สามารถที่จะเข้าใจ สิ่งที่มีจริงๆ

ซึ่งถ้าไม่มีโอกาสได้ฟัง ไม่มีทางที่จะเข้าใจได้

แล้วเราก็อยู่ในยุคสมัย ที่มีโอกาส

แม้ขณะนี้ ชาตินี้ ไม่ได้เฝ้า

แต่ก็ยังได้มีส่วน ที่จะได้เห็น ส่วนหนึ่งของพระกาย

แล้วก็มีโอกาส ที่จะระลึกถึง "คำ" ที่ได้ยิน

ซึ่งสามารถที่จะทำให้

"ปัญญา นำไป ในกิจทั้งปวง"

ซึ่งก่อนที่จะได้ฟัง อกุศล นำไป ในกิจทั้งปวง

นี่ก็เป็นความต่างกัน

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของคุณวันชัย ภู่งาม เป็นอย่างยิ่ง

และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่าน ด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
ธนัตถ์กานต์
วันที่ 11 พ.ย. 2556

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
nattawan
วันที่ 11 พ.ย. 2556

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
raynu.p
วันที่ 11 พ.ย. 2556

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
Noparat
วันที่ 11 พ.ย. 2556

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของคุณวันชัย ภู่งาม เป็นอย่างยิ่ง

และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
chulalak
วันที่ 11 พ.ย. 2556

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 11 พ.ย. 2556

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลทุกประการของทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
j.jim
วันที่ 12 พ.ย. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
tanrat
วันที่ 12 พ.ย. 2556

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 19  
 
jaturong
วันที่ 12 พ.ย. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 20  
 
พรรณี
วันที่ 13 พ.ย. 2556

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 21  
 
wannee.s
วันที่ 16 พ.ย. 2556

อนุโมทนาในกุศลจิตทุกๆ ท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 22  
 
montha
วันที่ 16 พ.ย. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 23  
 
napachant
วันที่ 21 พ.ย. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 24  
 
ch.
วันที่ 23 พ.ย. 2556

ขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ